ข่าว

ดนตรีในใจ

ดนตรีในใจ

17 ก.ย. 2554

ดนตรีในใจ : ขอดเกล็ดดาวเงิน พล.ต.ต.จิรโรจน์ กี่ศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.)

           "เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง นกบินเฉียงไปทั้งหมู่..."

            เสียงเพลงบรรเลงดั่งแว่ว...ออกมาจากห้องทำงานห้องหนึ่ง ภายในกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เสียงดนตรีไพเราะเพราะพริ้งที่ได้ยินน่าจะมาจาก "อูคูเลเล่" เครื่องดนตรียอดฮิตในหมู่วัยรุ่น

            แต่เมื่อแย้มประตูห้อง...สายตามองหาผู้บรรเลงดนตรีผสานเสียงขับร้องกลับเป็นหนุ่มใหญ่ท่าทางใจดี พล.ต.ต.จิรโรจน์ กี่ศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) หรือ "รองกี่" นั่นเอง

            "เพิ่งหัดเล่นเอง ยังเล่นไม่เก่งเลย" เสียงรองกี่ บอกด้วยหน้าเปื้อนยิ้ม

            ว่าแล้ว รองกี่ ก็เผยถึงที่มาของเครื่องดนตรีที่กำลังถืออยู่ในมือว่า เพื่อนๆ ชวนให้ซื้อ เห็นเพื่อนซื้อกันหลายคนก็เลยลองดู พอซื้อมาได้สักหนึ่งอาทิตย์ก็เปิดวิทยุมาฟัง ได้ยินว่าฮิตถึงขนาดมีเรียนกันเยอะแยะ แล้วมันตัวเล็ก พกง่าย ก็เลยไปหาคอร์ดมาลองหัดเล่นดู แต่เพลงที่ถนัดก็แนวๆ สไตล์คันทรี กับเพลงเก่าๆ เล่นไปสักพักเลยไปให้เพื่อนที่เล่นเป็นสอนให้ ตอนนี้ก็เล่นได้หลายคอร์ดแล้ว แต่จริงๆ แค่ 4 คอร์ดพื้นฐานเล่นให้คล่อง ก็เล่นได้หลายร้อยเพลงแล้ว แต่พี่ยังเล่นไม่ถึงขนาดนั้น (ฮา)

             นอกจาก รองกี่ ที่มีใจรักในเสียงดนตรีแล้ว "นายเวร" คนใกล้ตัวก็ยังต้องเล่นเป็น...เพลง ใจสั่งมา สาวเชียงใหม่ และอีกหลายเพลง ทั้ง "นายและนายเวร" ต่างช่วยกันร้องช่วยกันเล่นฮาเฮ

            "ตำรวจที่นี่ เล่นอูคูเลเล่เป็น 4-5 คนแล้ว เห็นว่าเริ่มฟอร์มวงอูคูเลเล่กันแล้วนะ แต่พี่ยังไม่ได้ไปรวมกับเขาเลย เพราะพี่เล่นยังไม่รอดเลย(ฮา) แต่ในอนาคตถ้าเล่นเก่งก็อยากจะไปร่วมวงกับเขานะ" รองกี่ บอกอย่างอารมณ์ดี

            นอกจาก "อูคูเลเล่" แล้ว "รองกี่" ยังชื่นชอบเสียง "เมาท์ออร์แกน" และ "กลองชุด" สามารถฝึกเล่นมาด้วยวิธีครูพักลักจำ แต่ก็ถ่อมตัวว่าไม่ถึงขั้นไปรวมทีมกับคนอื่น แต่ก็มีขึ้นไปเล่นแจมบ้างเวลาคนขาด นอกจากนี้ในห้องทำงานยังมี "ขลุ่ยเวียดนาม" เครื่องดนตรีชิ้นใหม่ที่กำลังหัดเล่นอยู่ แต่เจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากว่า "เล่นยากมาก"!!

            "คนเราต้องมีดนตรีอยู่ในหัวใจ ถือว่าเป็นคนที่มาความอ่อนโยน นุ่มนวล ละเอียดอ่อน ซึ่งมาปรับใช้กับหน้าที่การงานของตำรวจที่จำเป็นต้องมีความเข้มแข็งได้ ผมรักในเสียงดนตรีตั้งแต่เด็ก แถมยังเคยเป็นผู้การสวัสดิการ ซึ่งต้องคุมวงดนตรีตำรวจมาก่อน ก็เลยได้รู้ว่าดนตรีมีความสำคัญต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติเช่นกัน" พล.ต.ต.จิรโรจน์ บอกถึงความสำคัญของดนตรี

            แม้ว่า พล.ต.ต.จิรโรจน์ จะชอบเล่นดนตรี แต่ก็ไม่อยากเป็นนักดนตรี แต่อยากเป็นนายธนาคารมากกว่า สุดท้ายเลือกเดินตามรอยพ่อเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หลังจากเรียนจบ นรต. รุ่น 28 เก็บประสบการณ์หลากหลายทั้งด้านสืบสวน ด้านการข่าวประชาสัมพันธ์ ทำงานหลากหลายด้าน จนปี 2546 จนได้ขึ้นมาเป็น ผบก.กองสวัสดิการ ก่อนขยับเป็น รองผบช.หัวหน้าสำนักงานของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฝ่ายสืบสวนปราบปราม จากนั้นโยกมาเป็น รองผบช.สำนักงานกำลังพล แล้วก็ย้ายมาเป็น รอง ผบช.บช.ปส.กว่า 1 ปีแล้ว