
กทม.มั่นใจรับมือน้ำเหนือทะลักกรุง
กทม.มั่นใจเอาอยู่ กางแผนรับมือน้ำเหนือจ่อทะลักกรุง : สัมภาษณ์พิเศษ นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ โดย ธนัชพงศ์ คงสาย สำนักข่าวเนชั่น @tanatpong_nna
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดนาทีนี้เข้าทำลายความเสียหายกินพื้นที่วงกว้างในหลายจังหวัดของประเทศ เริ่มก่อเกิดแรงวิตก “พลังน้ำ” จะลามเข้าท่วม “เมืองเอก” อย่างกรุงเทพมหานครให้ตกอยู่ในสภาวะ “จมบาดาล” โดยส่วนหนึ่งจากการประเมินของ “กรมชลประทาน” คาดว่า “น้ำเหนือทัพใหญ่” จะทยอยไหลลงเขื่อนสู่เขื่อนเจ้าพระยา และรวมตัวมุ่งสู่ลุ่มเจ้าพระยาเตรียมโหมกระหน่ำกรุงเทพมหานครช่วงวันที่ 19-20 ก.ย.นี้
“สำนักการระบายน้ำ” ภายใต้สังกัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในฐานะหน่วยงานหลักในเตรียมมาตรการรับมือ ได้วางแผนรับสถานการณ์ระยะสั้น-ระยะยาวกับความคาดหวังคนเมืองกรุงให้กรุงเทพฯก้าวผ่าน “วิกฤติการณ์” น้ำท่วม
“สัญญา ชีนิมิตร” ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม.ให้สัมภาษณ์พิเศษ “สำนักข่าวเนชั่น” ก่อนดีเดย์น้ำเหนือก้อนยักษ์จ่อทะลักเข้ากรุง พร้อมกางแผนระดมสรรพกำลังป้องกันน้ำท่วมเมืองหลวงประเทศ !!!
#กรมชลประทานคาดการน้ำเหนือก้อนใหญ่จะเข้ากทม.วันที่ 19-20 ก.ย.นี้ กทม.จะรับมืออย่างไร
เรามีแนวป้องกันน้ำท่วมริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยายาว 77 กิโลเมตร สร้างไปแล้ว 75.8 กิโลเมตร เหลืออีก 1.2 กิโลเมตร ได้สร้างแนวชั่วคราวโดยเอากระสอบทรายเข้าไปดำเนินการแล้ว โดยแนวสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในกทม.ยาว 86 กิโลเมตร ท่านผู้ว่าฯ(ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.)ให้สร้างเพิ่มเติมอีก 7 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
#มีเส้นทางไหนที่น้ำจะเข้าพื้นที่กรุงเทพฯบ้าง
มี 3 ด้าน 1.ด้านที่ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา 2.ด้านตะวันออกผ่านคลองคลองระพีพัฒน์ ประตูระบายพระนารายณ์ลงมาด้านตะวันออก ผ่านคลอง 13 ผ่านเขตหนองจอก ผ่านเขตมีนบุรี ผ่านเขตลาดกระบังออกสู่ริมทะเลที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีแนวระบายน้ำของกรมชลประทานทางด้านนั้นด้วยก็จะสามารถช่วยระบายได้ 3.ด้านตะวันตกมีแม่น้ำนครชัยศรี แม่น้ำท่าจีนจะมีแนวคลองมหาสวัสดิ์เชื่อม เพราะฉะนั้นน้ำที่ผ่านมาทางตะวันตกก็จะผ่านแม่น้ำท่าจีนออกสู่ทะเล ส่วนคลองมหาสวัสดิ์ที่เชื่อมอยู่ เราก็มีแนวป้องกันริมคลองมหาสวัสดิ์
