
จนท.ป่าไม้บุกยึด​ไม้พยุง​มูลค่า100ล.
เจ้าหน้าที่ป่าไม้บุกยึดโกดังไม้พยุง ติดชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พบไม้พยุงท่อนทั้งเก่าและใหม่ พร้อมส่งออกกว่า 100 ลูกบาศก์เมตร มูลค่า 100 ล้านบาท
16 ก.ย.54 พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จังหวัดสุรินทร์ ,พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ แก้วมณี รอง ผบก.ภ.พ.ต.อ.นิธิศ ปิติธีระโชต ผกก.สภ.กาบเชิง ,นายประสิทธิ์ บุญลิขิต ปลัดจังหวัด สุรินทร์ พ.ต.อ.เดชา คำเกิด ผกก.ตชด. 21 ,พ.ต.ท.สุกิจ ก้องจตุจักร ผบ.ร้อย.ตชด.217 ,เจ้าหน้าที่ป่าไม้กาบเชิง จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และ อส.กาบเชิง ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบ ภายในบ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 10 บ้านปลัดฤาษี ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ มีนาย รู เซี่ย ชาวจีน เป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปไม้ และประดิษฐกรรมรูปไม้เก่า แต่ได้ดัดแปลงมาเป็นโกดังเก็บไม้พะยูง เป็นจำนวนมาก
ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 ก.ย.54 เจ้าหน้าที่ทหารพรานเฉพาะกิจที่ 1 “ยอดโดม” กรมทหารพรานที่ 23 กองกำลังสุรนารี ได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ฯ ได้จับกุม ขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง ตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก เขต อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ได้สอบปากคำผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าไม้พะยูง
ส่วนหนึ่งส่งมาขายให้กับ นายรู เชี่ย เจ้าของโกดัง ที่บ้านปลัดฤาษีจากนั้นพล.ต.ต.รณพงษ์ สั่งการให้ตำรวจตำรวจภูธรอำเภอกาบเชิง สนธิกำลังร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนที่ 217 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 นำ โดย,พ.ต.ท.สุกิจ ก้องจตุจักร ผบ.ร้อย.ตชด.217 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังเข้าตรวจคันบ้านหลังดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตรวจพบไม้พะยูง ที่ถูกตัดเป็นท่อน เก็บไว้ ภายในโกดัง ซึ่งถูกแบ่งเก็บในโกดังขนาดใหญ่ 2 แห่งและแบ่งเก็บในห้องตามเกรดของเนื้อไม้ จำนวน 6 ห้อง มีไม้พะยูงทั้งเก่าและใหม่ขนาดหน้าตัด 30-80 ซ.ม. ความยาว ประมาณ 2 เมตร ถูกเก็บไว้ในห้อง แต่ละห้องจำนวนนับ 100 ท่อน นอกจากนั้นยังมีไม้พะยูง ที่ถูกตัดมาใหม่ แปรรูปเก็บไว้ในห้องอีกกว่า 20 แผ่น และยังมีต้นไม้พะยูง ที่ถูกโค่นมาทั้งต้น อีก 10 ต้น เพื่อรอการแปรรูป
เจ้าหน้าที่ป่าไม้สุรินทร์ ระบุว่า ไม้พะยูงทั้งหมด มีจำนวน กว่า 500 ท่อน ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เนื้อไม้กว่า 100 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าไม้ ในประเทศกว่า 50 ล้านบาท และหากส่งไปถึงประเทศจีน จะมีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท และแหล่งที่มาของไม้พะยูง พบว่า
ส่วนหนึ่งถูกลักลอบตัวไม้ ในป่าตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดพื้นที่ จ.อุบลราชธานี, สุรินทร์ , ศีรสะเกษ และมีไม้บ้างส่วนที่เจ้าของไม้ ระบุว่า เป็นไม้เก่า รับชื้อจากชาวบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ จะได้ให้ผู้เป็นเจ้าของไม้ นำหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ต่อไป
ในขณะที่นายรู เชี่ย ชาวจีน มีภรรยาเป็นชาวไทย และมาชื้อโรงงานแปรรูปไม้เก่า และดัดแปลงเป็นโกดัง เก็บไม้พะยูง เป็นนายหน้า รับชื้อ ไม้พะยูง ทั้งที่ เป็นไม้เก่า และไม้ใหม่ เพื่อส่งไปขายยังประเทศจีน ซึ่งคนงาน ในโกดัง มี ทั้งชาวกัมพูชา และชาวพม่า ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบต่อไป



