ข่าว

ตะครุบมล.เก๊อ้างนามสกุลดังตุ๋นทรัพย์

ตะครุบมล.เก๊อ้างนามสกุลดังตุ๋นทรัพย์

16 ก.ย. 2554

จับหนุ่มใหญ่ อ้างตัวเป็น 'หม่อมหลวง' นามสกุลดัง ตีสนิทเจ้าของโครงการบ้านหรู ก่อนขอเงินทำบุญ เหยื่อหลงเชื่อโอนให้ไปเกือบ 3 หมื่น ยังไม่พอใจ ขอเงินค่าดูดวงอ้างลูกมีเคราะห์ ไหวตัวตรวจสอบข้อมูลทางเนต ประสานตร. ซ้อนแผนตะครุบตัว

          เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่  16 กันยายน พ.ต.ท.จีรศักดิ์ เหล่าทัพ หัวหน้าสำนักงานผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ดูแลงานด้านการสืบสวนสอบสวน พร้อมกำลังเจ้หาน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สส.บชน. และผู้เสียหาย คือนาย ปีเตอร์ ชาง อายุ 48 ปี เจ้าของการบิน พีซี แอร์ไลน์ และภรรยา น.ส. อิสสริยา กิจทรัพย์ทวี  อายุ 28 ปี วางแผนเข้าจับกุมนายชัชวาลย์ เหล่างามยิ่งยง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 332/8 ถ.จิระ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งแอบอ้างตัวเองว่า เป็น หม่อมหลวง สุนทรชัย ชยางกูร ไปหลอกต้มตุ๋น ตีสนิทขอซื้อบ้านโครงการหรูที่ผุ้เสียหายทำอยู่ ย่านเกษตรนวมินทร์ ก่อนที่จะตีสนิทล่อลวงให้โอนเงินเพื่อทำบุญโดยใช้คำว่า หม่อมหลวง มาชักจูง ซึ่งได้มีการนัดส่งมอบเงินในร้านอาหารเซน เจแปนนิส เรสทัวรองต์ ภายในห้างคริสตัล ปาร์ค ถ.เลียบด่วนรามอินทรา 

          ทั้งนี้ ภายหลังที่ผู้ต้องหาได้รับเงินของกลางที่มีการถ่ายเอกสารไว้เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนนำตัวไปสอบสวน ที่ กก.2 บก.สส. บชน.

          นายปีเตอร์ กล่าวว่า  ก่อนหน้านี้นายชัชวาล ผู้ต้องหาได้ทำทีเข้ามาแสดงตนว่าเป็น "หม่อมหลวง" โดยอ้างชื่อว่า เป็น"หม่อมหลวง สุนทรชัย ชยางกูร"  เข้ามาติดต่อซื้อบ้านโครงการหรูที่ตนทำอยู่ย่านเกษตรนวมินทร์ ราคาหลังละกว่า 100 ล้านบาท โดยเข้ามาหาที่บ้านซึ่งขณะนั้นภรรยาตนอยู่บ้านตามลำพัง ในการพูดคุยผู้ต้องหาได้พยายามตีสนิทหว่านล้อม จนเกิดความหลงเชื่อและความคุ้นเคย จากนั้นผู้ต้องหาได้ชักชวนให้ภรรยาตนร่วมทำบุญ เป็นเงิน 29,000 บาท ซึ่งภรรยาตนหลงเชื่อยินยอมให้เงินจำนวนดังกล่าวไป

          นายปีเตอร์กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้โทรศัพท์ติดต่อเข้ามาที่โครงการฯอีกครั้ง โดยขอคุยกับภรรยาของตน พร้อมกับบอกจุดประสงค์ว่า "จะดูดวงให้ลูก เนื่องจากลูกของตนกำลังมีเคราะห์" ครั้งนี้ต้องการให้โอนเงินค่าดูดวง จำนวน 29,999 บาท โดยภรรยาได้นำเรื่องดังกล่าวมาปรึกษาตน เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังทั้งหมด

          "ผมรู้สึกเอะใจ เพราะถ้าเป็นคนดังมีเงินจริง และมีการติดต่อกันเรื่องธุรกิจก็น่าจะติดต่อกันไม่นานนัก คงจะไม่มีการมาเรียกเก็บเงินครั้งละ 20,000-30,000 บาทแบบนี้ ผมจึงลองไปค้นชื่อหม่อมหลวง สุนทรชัย ตามที่ผู้ต้องหาอ้างในอินเทอร์เนต ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีชื่อเสียงในสังคมโดยเฉพาะวงการหุ้น พร้อมกันนี้ได้มีการตรวจสอบไปยังธนาคารที่ได้โอนเงินให้ไปก่อนหน้านี้ ปรากฏว่ามีเงินคงค้างในบัญชีดังกล่าวเพียงแค่ 10 บาทเท่านั้น จึงมั่นใจว่าหม่อมหลวงที่แอบอ้างนั้นน่าจะเป็นพวก 18 มงกุฎ จึงเข้าไปร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากรู้จักกับนายตำรวจหลายท่าน เพื่อที่จะวางแผนเข้าจับกุมคนร้ายรายนี้ให้ได้" นายปีเตอร์กล่าว

