ข่าว

'กรมป่าไม้'จ่อฟันรีสอร์ตอีก37แห่งรุก'วังน้ำเขียว'

'กรมป่าไม้'จ่อฟันรีสอร์ตอีก37แห่งรุก'วังน้ำเขียว'

16 ก.ย. 2554

กรมป่าไม้ สั่งเดินหน้าตรวจสอบรีสอร์ตรุกป่าวังน้ำเขียวเพิ่มอีก 37 แห่ง หลังตรวจสอบพบเข้าข่ายบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง เตรียมแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดเพิ่ม

         16 ก.ย.54 พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ หนึ่งในพนักงานสอบสวนคดีรีสอร์ตบ้านพัก 22 แห่ง บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการกับรีสอร์ตบ้านพักทั้งหมด ภายหลังจากที่ได้ทำการออกหมายเรียกเจ้าของรีสอร์ตบ้านพักทั้งหมดมารับทราบข้อกล่าวหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในวันที่ 16 ก.ย.54 จะเป็นวันสุดท้ายที่เปิดโอกาสให้เจ้าของรีสอร์ตบ้านพักทั้งหมดมารับทราบข้อกล่าวหากับทางเจ้าหน้าที่ ว่า ขณะนี้ได้รับคำยืนยันจากพนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเขียว แล้วว่ามีเจ้าของบ้านพักรีสอร์ต 6 แห่ง ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

         ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 มาตรา 55 และมาตรา 72 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 และมาตรา 31 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97 ซึ่งเจ้าของบ้านพักรีสอร์ตทั้ง 6 แห่ง ที่เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ทั้งหมดให้การปฏิเสธข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน แต่ยอมรับว่า ได้ซื้อที่ดินต่อมาจากชาวบ้านอีกทอดหนึ่ง โดยได้นำเอกสารใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.5) ที่ทางหน่วยงานราชการออกไว้ให้มาเป็นหลักฐาน พร้อมกับนำภาพถ่ายบริเวณพื้นที่สมัยก่อนที่เป็นสภาพป่าเสื่อมโทรมมายืนยันด้วย

         สำหรับพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสรุปสำนวนส่งให้อัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องศาลต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ได้รับรายงานว่า ยังคงมีเจ้าของรีสอร์ตบ้านพักอีกบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับทางเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม ซึ่งทางพนักงานสอบสวนยังคงเปิดโอกาสให้เจ้าของรีสอร์ตบ้านพักที่เหลือทั้งหมดเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในการออกหมายเรียกครั้งแรกงได้จนสิ้นสุดวันนี้ แต่หากยังไม่มารับทราบข้อกล่าวหาก็จะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ตามระเบียบขั้นตอนการดำเนินการ แต่หากออกหมายเรียกครั้งที่ 2 แล้วยังไม่มีพบพนักงานสอบสวน ก็จะดำเนินการออกหมายจับตามกฎหมาย

         ด้านนายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าในการดำเนินการกับรีสอร์ตบ้านพัก 22 แห่ง ที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ว่า ขณะนี้ในส่วนการทำหน้าที่ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา เองนั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวกับทางเจ้าหน้าที่หรือนำหลักฐานต่างๆ ที่ระบุว่า มีสิทธิในการครอบครองพื้นที่มาแสดงกับทางเจ้าหน้าที่เลย

         อีกทั้ง ในส่วนการส่งหนังสือขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สอนุญาติให้มีการติดตั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา ในพื้นที่นั้น ขณะนี้ได้รับการตอบรับพร้อมนำข้อมูลส่งมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่มาแล้วบางส่วน ซึ่งในส่วนนี้ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานไปยังกรมป่าไม้ให้ได้รับทราบต่อไป  ส่วนการติดต่อขอรับทราบข้อมูลผลการดำเนินการสอบสวนของพนักงานสอบสวนคดี 22 รีสอร์ตบ้านพัก บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวงนั้น ขณะนี้ทางคณะทำงานชุดเฉพาะกิจเพื่อสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีการบุกรุกทำลายป่าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่ต่อเนื่อง อยู่ในระหว่างการเตรียมการที่ยื่นเรื่องขอรับการสนับสนุนข้อมูลจากทางพนักงานสอบสวนอยู่

