
'ปู'ทอดไก่-ไข่เจียวช่วยน้ำท่วม
"นายกฯ" ปล่อยคาราวานช่วยเหลือน้ำท่วม ยันเงินช่วยเหลือน้ำท่วมถึงมือผู้เดือดร้อนแน่นอน กรมชลเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล "วิทยาผลิตยาสมุนไพร-ยาหม่องสูตรพิเศษช่วยน้ำท่วม
วันที่ 18 ก.ย.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนคาราวาน “รวมพลังไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” บริเวณหน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นางกฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และน.ส.เขมนิจ จามิกรณ์ หรือ แพนเค้ก นักแสดงสาวดาวรุ่งร่วมด้วย
ขบวนคาราวานนี้มีรถบรรทุกสิ่งของจำนวนทั้งสิ้น 23 คัน ประกอบด้วย เรือท้องแบน 30 ลำ ที่จะส่งไปยังจ.อ่างทอง 10 ลำ จ.พระนครศรีอยุธยา 10 ลำ จ.อุทัยธานี 10 ลำ เรือพายจำนวน 210 ลำ ส่งไปยังจ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา และจ.อุทัยธานี จังหวัดละ 70 ลำ อีกทั้งยังมีถุงยังชีพจำนวน 8,000 ถุง ซึ่งจะส่งไปจ.อุดรธานี 4,000 ถุง จ.พระนครศรีอยุธยา 3,000 ถุง และจ.อ่างทอง 1,000 ถุง สุขาเคลื่อนที่ 16 หลัง ส่งไปจ.พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังได้เตรียมรถบรรทุกน้ำของการประปาจำนวน 2 คัน รถปฏิบัติการฉุกเฉิน (ERT) จำนวน 1 คัน รถกู้ชีพกู้ภัย 2 คัน รวมถึงกล่องส้วมฉุกเฉิน 94 กล่องด้วย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวก่อนปล่อยขบวนคาราวานว่า เงินที่ได้รับบริจาคจากพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนที่ระดมทุนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 363 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าจะถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอย่างแน่นอน ซึ่งมีทั้งหมด 55 จังหวัดทั่วประเทศที่ได้รับความเสียหาย และล่าสุดยังมี 26 จังหวัดที่ยังประสบอุทกภัยเข้าขั้นวิกฤติ ซึ่งต้องเยียวยาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้รัฐบาลได้เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เกษตรกรรมพื้นที่ปลูกข้าว ข้าวโพด รวมถึงบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายด้วย โดยเราได้เร่งรัดให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย ให้ดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทุกจังหวัด ทั้งนี้จะจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลรับผิดชอบในการอนุมัติเงินเพื่อนำเงินไปถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างเป็นธรรมด้วย
จากนั้นได้มีตัวแทนจากบริษัท ไทยแมททอล เซ็นเตอร์ ซัพพลาย กิจการในเครือเจ๊พร และบริษัท เคอ๊อฟฟิตเซ็นเตอร์ เดินทางมามอบเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั้งหมด 3 แสนบาทให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วย
ล่องเรือตรวจน้ำท่วมจี้ผู้ว่าทำเขื่อนรับน้ำเหนือ
ต่อมาเวลา 11.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะได้เดินทางถึงยังเทศบาลปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อพบปะและตรวจเยี่ยมประชาชนริมน้ำเจ้าพระยาพร้อมมอบถุงยังชีพ โดยมีพล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่ากทม. และนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยประชาชนจำนวนกว่า 50 คน ให้การต้อนรับ
โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อีก 2-3 วันข้างหน้านี้ น้ำจะเพิ่มขึ้นสูงมาก เราจึงต้องปั่นกระแสน้ำเพื่อเร่งนำน้ำออก ซึ่งตนเป็นห่วงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และพื้นที่โดยรอบที่เป็นแหล่งรับน้ำเหนือ จึงสั่งการให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดทำเขื่อนหรือแนวกั้นน้ำ เพื่อเตรียมป้องกันน้ำเหนือไว้ จะเร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องน้ำนั้นเป็นแผนระยะยาวที่ต้องมาหารือกันต่อไป ย้ำว่าจะป้องกันให้มากที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะ ได้ลงเรือไปยังเกาะเกร็ด เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน และแจกถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัย ก่อนที่จะออกเดินทางโดยเรือเพื่อตรวจสถานการณ์น้ำและแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาในฝั่งตะวันตกไปตามจุดต่างๆในจังหวัดนนทบุรีที่ประสบภัยน้ำท่วม ได้แก่วัดฉิมพลี เกาะเกร็ด และเดินทางไปยังมัสยิดท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด เพื่อมอบถุงยังชีพให้แก่พี่น้องชาวมุสลิม
