
'วิทยา'เผยบึ้มสุไหงโกลกเจ็บ118ดับ3
'วิทยา'เผยเหตุระเบิดสุไหงโก-ลก เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ118 ราย ทำแผลและกลับบ้านไปแล้ว 75 ราย แพทย์รับตัวรักษาในโรงพยาบาล 43 ราย อาการสาหัส 7 ราย
17 ก.ย.54 นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าการดูแลผู้บาดเจ็บจากเหตุคาร์บอมบ์ 3 จุด ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ระดมทีมแพทย์กู้ชีพจากโรงพยาบาลใน จ.นราธิวาส และระดมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้บาดเจ็บ พร้อมเตรียมคลังเลือด ห้องผ่าตัด ห้องฉุกเฉิน ไอซียู พร้อมช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ จากเหตุระเบิดครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บทั้งหมด 118 ราย เจ้าหน้าที่ทำแผลและกลับบ้านไปแล้ว 75 ราย ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล 43 ราย โดยอยู่ที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก 36 ราย เมื่อคืนนี้ทีมแพทย์ทำผ่าตัดถึงตี 3 จำนวน 8 ราย ส่วนใหญ่ถูกสะเด็ดระเบิดเข้าช่องท้อง แขนขาหัก และให้เลือดเกือบทุกราย ขณะนี้นอนอยู่ห้องไอซียู 2 ราย อาการพ้นขีดอันตราย มีอาการสาหัสส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ 7 ราย เนื่องจากถูกไฟคลอกตามร่างกายมากกว่าร้อยละ 50 โดยอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา 5 ราย เป็นชายทั้งหมด และส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์หาดใหญ่ จ.สงขลา 2 ราย
นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บ 5 รายที่รักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา เป็นชายทั้งหมด ได้รับรายงานล่าสุเดเมื่อเวลา 9.00 น.วันนี้ อาการอยู่ในขั้นวิกฤติ โดย 3 ราย ถูกไฟไหม้ตามร่างกายรุนแรง ร้อยละ 40-80 และแขนขาหักร่วมด้วย ขณะนี้นอนรักษาตัวในห้องปลอดเชื้อ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ มีแพทย์เชี่ยวชาญดูแลเต็มที่ ส่วนอีก 2 รายนั้น รายแรก ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ตาข้างขวาถึงใบหู แพทย์ทำการผ่าตัดควักลูกตาออกแล้ว ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ยะลาวางแผนใส่ลูกตาปลอมให้ต่อไป รายที่2 ถูกสะเก็ดระเบิดถูกเส้นเลือดที่แขนข้างขวาขาด แพทย์ทำการเย็บบาดแผลและให้การดูแลอย่างใกล้ชิด
ชาวสุไหงโก-ลกรับเหตุจยย.-คาร์บอม3ลูกซ้อนสุดรุนแรงเท่าที่เคยพบ
น.ส.อัญชลี อุดมศิลป์ ชาวบ้านซึ่งอาศัยในเขตเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เปิดเผยถึงเหตุการณ์จยย.และคาร์บอม์ต่อเนื่องถึง3ครั้ง ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมาถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในพื้นที่หัวเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดชายแดนภาคใต้แห่งนี้ นับตั้งแต่เกิดปัญหาความไม่สงบตั้งแต่ปี2547 เป็นต้นมา โดยเทียบกับการลอบวางระเบิดในเขตอำเภอสุไหงโก-ลก หลายครั้งที่ผ่านมา นับได้ว่าเหตุการณ์ครั้งล่าสุดสร้างความสะเทือนขวัญ ความเสียหายทั้งในแง่ชีงิต และทรัพย์สินมากที่สุด
