
บึ้ม!ใต้ปฏิบัติการแนวร่วมวิถีโค้ง
รายงานพิเศษ : 'บึ้มสุไหงโก-ลก ปฏิบัติการของแนวร่วมวิถีโค้ง'
เหตุการณ์ "คาร์บอมบ์-จักรยานยนต์บอมบ์" เมื่อค่ำวันที่ 16 กันยายน ย่านธุรกิจ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์ครั้งใหญ่อีกครั้ง เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ปฏิบัติครั้งนี้แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ค่อนข้างมั่นใจว่า เป็นปฏิบัติการตอบโต้เจ้าหน้าที่ของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง
"ที่ผมมั่นใจว่าเป็นการตอบโต้จากกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเพราะเมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งผมนำกำลังกวาดล้างยาเสพติดใน อ.สุไหงโก-ลก ได้ของกลางจำนวนมากพร้อมตัวมือระเบิดที่ก่อเหตุพบคลิปในมือถือการก่อเหตุฆ่าปาดคอเจ้าหน้าที่ จึงมั่นใจว่ากลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุนี้"
ดังนั้นหลังจากการจับกุมเมื่อวันที่ 13 กันยายน สิ่งที่แม่ทัพภาคได้กำชับก็คือให้เจ้าหน้าที่ระวังการก่อเหตุใน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพราะเชื่อว่าจะมีการตอบโต้อย่างแน่นอน เนื่องจากกลุ่มขบวนการยาเสพติดที่จับกุมได้เป็นขบวนการใหญ่ แต่เนื่องจากวันศุกร์เป็นวันหยุดที่มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้ามามาก ทำให้คนร้ายแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุ
สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ภาคใต้ นับจากเหตุปล้นปืนค่ายทหาร ที่เกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2547 ต่อเนื่องมาจนถึงขณะนี้คือพัฒนาการของการก่อเหตุจากฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่น่าสนใจนั่นก็คือการยอมรับถึงความเป็นจริงในด้านที่ว่า สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่มาอย่างยาวนานแล้ว ปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์ลุกลาม เพราะมีแนวร่วมอื่นมาสบทบด้วย ไม่ว่าจะเป็นขบวนการค้ายาเสพติด ขบวนการค้าสิ่งผิดกฎหมาย นี่คือโรคแทรกซ้อนที่สำคัญสำหรับพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ข้อมูลจากหน่วยปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า ปัจจุบันนราธิวาส โดยเฉพาะ อ.สุไหงโก-ลก คือปลายทางของเส้นทางลำเลียงยาเสพติด จากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งพม่า ลาว โดยเฉพาะเฮโรอีนที่มีมากที่สุด รองลงมาคือ ยาบ้า กระท่อม และกัญชา ตามลำดับ ขณะเดียวกัน นอกจากเป็นปลายทางของยาเสพติดแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นต้นทางกระจายยาเสพติดในพื้นที่ โดยมีการนำยาเสพติดไปเก็บในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากนั้นก็รอจังหวะนำกลับเข้ามากระจายในพื้นที่
ขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่สามจังหวัดเป็นเครือข่ายที่ใหญ่มาก มีเงินสะพัดหลักหมื่นล้านบาท จากตัวเลขของผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัจจุบันมีประมาณ 3-4 แสนคน พบว่าประมาณ 5 หมื่นคนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในฐานะผู้เสพ
"กลุ่มก่อความไม่สงบที่เข้าไปรับผลประโยชน์จากกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด จะเป็นระดับแกนนำ โดยกลุ่มนี้จะนำเงินส่วนน้อยมาให้กลุ่มก่อเหตุที่เป็นระดับเด็กๆ เป็นผู้ปฏิบัติ" แหล่งข่าวระบุ
ความเด่นชัดถึงแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่ต้องการให้พื้นที่ภาคใต้ยกระดับสู่การเป็นพื้นที่อันตราย เพื่อเปิดช่องให้แนวร่วมอีกฝ่ายได้ประโยชน์ก็คือ การจับกุมและตรวจยึดน้ำมันเถื่อนของกลางกว่า 3 แสนลิตร นับจากปฏิบัติการในเดือนเมษายน 2554 ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นการจับกุมเรือบรรทุกน้ำมัน
และช่วงไล่เลี่ยกันที่มีการบุกทลายโรงงานยางพาราเก่าซึ่งเป็นสถานที่ซุกซ่อนน้ำมันเถื่อน พร้อมยึดรถบรรทุกน้ำมันได้อีกหลายคัน ในเขต อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นับจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ขบวนการค้าสิ่งผิดกฎหมายรูปแบบต่างๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของการให้ทุนสนับสนุนกลุ่มก่อความไม่สงบ ด้วยเป้าหมายที่ต้องการให้ฝ่ายรัฐอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพื่อที่ด้านหนึ่งนั่นคือการเปิดช่องให้กลุ่มหาผลประโยชน์ในสิ่งผิดกฎหมายได้ตักตวง
การกวาดล้างยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จ.นราธิวาส ก็ให้ความสนใจถึงการเติบโตของขบวนการเหล่านี้ 6 กันยายน โดยตำรวจ สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จับกุมผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดนราธิวาส คือนายมูฮัมมัดซาอุดี เจ๊ะซอ อายุ 31 ปี และนายยูสือรี ซำซี อายุ 34 ปี พร้อมของกลางยาบ้าชนิดเม็ดสีส้ม 3.2 หมื่นเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในบ้านเช่า เขต ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ที่บุคคลทั้งสองอาศัยอยู่
จากนั้นวันที่ 7 กันยายน ตำรวจ สภ.ตันหยง จ.นราธิวาส ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา 3 คน คือ 1.นายต่วนยูโซฟ ดายอดาลี อายุ 34 ปี 2.นายสรายุทธ ใหม่ชุม อายุ 27 และ 3 .นายสุปาวี เจ๊ะดือเร๊ะ อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 4,000 เม็ด ข้อมูลที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพคือรับยาบ้ามาจากนายอามัน ชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นเอเย่นต์รายใหญ่ในมาเลเซีย และกำลังจะนำยาบ้าไปส่งให้ลูกค้าที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
ต่อเนื่องมายังวันที่ 13 กันยายน พ.ต.ท.มาโนช ปิ่นทอง รองผู้บังคับการ 3 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 4 ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 36 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จำนวน 300 นาย นำหมายศาลบุกเข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 141/36 ถนนทรายทอง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นบ้านพักของนายสามีอุง เปาะอาเดะ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกสภาจังหวัดนราธิวาส อ.สุไหงโก-ลก เขต 3 ในฐานะร่ำรวยผิดปกติและฐานตกเป็นผู้ต้องสงสัยพัวพันกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด
การตรวจค้นในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำดีเอ็นเอที่ได้เพื่อไปเทียบเคียงกับยาเสพติดที่ตรวจยึดมาได้ก่อนหน้านี้ เพราะเชื่อถึงการเชื่อมโยง
เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของการดำรงอยู่ของเครือข่ายผิดกฎหมาย ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบ เพราะตราบใดที่ในพื้นที่อยู่ในภาวะที่ร้อนเป็นไฟ อีกมุมหนึ่งย่อมที่จะเป็นการเปิดช่องให้เครือข่ายผิดกฎหมายได้เติบโต