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เดินทางมาให้กำลังใจประชาชนและห่วงสถานการณ์น้ำท่วม อย่างไรก็ตามระดับน้ำทะเลจะลดลงใน 1-2 วันนี้ เราจะเร่งกระแสน้ำลงทะเลให้เร็วสุด เพื่อป้องกันน้ำไม่ให้ท่วมในพื้นที่นนทบุรีและปทุมธานี ซึ่งรัฐบาลเป็นห่วงพี่น้องมุสลิมและยืนยันว่าจะเดินหน้านโยบายที่เกี่ยวกับชาวมุสลิมต่อไป โดยเฉพาะการเพิ่มโควต้าเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ของชาวมุสลิม ซึ่งตนกำลังเจรจาในเรื่องนี้อยู่ ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอกับจำนวนพี่น้องชาวมุสลิม รวมถึงเรื่องของนโยบายอาหารฮาลาล ตนจะผลักดันไปสู่ครัวโลกด้วย จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะออกเดินทางไปยังวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร อ.เมืองนนทบุรี เพื่อมอบถุงยังชีพแก่พี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วม ก่อนออกเดินทางไปยังท่าน้ำนนท์เพื่อออกเดินทางโดยเรือไปยังท่าเทียบเรื่อหอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
โชว์ทอดไก่-ไข่เจียว"ช่วยน้ำท่วม
เมื่อเวลา 13.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางถึงยังวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร อ.เมืองนนทบุรี เพื่อมอบถุงยังชีพแก่พี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยนายกรัฐมนตรีได้ขึ้นไปบนรถประกอบอาหารเคลื่อนที่ของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้ลงทอดไข่เจียวและทอดน่องไก่ปีกบน เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน จากนั้นได้แวะไปกราบนมัสการพระธรรมกิตติมุนี(สายฐานมังคโล) เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี โดยพระธรรมกิตติมุนี ได้มอบพระพุธทชินราชบูชา จากนั้นได้เดินทางไปสักการะพระบรมรูปพระพุทธเลิศล้านภาลัย พร้อมไปเปิดรถกรองน้ำดื่มเคลื่อนที่ของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชน
จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปที่ท่าน้ำนนท์ เพื่อมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ก่อนออกเดินทางล่องเรือตรวจสภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยแวะสำรวจระดับน้ำที่ท่าน้ำศิริราช ก่อนที่จะไปขึ้นท่าเทียบเรือหอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพมหานคร
"พร้อมพงษ์"เผย"พท."เตรียมจัดบอลการกุศลหาเงินช่วยปชช.ถูกน้ำท่วม
นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ กล่าวถึงปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ว่า ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในเวลานี้ได้สร้างผลกระทบต่อประชาชนจำนวน 1.4 แสนรายในพื้นที่ 26 จ. ซึ่งล่าสุดมีคนเสียชีวิต 102 คน และสูญหายจำนวน 2 คน พื้นที่เกษตรเสียหายจำนวน 4 ล้านไร่ ซึ่งรัฐบาลได้พยายามเร่งแก้ไข แต่ยังพบปัญหาในเรื่องของงบประมาณที่มีจำนวนไม่เพียงพอ ดังนั้นในวันที่ 20 ก.ย. พรรคเพื่อไทยได้จัดแข่งขันฟุตบอลการกุศลนัดอุ่นเครื่องก่อนที่จะเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรที่ประเทศกัมพูชาในวันที่ 24 ก.ย. โดยจะเป็นการแข่งขันระหว่างนักการเมืองฝั่งรัฐบาลและทีมรวมดารา ที่นำโดยนายเป็ด เชิญยิ้ม เพื่อหาเงินไปช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะนำเงินดังกล่าวไปซ่อมที่อยู่อาศัยของประชาชน ส่วนสถานที่จัดการแข่งขัน ได้กำหนดไว้ที่สนามกีฬาการท่าเรือ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 - 19.00 น.
