ข่าว

'ปู'ไม่ฟันธงพท.ทับซ้อนของใคร

'ปู'ไม่ฟันธงพท.ทับซ้อนของใคร

16 ก.ย. 2554

'ยิ่งลักษณ์'เล็งตั้งคกก.เจรจาพลังงานกับเขมร ย้ำเป็นคนไทยปกป้องอธิปไตย ไม่ตอบพื้นที่ 4.6ตร.กม.เป็นของไทยหรือไม่ ลั่นเป็นตัวของตัวเองไม่เต้นตามฮุนเซน ยันไม่รู้ทักษิณบินเข้าเขมรวันนี้

          16 ก.ย.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงการหารือในประเด็นเขาพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อนกับ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า ในส่วนของเขาพระวิหารเราก็จะยึดแนวทางของจีบีซีตามแนวของศาลโลก ส่วนแนวของทหารนั้นจะมีการเสริมตำรวจเข้าไปแทนทหาร เพื่อที่จะมีกรรมการกลางในเรื่องของจีบีซีเข้ามาทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดความสงบในพื้นที่ทั้งสองฝ่าย

          ส่วนจะทำการถอนทหารเมื่อไรนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงต้องให้หน่วยงานและคณะกรรมการทำการเจรจาจีบีซีทำงาน แต่โดยหลักการทางกัมพูชาก็เห็นชอบในเรื่องของการที่เขาจะปรับปรุงกำลังตามแนวชายแดนโดยปฏิบัติตามศาลโลก

          เมื่อถามว่า ในส่วนของพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตมีการเจรจากันอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า หลักการตรงนี้ที่เหลือเรื่องก็อยู่ที่ศาลโลกในส่วนของเราเองเราก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง และในส่วนของประเทศไทยก็ต้องทำการปกป้องอธิปไตยของเราอย่างเต็มที่

          ส่วนรัฐบาลคิดว่าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร เป็นของเราหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตรงนี้เรายังพูดไม่ได้ เพราะจะมีเรื่องของคณะกรรมการ ที่จะมีผลต่อศาลโลกในการให้ข้อมูล แต่เราเองก็จะทำหน้าที่ในการที่จะหารือกัน เพราะมีคณะกรรมการที่ตั้งไว้ในรัฐบาลที่แล้วเราคงจะเดินหน้าต่อในการทำหน้าที่ และต้องมีผู้รู้ทางกฎหมายทำในเรื่องของการทำงานนี้โดยยึดแนวการปกป้องรักษาอธิปไตยของประเทศไทย

          เมื่อถามว่า แต่สมเด็จฮุนเซนบอกว่าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร เป็นของเขา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การยืนยันคนละประเภทกัน เราเองก็ต้องใช้หลักฐานที่เรามีอยู่ทั้งหมดในการต่อสู้คดี ที่ต้องทำให้เต็มที่

          ทั้งนี้ เมื่อถามว่าเราจะสู้ในพื้นที่ 4.6 ตร.กม.หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะยืนยันในการสู้ในเรื่องตามข้อกฎหมายให้เต็มที่

          ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางพลังงานที่กัมพูชาบอกแบะท่าว่าอยากจะนำขึ้นมาใช้ ดังนั้นจะใช้หลักการเดียวกันกับการเจรจาของมาเลเซียหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราจะยึดตามเอ็มโอยูเก่าที่จะนำมาดู ในส่วนของพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลนั้นต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนำไปหารือใน ครม.ในเรื่องของการจะเปิดเจรจาและเราคงต้องตั้งหลักจากเอ็มโอยูแล้วก็ตั้งคณะกรรมการเข้าไปทำการเจรจาอย่างเปิดเผย

          “ประเด็นนี้ดิฉันย้ำว่าเราจะทำอย่างเปิดเผยและมีคณะกรรมการที่ทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา”นายกรัฐมนตรี กล่าว เมื่อถามถึงปัญหาของไทยกับกัมพูชา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จุดปัญหาก็จะมีสองเรื่องอยู่ใน “ พื้นที่แนวแบ่งที่ยังไม่ลงตัวกันและเรื่องของการแบ่งพื้นที่ตัวผลประโยชน์ ”

          ทั้งนี้ ต้องใช้รูปแบบเอาเอ็มโอยูมาดูและศึกษาต่อ เมื่อถามว่าเป็นในรูปแบบ 50:50 หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังขออนุญาตไม่ตอบในมุมนี้เพราะมันจะเป็นเรื่องของเงื่อนไขการเจรจาเราก็ไม่อยากจะพูดตรงนี้ไป ขอให้มีคณะกรรมการที่ทำงานและเจรจา