ด้านตะวันออก และตะวันตกเวลาปกติหากไม่มีฝน เราจะเร่งระบายน้ำทั้งสองฝั่ง อย่างฝั่งตะวันออกจะเร่งระบายน้ำผ่านคลองประเวศ คลองแสนแสบเข้าอุโมงค์ระบายน้ำ เข้าสถานีสูบน้ำที่พระโขนง เร่งระบายออกไปวันหนึ่งประมาณ 4 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ด้านตะวันตกเรามีคลองทวีวัฒนาเรียบไปตัดคลองภาษีเจริญลงสู่แก้มลิงสนามชัยที่คลองราชมนตรี สามารถสูบน้ำออกไปวันหนึ่งประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็เป็นการช่วยระบายน้ำ ซึ่งบางส่วนก็ไปคลองดาวคะนอง คลองชักพระ คลองบางกองใหญ่ก็ช่วยระบายน้ำทั้งสองฝั่ง
ขณะที่น้ำก้อนใหญ่ก็จะผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา เรามีสถานีสูบน้ำริมสองฝั่งแม่น้ำคอยดูแลพร้อมกับประตูระบายน้ำสองร้อยกว่าแห่งช่วยดูแล เพื่อการควบคุมบริการจัดการน้ำที่จะผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา
#หากสถานการณ์เหนือการควบคุมพื้นที่เขตไหนจะได้รับผลกระทบเป็นแห่งแรก
สถานการณ์ตอนนี้ปริมาณน้ำเหนือที่ผ่านมายังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่มาก บวกกับเมื่อวานนี้(15ก.ย.) น้ำขึ้น 1.74 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เพราะฉะนั้นปริมาณน้ำที่จะมาวันที่ 19 ก.ย.นี้ คาดว่าเราสามารถป้องกันได้ ถ้าไม่มีฝนตกเพิ่มในพื้นที่เราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด
#จุดเสี่ยง 27 ชุมชนนอกแนวป้องกันจะได้รับผลกระทบแค่ไหน
ต้องเข้าใจว่า 27 ชุมชนที่อยู่นอกแนวป้องกันเป็นชุมชนที่อยู่ในน้ำเลย เราไม่สามารถไปดำเนินการให้น้ำไม่ท่วมได้ แต่น้ำที่ท่วม 27 ชุมชนเป็นน้ำท่วมในจังหวะน้ำขึ้นลงตามสภาพ เมื่อผ่านไป 2-3 ชั่วโมงน้ำลงก็จะเป็นปกติ ซึ่งการช่วยเหลือ 27 ชุมชน ท่านผู้ว่าฯกทม.บอกว่าจะไปช่วยเรื่องทางเดินให้อำนวยสะดวก ทำสะพานไม้ หรือเรื่องอนามัยให้เข้าไปดูแลอย่างนี้เป็นต้น
#หน่วยเบส หรือประตูระบายน้ำ จะช่วยการพร่องน้ำได้มากแค่ไหน
หน่วยเบสจะดูในพื้นที่ทั้งหมดเวลาน้ำขึ้น 1.ดูแลแนวป้องกันต่างๆ 2.ดูแลป้องกันชั่วคราว 3.แนวป้องกันชั่วคราวที่เกี่ยวกับทางขึ้นลงสัญจรของท่าเรือต่างๆที่ถนนลงไปสู่แม่น้ำ ถ้าเราไปวางแนวป้องกัน แต่ไม่มีคนดูแลจะเป็นปัญหาเพราะอาจจะไปกีดขวางการจราจรได้ จึงต้องมีการวางแนวป้องกันตอนน้ำขึ้นหลังจากนั้นค่อยรื้อออก ส่วนสถานีสูบน้ำเราต้องพร่องจากคลองหลักๆไว้ทั้งหมด ถ้ามีฝนตกก็สามารถระบายน้ำในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว หรือถ้ามีน้ำรั่วซึมเข้ามาจากแนวป้องกันน้ำท่วมที่จากที่มีการพร่องน้ำตามคลองต่างๆ หรือมีน้ำล้น ก็สามารถนำเครื่องสูบน้ำจากสถานสูบน้ำทั้ง 158 แห่งมาสูบออกไปที่แม่น้ำเจ้าพระยาได้เลย หรือว่าสูบออกในคลองหลักทั้งหมด ซึ่งอันนี้ดำเนินการได้