ด้านนายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แสดงความเป็นห่วงคนไทยที่ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัด จึงฝากให้รัฐบาลช่วยเข้าไปเร่งแก้ไขดูแลประชาชน รวมถึงฟื้นฟูในพื้นที่ที่ประสบภัยด้วย
กรมชลเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าจากการคาดการณ์ว่าในช่วงระหว่างวันที่ 18 - 20 กันยายนนี้ระดับน้ำที่ จ.นครสวรรค์ คาดว่าจะสูงสุดที่ 3,800 - 3,900ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากในปัจจุบันปริมาณน้ำไหลผ่านนครสวรรค์อยู่ที่3,786 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตามกรมชลประทานจะมีการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่สำนักชลประทานท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อให้ระดับน้ำที่ไหลผ่าน อ.บางไทรไม่เกิน 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครแต่หากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นที่นครสวรรค์ในจุดที่พีคสุดในอีก 3 วันจากนี้จะส่งผลทำให้ระดับน้ำที่ จ.ชัยนาทเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 30 เซนติเมตรซึ่งกรมชลประทานได้แจ้งประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งเตือนประชาชนให้อพยพเคลื่อนย้ายสิ่งของให้พ้นน้ำแล้วโดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำ และเทศบาลเมืองจ.ชัยนาท ซึ่งจะต้องวางแผนการระบายน้ำมวลใหญ่ที่จะไหลมารวมกันที่เขื่อนเจ้าพระยาและระบายออกสู่ทะเล
สำหรับสถานการณ์ผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชัยนาทนั้น พบว่ามีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 5 อำเภอ พื้นที่การเกษตรประมาณ 6 หมื่นไร่ โดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาข้าวที่ได้เก็บเกี่ยวแล้วประมาณ 70%ซี่งการให้ความช่วยเหลือขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้เปิดครัวสายใยรักช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือนร้อนรวมถึงเร่งสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายเพื่อเร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรโดยเฉพาะที่อำเภอสัพยาซึ่งพบว่าพื้นที่การเกษตรเสียหายมากที่สุดนอกจากนี้ หน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงเกษตรฯ เตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลดโดยเฉพาะความรู้ทางวิชาการ การจัดคลินิกเกษตรคลื่อนที่การส่งเสริมพืชผักไว้บริโภคในครัวเรือนรวมถึงเตรียมแผนการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวสนับสนุนหลังน้ำลด
"วิทยา”ผลิตยาสมุนไพร-ยาหม่องสูตรพิเศษช่วยน้ำท่วม
นายวิทยา บุรณศิริ รมว.กระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ อำเภอบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยไปที่วัดวิเวกวายุพัด ตำบลคลองจิก และเทศบาลตำบลปราสาททอง ตำบลบางเลน ซึ่งถูกน้ำท่วมประมาณ 1,400 หลังคาเรือน เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อน และเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