น.ส.อัญชลี กล่าวว่า จากเหตุรถจักรยานยนต์บอมบ์ครั้งแรก ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ซึ่งในขณะนั้นอยู่ที่บ้าน แต่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นเหตุรุนแรง กระทั่งได้ยินเสียงระเบิดลูกที่สองดังขึ้นทำให้รู้สึกได้ทันทีว่าสถานการณ์ผิดปกติ และล้มเลิกแผนจะออกไปนอกบ้าน โดยจากนั้นไม่นานเกิดเสียงระเบิดลูกที่สามดั่งสนั่นหวั่นไหวอย่างไม่เคยได้ยินเสียงระเบิดครั้งไหนดังลั่นเท่ากับระเบิดคาร์บอมในครั้งนี้
“เสียงระเบิดครั้งที่สามนอกจากจะดังมากแล้ว ยังสัมผัสและรู้สึกได้ถูกอาการสั่นไหว หลังจากนั้นแค่ชั่วอึดใจเดียวระบบไฟฟ้าในบ้านก็ดับลงทันที ซึ่งยอมรับว่ากลัวมาก เพราะไม้รู้ว่าเหตุขณะนั้นเกิดจุดใดรู้แค่เพียงเสียงกึกก้องอยู่ไม่ไกล จึงได้แต่สวดมนต์ภาวนาให้เหตุการณ์คลี่คลายและอย่าได้มีอะไรรุนแรงไปกว่าที่คิด”น.ส.อัญชลี กล่าว
หญิงสาวชาวสุไหงโก-ลก กล่าวต่อว่า กระทั่งหลังผ่านไปเกือบ2ชั่วโมง กระแสไฟฟ้าในบ้านเริ่มติด พร้อมกับสัญญาณโทรศัพท์มือถือเริ่มใช้ได้อีกครั้ง แต่ยังเป็นไปในลักษณะติดๆขัด ก่อนจะได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนฝูงจากนอกพื้นที่โทรมาสอบถามพร้อมทั้งเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง เพราะขณะนั้นแทบจะไม่รู้ความเป็นไปที่เกิดขึ้นในพื้นที่เพราะไม่กล้าออกไปไหน
“ได้ฟังสิ่งที่เพื่อนเล่าจากภาพที่ปรากฎผ่านสื่อบางสำนัก กอปรกับเสียงและแรงสั่นสะเทือนที่สัมผัสได้จากเหตุการณ์ระเบิดต่อเนื่องยอมรับว่าน่ากลัวและเขย่าโสตประสาทอย่างมาก เพราะมีทั้งคนตาย และผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก”น.ส.อัญชลี กล่าว
โจรใต้วางบึ้ม 3 จุดที่นราธิวาส
เกิดเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ใน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ช่วงค่ำของวันศุกร์ที่ 16 ก.ย.2554 โดยคนร้ายลอบวางระเบิด 3 จุด และเกิดระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน เริ่มจากเวลา 18.40 น. เป็นระเบิดแบบมอเตอร์ไซค์บอมบ์ซึ่งคนร้ายประกอบระเบิดแสวงเครื่องไว้ในรถจักรยานยนต์ และนำไปจอดไว้ริมถนนตรงข้ามประตูทางเข้าสมาคมแต้จิ๋ว ถนนเจริญเขต ซอย 3 ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก
จุดที่ 2 เวลาประมาณ 18.55 น. ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อาสารักษาดินแดน (อส.) หน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุจุดแรก ได้เกิดระเบิดมอเตอร์ไซค์บอมบ์ขึ้นอีก 1 ครั้ง ห่างจากจุดแรกประมาณ 300 เมตร บริเวณสามแยกทางเข้าสำนักงานองค์การโทรศัพท์สาขาสุไหงโก-ลก ทั้งสองจุดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
จากนั้นเวลา 19.20 น.ได้เกิดระเบิดที่คนร้ายติดตั้งไว้ในรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ สีแดง หรือ "คาร์บอมบ์" จอดอยู่บริเวณสี่แยกข้างร้านอาหาร ตรงข้ามโรงแรมเมอร์ลิน น้ำหนักระเบิดคาดว่าประมาณ 20-30 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร แรงระเบิดทำให้อาคารร้านค้าได้รับความเสียหายหลายหลัง กระจกโรงแรมเมอร์ลินแตกละเอียด มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง
ทั้งนี้ แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้และไฟฟ้าดับในเขตเทศบาลเมือง โดยคนร้ายยังได้วางระเบิดและวัตถุต้องสงสัยเอาไว้อีกหลายจุด แต่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้และยิงทำลายได้สำเร็จ
มทภ.4 เตรียมปรับแผนดูแลพื้นที่สุไหงโก-ลก
พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การก่อวินาศกรรมในพื้นที่ อ.สุไหงโก - ลก จ.นราธิวาส คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้ ทั้งนี้ยอมรับว่าต้องมีการปรับแผนเรื่องการรักษาความปลอดภัยใหม่ในพื้นที่สุไหงโก-ลก ให้มีความเข้มงวดมากขึ้นในการอุดช่องโหว่ไม่ให้คนร้ายสามารถที่จะเคลื่อนไหวลอบแฝงตัวก่อเหตุได้ ส่วนการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายในทุกรูปแบบที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบนั้น หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงทั้ง 3 ฝ่าย ก็ยังพร้อมเดินหน้าดำเนินการอย่างถึงที่สุด เพราะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่เป็นต้นเหตุของการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทหารแบ่ง2ทีมล่ามือบึ้มโก-ลกท้าทายรัฐตรึงรอยต่อไทย-มาเลย์สกัดหนีข้ามประเทศ
พล.ต.อัคร ทิพโรจน์ รองผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากการสรุปเหตุการณ์คนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์และ จักรยานยนต์บอมบ์ 3 จุด บนถนนเจริญซอย 3 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เหตุเกิดคืนวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 รายในจำนวนนี้เป็นชาวมาเลเซียถึง 3 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บมีจำนวน 78 ราย จุดเกิดเหตุทั้ง 3 พื้นที่ ถือว่าการก่อเหตุความรุนแรงที่ท้าทายการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างมาก หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ไล่ล่าและทลายกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มที่เชื่อว่ามีผลเชื่อมโยงกับการนำเงินมาสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบ
" คนร้ายมีเป้าหมายชัดเจนที่จะตอบโต้การทำงานขอเจ้าหน้าที่ จึงเลือกก่อเหตุกับเป้าหมายที่มีผลกระทบเป็นวงกว้างเพื่อเป็นการตอกย้ำการลดความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่และข่มขวัญประชาชนไปด้วยในตัว ซึ่งจากการประมวลและวิเคราะห์สถานการณ์โดยภาพรวมทำให้เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุครั้งนี้เป็นกลุ่มขบวนการแนวร่วมผู้ก่อเหตุความไม่สงบที่มีความสัมพันธ์ในการรับการสนับสนุนเงินทุนจากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจึงได้ร่วมมือกันก่อเหตุเพื่อแลกผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน"พล.ต.อัคร กล่าว
รองผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งรวบรวมข้อมูลและหลักฐานต่างๆโดยแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน คือ การติดตามและไล่ล่าเครือข่ายในส่วนของกลุ่มขบวนการแนวร่วมที่เคลื่อนไหวและรับผิดชอบเขตพื้นที่อ.สุไหงโก-ลก ที่มีประวัติเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ยาเสพติด และส่วนที่ 2 จะเน้นการสอบสวนขยายผลกลุ่มผู้ต้องหาค้ายาเสพติดที่ถูกจับกุมดำเนินคดีเพื่อหาข้อมูลเชิงลึกในการเชื่อมโยงเครือข่ายของทั้ง 2 กลุ่ม และที่สำคัญในระหว่างดำเนินการได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองให้เพิ่มความเข้มงวดพื้นที่บริเวณรอยต่อพรมแดนไทย-มาเลเซียทุกจุดอย่างเข้มงวดด้วยเพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ
ขอบคุณภาพ : ศูนย์ข่าวอิศรา