#แก้มลิง 21 แห่งในกทม.จะช่วยรองรับน้ำอย่างไร จะช่วยได้มากหรือไม่
ทั้ง 21 แห่งช่วยระบายน้ำได้ 12 ล้านลูกบาศก์เมตร หลักๆ แหล่งใหญ่ที่สุดคือที่บึงหนองบอน เขตประเวศ เก็บกักน้ำ 5,00,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และก็มีแก้มลิงแหล่งเล็กๆ เพิ่มเติม รวมกันแล้วประมาณ 12 ล้านล้านลูกบาศก์เมตรเศษๆ รวมทั้งฝั่งตะวันตกด้วยมีแก้มลิงคลองมหาชัย คลองสนามชัยก็จะช่วยป้องกันน้ำท่วมจากน้ำฝน และช่วยการป้องกันน้ำจากทั้งสองฝั่งกทม. ถ้าเกิดมีน้ำล้นก็จะเข้ามาแก้มลิง หรือเข้าระบบคลองเราก็ทำการสูบน้ำออกไปได้
#เมื่อน้ำเข้าพื้นที่กทม.จะมีการเร่งระบายน้ำอย่างไร
เรามีสถานีสูบน้ำหลักๆ 158 แห่งจะช่วยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ ซึ่งมีอัตราการสูบประมาณ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สามารถเร่งระบายถ้าน้ำเข้ามาพื้นที่ด้านใน รวมทั้งอุโมงค์ยักษ์ แก้มลิงต่างๆที่ใช้บริหารจัดการร่วมกันหมด นอกจากนี้ยังมีเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ที่เตรียมไว้ตามตรอกซอกซอยในเขตต่างๆอีก 700 กว่าเครื่องกระจายอยู่ใน 50 เขตในกรุงเทพฯ
#โอกาสที่น้ำทะเลหนุนในช่วงน้ำเหนือเข้ากรุงโอกาสมีมากแค่ไหน
จากสถานการณ์ปีนี้กับปีที่แล้วใกล้เคียงกัน ตัวเลขก็อยู่ใกล้เคียงกัน เมื่อปีที่แล้วกทม.ก็ยังปกติดี วันนี้ก็ยังปกติดีเช่นกัน แต่เราจะไม่ประมาทในการดำเนินการ แต่ก็ต้องเฝ้าระวังทุกจุดอย่างใกล้ชิด ถ้าตรงไหนมีปัญหาจะเข้าไปเร่งแก้ปัญหาได้ทัน
#โครงการอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ จะช่วยป้องกันน้ำท่วมได้แค่ไหน
อุโมงค์ยักษ์ช่วยได้มาก เมื่อก่อนเราจะลดน้ำในคลองแสนแสบ หรือคลองประเวศ 1-2 เซนติเมตรค่อนข้างใช้เวลามาก ถ้าจะพร่องน้ำในพื้นที่ก็ทำได้แค่ 20 เซนติเมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เนื่องจากศักยภาพของประตูระบายน้ำที่เรามีอยู่มีไม่มาก แต่ปัจจุบันอุโมงค์ยักษ์ที่สร้างเสร็จแล้วสามารถพร่องระดับน้ำในคลองแสนแสบได้ถึง 70 เซนติเมตรหรือ 1 เมตรต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง และในคลองประเวศก็เช่นกันก็พร่องได้เร็ว เมื่อมีการพร่องน้ำขณะที่ฝนตกลงมาน้ำบนพื้นผิวจราจร หรือในคลองย่อยต่างๆ ก็จะไหลลงอุโมงค์ยักษ์ได้เร็วขึ้น น้ำที่เคยท่วม 20-30 เซนติเมตรจะใช้เวลาดำเนินการ 3-4 ชั่วโมง แต่ถ้าปัจจุบันน้ำที่เป็นก้อนเดียวกันตกลงมาปริมาณใกล้เคียงจะสามารถระบายได้เพียง 1 ชั่วโมงหรือ 1 ชั่วโมงครึ่งน้ำจะหมดไป ความสูงของน้ำที่เคยสูง 20-30 เซนติเมตร ก็จะเหลือ 15 เชนติเมตร
อุโมงค์ยักษ์ยังช่วยระบายน้ำด้านตะวันออกที่เป็นน้ำจากเหนือ เราจะเปิดประตูระบายน้ำที่คลองประเวศ คลองแสนแสบ เพื่อเอาน้ำผ่านเข้าอุโมงค์ยักษ์ให้ระบายช่วยน้ำเหนือได้ โดยวันหนึ่งระบายได้ประมาณ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนฝั่งตะวันตกได้วันละ 2 ลูกบาศก์เมตร
#แผนช่วยเหลือประชาชนระยะสั้นและระยะยาว
ท่านผู้ว่าฯกทม.ได้สั่งเขตที่เกี่ยวข้องให้เตรียมการก่อนเกิดเหตุ โดยก่อนเกิดเหตุจะเข้าไปดูอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะเข้าไปช่วย หรือขณะเกิดเหตุถ้ามีน้ำมากจริงๆจะมีแผนอพยพไปยังโรงเรียนต่างๆที่เตรียมไว้ หรือไปในพื้นที่ศูนย์ที่มีแผนชัดเจน
#ประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุดในการรับมือวิกฤติน้ำท่วมกรุงเทพฯอย่างไร
เราไม่อยากให้ประชาชนแตกตื่น แต่ต้องระวัง เพราะฉะนั้นในการดำเนินการถ้าเกิดมีปริมาณน้ำมามาก ผมดูจากสถานการณ์ตอนนี้น้ำที่ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยายังมีการขึ้นลง แต่ไม่ได้ขึ้นเลยทีเดียว ซึ่งเวลาน้ำขึ้นก็อาจจะน้ำหนุนขึ้น เวลาน้ำลงก็จะลงตามปกติ แนวทางที่เราเตรียมไว้ถ้ามีน้ำล้นเข้ามาในระบบจะมีเครื่องสูบน้ำเสริมเข้าไปดำเนินการ และมีหน่วยที่เราเตรียมไว้ทั้งหมดแล้ว อีกทั้งยังมีศูนย์ป้องกันน้ำท่วมที่เป็นช่องทางให้ประชาชนแจ้งมาได้ 24 ชั่วโมงเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปแก้ไขปัญหา
#อยากให้ความมั่นใจกับประชาชนในการเตรียมป้องกันน้ำท่วม
การดำเนินการกรุงเทพมหานครจะทำให้ดีที่สุด แนวป้องกันที่เรามีอยู่ประมาณ 2.50 เมตรคือค่าเฉลี่ย แต่โดยกายภาพเราทำแนวไว้ 3 เมตร จากคลองที่ติดกับด้านจังหวัดนนทบุรี เขตบางซื่อมาถึงสะพานซังฮี้ทั้งสองฝั่งประมาณ 3 เมตร จากสะพานซังฮี้ไปถึงสะพานพระราม 9 อยู่ที่ระดับ 2.80 เมตร และจากสะพานพระราม 9 ลงไปพื้นที่ด้านล่างอยู่ที่ 2.50 เมตร ซึ่งจากกายภาพคิดว่าน้ำที่เคยเป็นปัญหามีระดับสูงสุดเมื่อปี 2538 ประมาณ 2.27 เมตร แต่ปีที่แล้วระดับน้ำอยู่ที่ 2.10 เมตรสูงสุด จึงคิดว่าถ้าเป็นน้ำเหนืออย่างเดียวไม่มีฝนเข้ามาเติมน่าจะรับได้ และจะทำให้ดีที่สุด