นายวิทยา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะนี้มี 15 อำเภอจากทั้งหมด 16 อำเภอ สถานบริการสาธารณสุขถูกน้ำท่วมทั้งหมด 30 แห่ง ใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.บางบาล 10 แห่ง อ.บางไทร 9 แห่ง อ.บางปะอิน 7 แห่ง อ.ผักไห่ 2 แห่ง อ.เสนา และ อ.นครหลวง อำเภอละ 1 แห่ง แต่ยังสามารถเปิดให้บริการได้ เกือบทั้งหมดเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)
หลังจากเกิดน้ำท่วมขังตามจังหวัดต่างๆ กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งยาและเวชภัณฑ์จากส่วนกลาง ไปช่วยประชาชน โดยเป็นยาชุดช่วยผู้ประสบภัย 827,500 ชุด ยาตำราหลวง 35,500 ชุด ยารักษาน้ำกัดเท้า จำนวน 151,000 หลอด และสำรองไว้ที่ส่วนกลางอีก 600,000 ชุดรวมทั้งยารักษาน้ำกัดเท้า พร้อมกันนี้ได้ให้กรมพัฒนาแพทย์แผนไทยฯ ผลิตยาสมุนไพร ชุดยาภูมิปัญญาไทย เพื่อนำมาช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยน้ำท่วม ยาดังกล่าวประกอบด้วยยา 5 ชนิด ซึ่งผู้สูงอายุรู้จักกันดี ได้แก่ 1. ยาฟ้าทะลายโจร บรรเทาอาการเจ็บคอ ไข้หวัด แก้ท้องเสีย 2. ยาขมิ้นชัน บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ 3. ยาจันทน์ลีลา แก้ไข้ตัวร้อน 4.บาล์มตะไคร้ ทาบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบของผิวหนัง แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ป้องกันยุง และ 5. ครีมพญายอ ทาบรรเทาอาการของเริม และงูสวัด และมียาหม่องทาแก้ปวดเมื่อยด้วย เบื้องต้นในวันนี้ได้ให้หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่ อ.บางปะอิน นำไปให้ผู้ประสบภัยแล้วจำนวน 300 ชุด สำรองไว้อีก 1,000 ชุด
นอกจากนี้ยังได้ผลิตยาหม่องสมุนไพรสูตรพิเศษให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมใช้บรรเทาอาการได้หลายอย่าง มีตัวยา 3 ชนิด ได้แก่ไพล มีสรรพคุณแก้ปวดเมื่อย ตะไคร้หอม ป้องกันยุงกัด และน้ำมันมะพร้าว ลดการอักเสบ และบำรุงผิว ผลิตจำนวน 50,000 ขวด และผลิตครีมใบพลู ใช้บรรเทาอาการแพ้แมลงสัตว์กัดต่อย แก้ลมพิษ จำนวน 500 หลอด ข่าทิงเจอร์ แก้น้ำกัดเท้า จำนวน 400 ขวด ทองพันชั่งทิงเจอร์ ทาแก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน อักเสบ 400 ขวด คาราไมล์จากเสลดพังพอน บรรเทาอาการผดผื่นคัน 500 ขวด ครีมพญายอแก้งูสวัด 500 หลอด และยาหม่องทาแก้ปวดเมื่อย 6,000 ขวด
ตั้งแต่น้ำท่วมเป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่รักษาผู้เจ็บ ป่วยในพื้นที่ประสบภัยรวม 1,874 ครั้ง รวมจำนวนผู้รับบริการสะสม 246,757 ราย โรคที่พบ 5 อันดับแรก ได้แก่ น้ำกัดเท้า ไข้หวัด ปวดกล้ามเนื้อ โรคผิวหนัง และโรคเครียด ไม่มีโรคระบาดที่มากับน้ำท่วม
ลพบุรีน้ำท่วมขยายวงกว้างทั้ง11อำเภอ
สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดลพบุรียังคงขยายเป็นวงกว้างไปแล้วทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดลพบุรี หนักสุดอยู่ที่อำเภอบ้านหมี่ เมืองลพบุรีและท่าวุ้ง และมีผู้เสียชีวิตแล้ว1รายขณะออกหาปลาในจุดที่น้ำไหล