         ส่วนการดำเนินการกับรีสอร์ตบ้านพักทั้ง 22 แห่งที่บุกรุกพื้นที่สงวนแห่งชาติในขณะนี้นั้นกำลังอยู่ในระหว่างการประมวลข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาเป็นส่วนประกอบเพื่อพิจารณาในการดำเนินการขั้นต่อไป คือการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 25 ในการสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 45 วัน ซึ่งคาดว่าขั้นตอนการประมวลข้อมูลทุกอย่างจะสิ้นสุดภายในเดือนกันยายนนี้ โดยหากผลการตรวจสอบข้อมูลจากทุกภาคส่วนแล้วไม่พบว่ามีใครมาแสดงตัวหรือนำหลักฐานมายืนยันสิทธิที่น่าเชื่อถือภายในเดือนกันยายนนี้ก็จะเริ่มดำเนินการขอความเห็นชอบในการดำเนินการสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของรีสอร์ตบ้านพักทั้ง 22 แห่ง จากผู้มีอำนาจตั้งแต่นายอำเภอวังน้ำเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และอธิบดีกรมป่าไม้ เพื่อให้ลงนามในคำสั่งรื้อถอนตามระเบียบที่กำหนดไว้

         นายสุเทพ กล่าวต่อว่า นอกจากการดำเนินการกับรีสอร์ตบ้านพักทั้ง 22 แห่งแล้ว ขณะนี้คณะทำงานชุดเฉพาะกิจเพื่อสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีการบุกรุกทำลายป่าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่ต่อเนื่อง ได้เริ่มลงพื้นที่ตรวจสอบรีสอร์ตบ้านพักที่เข้าข่ายบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว ที่สำรวจพบเพิ่มเติมว่ามีรีสอร์ตบ้านพักอีก 37 แห่งที่เข้าข่ายบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติฯแล้ว หลังจากที่ได้รับการยทืนยันจากทางผลการเปรียบเทียบจากภาพถ่ายทางอากาศและแผนที่ระบุแนวเขตว่าน่าจะบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวงจริง

         อย่างไรก็ตาม เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ในแน่ชัดว่ารีสอร์ตบ้านพักดังกล่าวนั้นบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจริงหรือไม่ และบุกรุกมากน้อยขนาดไหน ซึ่งการดำเนินการตรวจสอบในขั้นตอนนี้จะต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่มีการกำหนดกรอบเวลาว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แน่ชัดก่อนที่จะดำเนินการเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทางพนักงานสอบสวนตามกระบวนการ ส่วนการดำเนินการเตรียมเข้ารื้อถอนบ้านพักที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดให้เข้าทำการร้ฃื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 3 แห่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.บุพราหม์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี 1 แห่งและในพื้นที่ ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา อีก 2 แห่งนั้น

         นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า ได้รับการยืนยันจากทางอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สั่งการให้เริ่มดำเนินการนำกำลังเข้ารื้อถอนในวันที่ 21 ก.ย.2554 นี้ โดยทางอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะเป็นผู้นำทีมปฏิบัติการรื้อนถอนเอง ซึ่งจะเริ่มต้นที่บ้านพักที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ที่ต.บุพราหม์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ก่อนเป็นจุดแรก ตั้งแต่ช่วงเช้า

         จากนั้นก็จะเข้ารื้อถอนบ้านพักในพื้นที่ ต.อุดมทรัพย์ต่อไป ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติทับลานเอง ได้มีการประสานงานไปยังหน่วยงานในสังกัดที่ขึ้นตรงต่ออุทยานแห่งชาติทับลาน ทั้งในส่วนของ จ.นครราชสีมา และ จ.ปราจีนบุรี ให้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ประมาณ 100 นาย เพื่อเตรียมดำเนินการเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่

         "พร้อมกันนี้ ได้ประสานงานไปยังทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 นครราชสีมา เพื่อให้จัดเตรียมความพร้อมในส่วนของเครื่องจักรที่จะใช้ในการเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง คือรถแบ๊คโฮจำนวน 2 คัน นอกจากนี้ยังเตรียมที่จะประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ที่อุทยานแห่งชาติทับลานจะเข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ให้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยรักษาความสงบเรียบร้อยในการเข้ารื้อถอนด้วยอีกทางหนึ่ง" นายเทวินทร์ฯ กล่าว