          เมื่อถามว่าจะเริ่มเมื่อไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็เร็วที่สุดก็คงจะให้รมว.ต่างประเทศศึกษาและนำเรื่องเข้าครม. ส่วนบรรยากาศจะเอื้อขนาดไหนต่อการเจรจา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่ได้คุยกันบรรยากาศดีขึ้น เขาเองก็มีความตั้งใจที่อยากจะเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ เพราะในส่วนของการค้าขายหลังจากหยุดชะงักดังนั้นก็คงต้องแยกเป็นสองเรื่องคือเรื่องที่มีข้อพิพาทก็ต้องว่ากันไปตามคณะกรรมการเจรจา ทั้งสองประเทศก็คงต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ส่วนไทยก็ทำหน้าที่ตามกฎหมายและข้อเจรจาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

          ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการค้าขายชายแดนว่า เราเริ่มที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีในเรื่องของการเปิดค้าขายและเห็นด้วยว่าจะมีการเปิดช่องทางชายแดนแถว“สระบุรี”และจะดูพื้นที่อื่นก็คงต้องหาคณะทำงานด้วยกัน โดยมีการเสนอให้รมว.มหาดไทยทั้งสองประเทศเป็นเจ้าภาพและคุยกันในแต่ละพื้นที่ด้วย

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ประเทศไทยมีบทบาทเข้าไปช่วยเหลือช่วงเขมรแตก แต่ไป ๆมา ๆ วันนี้เขมรมีบทบาทและมีอิทธิพลในการกำหนดทิศทางทางการเมืองของประเทศไทย นายกรัฐมนตรี ยิ้มแล้วย้อนถามว่า “ไหนค่ะยังไม่มี เขายังไม่กำหนดทิศทางเลยนะคะ”

          เมื่อถามว่า เราต้องเดินแนวทางทางการเมืองตามเขาหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ไม่ค่ะ ไม่ใช่หรอกค่ะ” วันนี้ต้องบอกว่ามันมีปัญหาสองส่วนคือเราเองเรื่องแรกต้องทำงานในการเปิดศักราชใหม่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สองคือต้องมานั่งดูปัญหาเก่าว่าเรามีปัญหาอะไรบ้างแล้วเราถึงจะนำเข้าไปในเรื่องใหม่ เพราะวันนี้เราเองยังคุยปัญหาเก่ายังไม่ลงตัว และเราจะไปนำปัญหาใหม่อีกมันก็จะไม่จบสักที

          ส่วนยืนยันว่าไทยเป็นตัวของตัวเอง นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า “แน่นอนค่ะ ดิฉันเป็นคนไทยดิฉันต้องปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยแล้วก็รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เรียนว่าการทำงานเราจะทำอย่างตรงไปตรงมา และโปร่งใสให้ประชาชนได้รับทราบอยู่แล้ว เราจะปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย และการทำงานทางการทูตอย่างถูกต้อง

          เมื่อถามว่าเมื่อวานนายกรัฐมนตรีไปกัมพูชาและวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เดินทางไปกัมพูชา คิดว่าเป็นแง่ของความสัมพันธ์ที่มีอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ทราบอยู่แล้วว่าทุกครั้งเราเจรจาอย่างเปิดเผย ตนก็ทำไปงานในฐานะของรัฐบาลในการเจรจาอย่างเปิดเผยอยู่แล้ว และก็ไม่มีอะไรที่จะทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองอยู่แล้ว

          เมื่อถามถึงการเดินทางไปกัมพูชาของ พ.ต.ท.ทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ไม่ทราบค่ะ ดิฉันก็ไม่ได้ทราบค่ะ”

นายกรัฐมนตรีระบุปัญหาโผทหารอยู่ที่อัตราจอมพล

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงปัญหาที่ยังไม่สามารถนำบัญชีการปรับย้ายนายหทารขึ้นทูลเกล้าฯได้ว่า เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงไปแล้ว ปัญหาอยู่ที่เรื่องอัตราจอมพลที่มีการคุยกัน ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม

 

'ยิ่งลักษณ์'นำคณะเยือนลาวเป็นชาติที่ 4 ของอาเซียน

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ซึ่งเป็นประเทศในภูมิภาคอาเซียนประเทศที่ 4 ที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยือน ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้หารืออย่างเป็นทางการกับ นายทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรีลาว ที่สำนักนายกรัฐมนตรีลาว

          จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ไปเป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในลาว และเข้าร่วมพิธีมอบเงินโครงการโรงเรียนเพื่อนมิตรประจำปี 2554 ก่อนจะเดินทางไปยังที่ทำการสภาแห่งชาติลาว เพื่อหารือข้อราชการกับ พลโท จูมมาลี ไซยะสอน ประธานประเทศลาว และเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นายกรัฐมนตรีลาวเป็นเจ้าภาพเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี ก่อนเดินทางกลับถึงท่าอากาศยาหารกองบิน 6 เวลาประมาณ 18.00 น.วันเดียวกัน

          สำหรับการเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในทุกระดับและทุกมิติระหว่างไทยกับลาว เนื่องจากไทยเชื่อมั่นว่า ความมั่นคง และมั่งคั่งของลาว คือความมั่นคงและมั่งคั่งของไทย โดยจะใช้โอกาสนี้หารือเพื่อขยายลู่ทางความร่วมมือเพื่อเพิ่มพูนการค้า และการลงทุนระหว่างกัน โดยได้มีการหารือเกี่ยวกับ กลไกความร่วมมือไทย-ลาว โดยเฉพาะด้านความร่วมมือเพื่อพัฒนา และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการหารือเกี่ยวกับพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ในครั้งนี้ด้วย

 

 

นายกฯแจงซื้อไฟฟ้าจากลาวโครงการเดิมพลังงาน

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงการเดินทางไปเยือนประเทศลาวจะมีการคุยเรื่องการซื้อไฟฟ้าว่า สำหรับประเทศลาวนั้นเราได้มีการซื้อไฟฟ้าอยู่แล้วในการผลิตไฟฟ้าที่ประเทศลาว เป็นเรื่องที่กระทรวงพลังงานทำอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ความสัมพันธ์ไทย-ลาวไม่มีปัญหา และความสัมพันธ์เป็นไปอย่างดี

 

นปช.แห่เข้าเขมรต้อนรับ“ทักษิณ”

 

           เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ได้ประสานความร่วมมือกับ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.132 กกล.บูรพา นำกำลังร่วมกันตรวจเข้มการเดินทางผ่านเข้า-ออก ด่านพรมแดนอรัญประเทศ ของนักท่องเที่ยวและนักพนันชาวไทย อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายเข้าประเทศ บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

           ต่อมาได้มีรถยนต์หรู ยี่ห้อฮัมเมอร์ สีแดง ทะเบียนป้ายแดงได้ขับเข้ามาประสานขออนุญาตเดินทางออกไปกัมพูชาโดยได้นำเอกสารของรถยนต์และบุคคลมายื่นแสดงขออนุญาตออกนอกประเทศต่อด่านศุลกากรอรัญประเทศ และ ด่าน ตม.สระแก้ว และจากการตรวจสอบพบว่าบุคคลที่โดยสารมากับรถยนต์ฮัมเมอร์คันดังกล่าวมีจำนวน 3 คน คือนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และภรรยา พร้อมด้วยคนขับรถ ซึ่งได้นำพาสปอร์ตมายื่นแสดงประทับตราออกนอกประเทศอย่างถูกต้อง

           จากนั้นต่อมา ได้มีคณะกลุ่ม นปช.จำนวน 50 คน นำโดยนางลัดดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต ส.ส.พระเยา ได้มาติดต่อประสาน จนท.ด่าน ตม.จว.สระแก้ว และด่านศุลกากรอรัญประเทศ เพื่อขอนำคณะ นปช.พร้อมรถยนต์ตู้ เดินทางออกไปกัมพูชาเพื่อไปต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะเดินทางเข้าประเทศกัมพูชาในวันที่ 16 ก.ย.นี้ โดยทางกลุ่ม นปช.ได้นำพาสปอร์ตมายื่นแสดงและประทับตราออกนอกประเทศอย่างถูกต้อง ซึ่ง จนท.ตม.สระแก้ว และ ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ได้ตรวจสอบเอกสารและความถูกต้องก่อนอนุญาตให้เดินทางออกไปฝั่งกัมพูชา ได้ โดยไม่อนุญาตผู้ที่ไม่มีหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)เดินทางออกไปฝั่งกัมพูชา และไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ

           และจากการตรวจสอบกับแหล่งข่าวทราบว่ากลุ่ม นปช.ที่จะเดินทางไปต้อนรับและพบ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ยังไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณฯจะอนุญาตให้กลุ่ม นปช.ไปพบที่กรุงพนมเปญ หรือ ที่ จ.เสียมราฐ โดยจะต้องรอคำตอบจากนายนพดลแจ้งกลับมา นอกจากกลุ่ม นปช.ที่เดินทางออกทางด่านพรมแดนอรัญประเทศ แล้วยังมีกลุ่ม นปช.อีกหลายกลุ่มที่เดินทางเข้ากัมพูชาผ่านด่านชายแดนช่องจอมและกาบเชิง จ.สุรินทร์

 

นปช.สุรินทร์เตรียมไปเขมรพบ"ทักษิณ"18ก.ย.นี้


           นายเทพพนม นามลี ประธาน นปช.สุรินทร์ เปิดเผยว่า  ในวันที่ 18 ก.ย.2554นี้ ทางกลุ่ม นปช.สุรินทร์ จะเดินทางเข้าไปยังประเทศกัมพูชา ผ่านด่านถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ในช่วงเช้าต่อไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อเข้าให้กำลังใจและฟังบรรยายพิเศษจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  กล่าวกับนักการเมืองของประเทศกัมพูชา 

           แกนนำ นปช.สุรินทร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มี ส.ส. หลายคน มีกำหนดเดินทางร่วมด้วย แต่เนื่องจากเป็นช่วงหน้าฝน เส้นทางระหว่างบ้านโอรเสม็ด ไปยังจังหวัดอุดรมีชัย อยู่ในช่วงกำลังก่อสร้างมีระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร จึงไม่สะดวก ส.ส.จึงตัดสินใจเดินทางด้วยเครื่องบินไปยังประเทศกัมพูชาแทน  ในขณะที่แกนนำ นปช.สุรินทร์ และ นปช.ภาคอีสาน ประมาณ 300 คน จะเดินทางเข้าร่วมเชียร์การแข่งขันนัดพิเศษ ในวันที่ 24 ก.ย. 54 ที่ประเทศกัมพูชาด้วย 

 

“นพดล”เผยองค์กรรัฐสภาฯเอเชีย-แปซิฟิกเตรียมมอบเหรียญเกียรติยศให้“ทักษิณ”

 

          นายนพดลกล่าวถึงกำหนดการพ.ต.ท.ทักษิณ ในประเทศกัมพูชา ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับเชิญจากราชบัณฑิตสถานกัมพูชา และองค์กรรัฐสภาฯเอเชีย-แปซิฟิก ให้ไปบรรยายเกี่ยวกับเศรษฐกิจเอเชียและเศรษฐกิจโลกในวันที่ 17 ก.ย.และในวันที่ 19 ก.ย.สมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชา จะมอบเหรียญเกียรติยศ ที่แสดงถึงการรับใช้มนุษยชาติของบุคคลที่มีผลงานให้เกิดสันติภาพในโลก ขณะดำรงตำแหน่งนายกฯให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ตนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาว

           นายนพดล กล่าวต่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้เวลาอยู่ในประเทศกัมพูชาเพียง 1 - 2 วัน ไม่อยู่ถึงวันที่ 24 ก.ย.ที่คณะส.ส.พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงจะไปแข่งฟุตบอลกระชับมิตร ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ไปเพียงบรรยายเท่านั้น และตลอดเวลาที่อยู่จะไม่มีการไปเจรจาเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวด้านน้ำมัน แก๊สธรรมชาติ ตามที่ฝ่ายค้านออกมาระบุ ดังนั้นขอให้คนไทยและฝ่ายค้านสบายใจได้ ท่านเดินทางไปตามปกติ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่มีอะไรให้ต้องตื่นตระหนกว่าจะมีการเจรจาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือให้กับครอบครัว

           เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับสมเด็จฮุนเซน  ในการเจรจาเพื่อให้ปล่อยตัวนายวีระ สมความคิด น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ แกนนำคนไทยหัวใจรักชาติหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า เข้าใจว่าช่วงที่นส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปพบสมเด็จฮุนเซน ได้มีการพูดคุยและนายกฯกัมพูชาบอกว่าจะหาลู่ทางทางกฎหมายที่จะไปขอลดโทษให้กับคนไทยทั้ง 2 คน คงจะมีการขับเคลื่อนกระบวนการขออภัยโทษต่อไป ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ อยากช่วยเหลือคนไทยอยู่แล้ว แต่คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยดำเนินการ แม้พ.ต.ท.ทักษิณกับฮุนเซนจะมีความสัมพันธ์ดีต่อกัน เป็นมิตรแท้ในยามยากที่สนิทกัน เพราะเคยทำงานร่วมกันมาก่อนถึง 5 ปี ไม่ใช่สนิทเพราะมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนร่วมกัน