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ของจังหวัดลพบุรีขณะนี้ได้ท่วมครบทุก อำเภอของจังหวัดแล้วทั้ง11อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอบ้านหมี่ ท่าวุ้ง เมืองลพบุรี โคกสำโรง หนองม่วง พัฒนานิคม สระโบสถ์ ลำสนธิ ท่าหลวง ชัยบาดาล โคกเจริญ รวม100ตำบล 799 หมู่บ้าน 59ชุมชน ซึ่งน้ำท่วมในจังหวัดลพบุรีขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว1รายคือนายอนัน แสนอภัย อายุ 50 ปี ชาวอำเภอโคกสำโรงเสียชีวิตขณะออกไปหาปลา
สำหรับน้ำที่ท่วมหนักสุดของจังหวัดลพบุรีอยู่ใน 3 อำเภอ คือ อ.บ้านหมี่ อ.ท่าวุ้ง อ.เมืองลพบุรี โดยที่อำเภอบ้านหมี่มีน้ำท่วมสูงแล้วเกือบ 3 เมตร หลายหมู่บ้านถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิงต้องใช้เรือในการเข้าออกหมู่บ้าน แต่บางจุดก็ออกไม่ได้เนื่องจากต้องพายเรือไกลมาก ซึ่งพื้นที่บ้านหมี่ที่น้ำท่วมหนักอยู่ที่ตำบลหนองกระเบียน หนองเมือง บ้านกล้วย บ้านทราย หนองทรายขาว พุคา
ส่วนในพื้นที่อำเภอเมืองก็อ่วมไม่แพ้กัน ตำบลป่าตาล และตำบลเขาพระงาม ถูกตัดขาด ซึ่งที่ตำบลเขาพระงามระดับน้ำได้ท่วมถนนสายหลักอย่างลพบุรี-โคกสำโรงสูงก ว่า70ซมจนรถเล็กวิ่งไม่ได้ทำให้ติดเกาะเข้าออกไม่ได้ร่วมถึงกระแสน้ำก็ไหล แรงมากด้วยทำให้การใช้เรือก็ลำบาก
ขณะที่นายวิบูลย์ เลาหสุระโยธิน นายอำเภอท่าวุ้ง ได้นำเครื่องจักรพร้อมกำลังชาวบ้านและอาสาสมัครไปทำการอุด คันกั้นน้ำบริเวณวัดหนัง หมู่ที่ 4 ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี หลังจากคันกั้นน้ำแตกทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นทุ่งสุดท้ายของจังหวัดลพบุรีที่น้ำยังไม่ท่วม
ด้าน สถานการณ์ของน้ำในอ่าเก็บน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จังหวัดลพบุรี เริ่มวิกฤตขึ้นเรื่อยๆหลังวันเดียวน้ำไหลเข้าในอ่างจำนวนมากจนมีน้ำสะสมอยู่ในอ่างเก็บน้ำที่ 821.75 ล้านลูกบาตรเมตร คิดเป็น 104.68 เปอร์เซ็นต์ของความจุของอ่างเก็บน้ำ แต่ก็ยังพอรับไหวในอีกสัก 2-3 วัน เนื่องจากว่าเขื่อนป่าสักนั้นรับน้ำได้เต็มความจุเกินกว่าลิมิตได้ ที่ 960 ล้านลูกบาตรเมตร ยังเหลือน้ำที่รับได้อีกกว่า 100 ล้านลบ.ม. ก่อนที่จะปรับแผนในการระบายออกจากเขื่อน โดยขอรอดูสถานการณ์น้ำจากแม่น้ำเจ่าพระยาก่อนเพื่อไม่ให้ชาวบ้านได้รับผล กระทบหนักจากแม่น้ำทั้ง 2 สาย
“ปชป.” ดีใจชาวบ้านได้รับเงินช่วยน้ำท่วม
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการแจกเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม รายละ 5,000 บาท จำนวน 13,721 ครัวเรือน และเงินชดเชยพืชเกษตรเสียหาย 322 ราย รวม 72 ล้านบาท ตนขอแสดงความยินดีกับประชาชน เพราะควรได้รับเงินก้อนดังกล่าวมานานแล้ว เพราะประชาชนเดือดร้อนจริงๆ ซึ่ง ต้องทนอยู่น้ำท่วมมาเป็นเวลานาน แต่เสียดายที่รัฐบาล ใช้ประชาชนเป็นเหยื่อ ทางการเมือง เพื่อดึงเวลาจ่ายเงิน แล้วโยนความผิดไปให้กับรัฐบาลที่แล้ว ทั้งที่ในข้อเท็จจริงไม่เป็นความจริง และที่สุดรัฐบาลก็จ่ายเงินได้ ทั้งที่อยู่ในงบประมาณเดิม อยากถามว่างบประมาณก้อนนี้นำมจากไหน ดังนั้นอยู่ที่ความตั้งใจของรัฐบาลว่าจะช่วยได้เมื่อไหร่ หรือต้องรอให้ประชาชนแช่น้ำมือเปื่อย เท้าเปื่อยเกือบตายเสียก่อน จึงจะลงมือช่วยเหลือ