          นายปีเตอร์ กล่าวว่า สำหรับการวางแผนครั้งนี้ เริ่มจากโทรศัพท์ติดต่อไปยังผู้ต้องหาเพื่อที่จะให้มารับเงินค่าดูดวงจำนวน 29,999 บาท ที่ห้างดังกล่าว พร้อมกันนี้ตนได้ถ่ายเอกสารจำนวนเงินทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน 

          นอกจากนี้ ได้วางแผนหลอกผู้ต้องหาว่า ต้องการที่จะขายแหวนเพชรน้ำหนัก 5 กะรัต ซึ่งถ้าหากไปปล่อยโรงรับจำนำจะได้ในราคา 1,500,000 บาท แต่จะขอให้ผู้ต้องหาช่วยซื้อในราคา 2,000,000 บาท ซึ่งแผนนี้ตนคิดว่าผู้ต้องหาจะต้องเกิดความละโมบ คิดอยากจะได้ทั้งเงินและแหวนเพชร คงจะต้องยอมเดินทางมาพบตามที่นัดหมายแน่ ๆจึงได้มีการวางแผนร่วมกับทางตำรวจให้มีการนัดส่งเงินภายในร้านอาหารดังกล่าวเพื่อจับกุมคนร้าย

          "ผมคิดว่า บุคคคลคนนี้ เป็นคนอันตรายของสังคม  ซึ่งอาจจะเป็นแก๊ง 18 มงกุฎ เที่ยวแฝงตัวแอบอ้าง เป็นคนมีชื่อเสียงตระเวนไปตามโครงการบ้านหรูต่าง ๆ เพื่อทำทีขอซื้อ ก่อนที่จะมีการตีสนิท เรียกเงินในรูปแบบต่างๆ อ้างว่าทำบุญบ้าง อะไรบ้าง ซึ่งเงินจำนวน 2-3 หมื่น ผมไม่คิดเสียดายหรอก แต่การมาหลอกลวงต้มตุ๋นแบบนี้เป็นสิ่งที่ผิด ไม่ควรที่จะปล่อยไว้ จึงได้ประสานตำรวจและสื่อมวลชนมาทำข่าวเพื่อเปิดโปง ให้สังคมได้รับรู้และได้ระวังตัว "นายปีเตอร์ กล่าว

          ด้าน น.ส.อิสสริยา  กล่าวว่า ในตอนแรกที่ผู้ต้องหารายนี้ได้อ้างตัวเป็นหม่อมหลวงนั้น ตนไม่ได้เอะใจ  เนื่องจากการแต่งกายดี สะอาดสะอ้าน พูดจาดี ซ้ำยังอ้างว่า มีเชื้อเจ้า เป็นถึงหม่อมหลวงเมื่อเขาขอเงินช่วยทำบุญตนก็ช่วยไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไร  แต่หลังจากที่เริ่มตีสนิท ก็จะโทรศัพท์มาพูดคุยอยู่บ่อย ๆและช่วงหลังจะคุยแต่เรื่องใต้สะดือ และยังขอเงินค่าดูดวงของลูกอีก จึงได้ปรึกษากับทางสามี จนสามีเกิดความเอะใจ จึงได้สืบค้นประวัติ จกนระทั่งทราบว่า ไม่ใช่หม่อมหลวงตามที่อ้างตัวไว้ตั้งแต่แรก"

          ทั้งนี้ เชื่อว่า บุคคลลักษณะนี้ น่าจะยังมีอยู่มาก อยากให้ทุกคนระมัดระวัง และตรวจสอบบุคคลต่าง ๆที่เข้ามาตีสนิท อย่างหลงกลเชื่อคำพูดง่ายๆ ครั้งนี้ถือว่า ยังโชคดีที่ไม่สูญเงินหรือทรัพย์สินให้กับ 18มงกุฎ รายนี้ไปจำนวนมาก และสามารถวางแผนจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้อีกด้วย

          ขณะที่ พ.ต.ท.จีรศักดิ์ กล่าวว่า หลังได้รับการร้องทุกข์จากผู้เสียหาย และมีการนำหลักฐานมายืนยันเป็นรูปภาพ การบันทึกเสียงพูดคุยทางโทรศัพท์ และที่สำคัญยังมีรูปภาพที่ทางผู้เสียหายได้ไปสอบถามข้อมูลจากหม่อมหลวงตัวจริง ซึ่งเป็นคนละคนกับที่มีการแอบอ้าง จึงได้ประสานมายัง กก 2.บก.สส.บชน. เพื่อส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม

          ทั้งนี้ ในการจับกุมเบื้องต้นทางผู้ต้องหายังทำทีเป็นว่าไม่รู้เรื่อง และอ้างว่ายังไม่ได้ทำอะไรผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดที่ กก.2 บก.สส.บช.น. โดยเชื่อว่าน่าจะมีการก่อเหตุแอบอ้างและต้มตุ๋น หลอกลวงในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง หรืออาจจะมีการทำเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง  ซึ่งจะมีการสอบสวนขยายผลต่อไป

          ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนาย นายชัชวาลย์ มาสอบเค้นที่ กก.2 บก.สส.บช.น. ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้หลอกลวงผู้เสียหายจริง โดยอ้างว่าเป็นหม่อมหลวงและหลอกเงินดังกล่าว

          นอกจากนี้ ยังอ้างว่า กระทำเป็นครั้งแรก ซึ่งหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายชัชวาลย์ ไปดำเนินคดีที่สน.โคกครามต่อไป