           ส่วนปัญหาที่เกี่ยวกับปัญหาพื้นที่ทับซ้อน  4.6 ตร.กม. ที่นายกฯฮุนเซน ยังยืนยันว่าเป็นพื้นที่ของกัมพูชานั้น นายนพดล กล่าวว่า ทุกรัฐบาลต่างมีจุดยืนว่าพื้นที่ 4.6 ตร.กม.เป็นของไทย แต่ที่เรียกว่าพื้นที่ทับซ้อน เพราะต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ตรงนี้ร่วมกัน และคงรออีก 1 - 2 ปีที่ศาลโลกจะชี้ขาดว่า ประเทศใดจะได้เป็นเจ้าของพื้นที่นี้ หรือจะให้ทั้ง 2 ประเทศบริหารพื้นที่ทับซ้อนร่วมกัน ทั้งนี้อยู่ที่ว่าเราจะจัดการพื้นที่ทับซ้อนอย่างชาญฉลาดหรือให้คงความตึงเครียดต่อไป เชื่อว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะใช้การเจรจาทางการทูตมากกว่าที่จะให้เกิดการปะทะตามแนวชายแดน รัฐบาลนี้คงจะไม่ได้เห็นการปะทะกันจนคนต้องอพยพเข้ามา แต่จะเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้าเพื่อสร้างมูลค่าตามบริเวณดังกล่าวให้มากขึ้นกว่าปัจจุบันอย่างแน่นอน

           นายนพดล กล่าวต่ออีกว่า ส่วนปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล มั่นใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณ คงจะไม่เข้าไปยุ่งแน่นอน ปล่อยให้เป็นหน้าที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ส่วนตัวเห็นว่าหากจะมีการเจรจาควรเป็นไปอย่างเปิดเผย ไม่ใช่เจรจาลับ ที่เข้าไปบ้านเขา ไปกินแกงเลียงแล้วเอาแผนที่ไปพูดคุยด้วย ที่พูดไม่ได้เหน็บใคร อย่างไรก็ดีหากเปิดเจรจาควรให้กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน และกองทัพ เข้าไปมีส่วนร่วมในการเจรจาอย่างเปิดเผยด้วยซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่ถูกและควรทำ

           ส่วนกรณีที่น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสีและส.ว.บางส่วน นัดชุมนุม เพื่อล่ารายชื่อประชาชนคัดค้านฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายนพดล กล่าวว่า ไม่อยากขยายความเห็นประเด็นฎีกา ให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม สิ่งที่น.พ.ตุลย์ร่วมกับส.ว. ทำไปนั้นสามารถทำได้หากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและยังอยู่ในกรอบกฎหมาย ก็เคารพสิทธิที่ออกมาเคลื่อนไหว และก็เข้าใจเหตุผลที่ออกมาเพราะท่านเองก็ไม่เคยเห็นด้วยกับฝ่ายเพื่อไทยหรือพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่แล้ว

 

"ทรงกิตติ"ชี้รมว.กห.เยือนเขมรแค่แนะตัวตามปกติ

 

            พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม จะเดินทางเยือนประเทศกัมพูชาเพื่อพูดคุยกับ พล.อ เตีย บันห์ รมว.กลาโหมกัมพูชาในวันที่ 23 ก.ย.นี้ว่า การที่ รมว.กลาโหม จะไปเยือนกัมพูชา เป็นการเดินทางตามปกติ เหมือนที่ผบ.เหล่าทัพเดินทางไปแนะนำตัวต่างประเทศ เมื่อรับตำแหน่งใหม่ๆ นายกฯ ก็ไปเยี่ยมประเทศเพื่อนบ้าน เช่นเดียวกับ รมว.กลาโหม เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรก็ต้องรอผล ส่วนการส่งผู้สังเกตการณ์นั้น ในส่วนของ ผบ.เหล่าทัพ เราได้เรียน รมว.กลาโหม เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วว่าเรายึดเหลักการนี้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง