ข่าว

ระอุ!โจรใต้ยิง-วางบึ้มถล่มฐานทหารเจ็บ3

ระอุ!โจรใต้ยิง-วางบึ้มถล่มฐานทหารเจ็บ3

16 ก.ย. 2554

คนร้ายยิง-วางระเบิดฐานทหาร อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุดปฏิบัติการ คาดมีการวางแผนเป็นอย่างดี

        16 ก.ย.54 พ.ต.ท.ฉลอง รัตนภักดี รอง ผกก.ป.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ร.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พงศ์พัฒน์วิเชียร ผบ.ร้อย ร.15114 ฉก.นราธิวาส 31 ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและยิงถล่มฐานปฏิบัติการณ์ทหารสังกัด ร้อย ร.15114 ฉก.นราธิวาส 31

        ทั้งนี้ ตั้งอยู่บ้านลูโบ๊ะเยาะ ม.7 ต.จวบ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย คือ 1.พลฯสมบูรณ์ ชุงกลิ้ง อายุ 22 ปี 2.พลฯสาหัส คงชู อายุ 23 ปี และ 3. พลฯวีระวัฒน์ อาหาระ อายุ 23 ปี เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 22.00 น.ของคืนวันที่ 15 ก.ย. 54 ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เนื่องจากเกรงกลุ่มคนร้ายจะวางแผนลวงดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

        สำหรับจุดแรกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณกอกล้วยริมถนนปากทางเข้าฐานปฏิบัติการณ์ทหาร ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายลอบวางระเบิด พบกอกล้วยถูกอนุภาพระเบิดได้รับความเสียหายและมีหลุมลึก 2 ฟุต กว้าง 2 ฟุต พร้อมทั้ง มีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องแบบเคโม หนัก 10 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

        ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดที่ 2 ซึ่งเป็นบริเวณป่าสวนยางพาราหลังฐานปฏิบัติการณ์ทหาร พบปลอกกระสุนปืนสงคราม อา.ก้า.เอ็ม.16และลูกซอง ของกลุ่มคนร้ายตกกระจายอยู่ จำนวน 3 จุดใหญ่ รวมทั้งสิ้นกว่า 100 ปลอก ส่วนบริเวณหลังฐานพบกระสอบบังเกอร์ถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับความเสียหายบางส่วน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

        จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.อ.ศราวุธ คงเมือง หน.ชุด ร้อย ร.15114 ฉก.นราธิวาส 31 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร รวม 6 นาย เดินเท้าออกจากฐานเพื่อไปตั้งจุดตรวจจุดสกัดภายในหมู่บ้าน เมื่อถึงบริเวณ 3 แยกทางเข้าฐาน ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนอาศัยความมืดแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้บริเวณกอกล้วย จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

        ต่อมากลุ่มคนร้ายอีกชุดหนึ่งซึ่งมีจำนวน 10 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ได้อาศัยความมืดลอบแฝงตัวเข้าไปในป่าสวนยางพาราซึ่งอยู่ด้านหลังของฐาน และใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการณ์ทหาร จนทั้ง 2 ฝ่ายเปิดฉากยิงปะทะกันเป็นละลอกๆนาน 10 นาที จนเสียงปืนสงบลง ร.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ผบ.ร้อย ร.15114 ฉก.นราธิวาส 31 จึงได้สั่งการให้ทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปสนับสนุนยังจุดที่คนร้ายลอบวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ และช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งตัวรักษายังโรงพยาบาลเจาะไอร้อง

        อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายได้มีการวางแผนไว้เป็นอย่างดี โดยแยกกำลังออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกวางระเบิดลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ประจำฐานออกไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ คนร้ายชุดที่ 2 จะทำการยิงถล่มซ้ำใส่ฐานทหารทันที เพราะคาดว่าทหารมีกำลังน้อย แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ทหารอ่านเกมออก จึงทำให้ฐานปฏิบัติการณ์ทหารรอดจากการถูกกลุ่มคนร้ายบุกเข้าไปโจมตีภายในฐาน

 

ซุ่มยิง สมาชิก อบต.กาตอง จ.ยะลา ดับ

        คนร้ายดักยิง สมาชิก อบต.กาตอง อ.ยะหา จ.ยะลา เสียชีวิต ขณะที่ ผู้ตาย เดินทางกลับจากละหมาด ที่ มัสยิดใกล้บ้าน และจนท.พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ แล้ว ตั้ง 2 ประเด็น ปมส่วนตัว กับสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

        เจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง กรณีเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้น ไม่ทราบขนาดและชนิด จ่อยิงเข้าที่ท้ายทอยและหน้าอก รวม 3 นัด ส่งผลให้เสียชีวิตดังกล่าว ทราบชื่อ คือ นายมะไซนุง ลาเต๊ะ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88 ม.2 ต.กาตอง อ.ยะหา จ.ยะลา และผู้ตายยังมีตำแหน่งเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลกาตอง อ.ยะหา จ.ยะลา

        ทั้งนี้ เหตุเกิดขณะที่ผู้ตายเดินทางกลับจากละหมาดที่มัสยิดใกล้บ้านด้วย รถ จยย. ระหว่างทางถูกคนร้าย ไม่ต่ำกว่า 2 คนดักซุ่มยิงดังกล่าว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว หรือการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

 

 

 

ทหารบุกรวบตัวอาร์เคเค1คน  ระบุเป็นมือขวา อารง อาแว    

       น.ท.วิรัตน์ ปะโจปะรัง ผบ.ฉก.นราธิวาส 33 ได้สั่งการให้ น.ต.สรรธาร บุตรแก้ว นายทหารฝ่ายยุทธการ ฉก.นราธิวาส 33 ร่วมสนธิกำลังกับชุดปฏิบัติการณ์คดีความมั่นคง ศูนย์ปฏิบัติการณ์ตำรวจส่วนหน้า จำนวน 24 นาย ใช้กฎอัยการศึกบุกจู่โจมตรวจค้นบ้านเลขที่ 26/2 ม.9 บ้านตะโล๊ะเน็ง ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายดอเลาะ อารง อายุ 54 ปี หลังสืบทราบว่า นายมะรอกิ ดิง อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกกองกำลังติดอาวุธระดับปฏิบัติการณ์ของกองกำลัง RKK ซึ่งมีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 2 คดี เลขที่ 204/2551และเลขที่ 521/2551 ในข้อหาร่วมกับพวกลอบวางระเบิดและยิงเจ้าหน้าที่เสียชีวิต

       นอกจากนี้ นายมะรอกิ ยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยตามหมาย พรก.อีก 1 คดี เลขที่ 131/2547 ในข้อหาลอบวางระเบิดและยิงเจ้าหน้าที่เสียชีวิตอีกด้วย

       จากการตรวจค้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายมะรอกิ ได้โดยละม่อมในบ้านพักของนายดอเลาะ และตรวจสอบภายในบ้านอย่างละเอียดเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบ ของกลางใดๆ ที่ นายมะรอกิ ใช้เคลื่อนไหวในการก่อเหตุร้าย

       ทั้งนี้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายดอเลาะ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาให้ที่พักพิง รวมทั้งตัว นายมะรอกิ ไปทำการสอบสวนขยายผลที่ฐานปฏิบัติการณ์ทหาร ฉก.นราธิวาส 33 

       เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถที่จะเปิดเผยรายละเอียดได้มากนัก นอกจาก นายมะรอกิ เป็นลูกสมุนมือขวาของ นายอารง อาแว แกนนำRKK ที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิตที่ ต.มะนังตายอ อ.เมือง จ.นราธิวาส เสียชีวิตเมื่อปลายปี 2553 ที่ผ่านมา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องการขยายผลไปสู่การจับกุมและทลายกลุ่มเครือข่ายของนายมะรอกิ ให้สิ้นซาก

 

คนร้ายพักประตูบ้านยิงชาวบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ จ.นราธิวาส

       พ.ต.อ.ภักดี ฉิมพลี ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส ได้รับแจ้งว่า มีเหตุคนถูกยิงในบ้านพักเลขที่ 201/1 บ้านมะนังกาหยี ม.1 ต.มะนังตายอ อ.เมือง จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร จำนวนหนึ่ง ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านกำลังมุงวิพากษ์วิจารณ์และมุงดูเหตุการณ์ จึงกันชาวบ้านออกห่าง 

       ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ทราบชื่อคือน ายอับดุลเลาะ หะยีกอเนาะ อายุ 33 ปี เป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง เข้าที่ชายโครงขวา 1 นัด ลำตัว 1 นัด อาการสาหัส จากการตรวจสอบ พบประตูหน้าบ้าน ซึ่งเป็นประตูไม้มีรอยถีบได้รับความเสีย และยังพบปลอกกระสุนปืนลูกซองยาว 5 นัดจำนวน 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

       จากสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บ กำลังนั่งรับประทานอาหารภายในบ้านพัก ต่อมาได้มีชายฉกรรจ์ 2 คน ได้ถีบประตูบ้านจนพัง แล้ว 1 ใน 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองกระหน่ำยิง 2 นัดซ้อน ทำให้ นายอับดุลเลาะ ถูกกระสุนปืนของคนร้าย ล้มฟุบลงคาสำรับอาหาร ส่วนสาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนว่าเป็นเรื่องปมขัดแย้งส่วนตัวหรือมาจากปัญหาความมั่นคง

 

 

คนร้ายยิง ตร.-อส.ดับ 2 ขณะละหมาด ชาวบ้านเจ็บ 3

        ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ภายในมัสยิดอานุลยากิน ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนสมบูรณ์ศาสน์วิทยา หมู่ 2 บ.ตืองอ ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.เมืองยะลา พร้อม พ.ท.ธนุตม์ พิศาลสิทธิวัฒน์ ผบ.ฉก.ยะลา 11 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเมืองยะลา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

        ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ภายในมัสยิดทราบชื่อ คือ ด.ต.อารง มาลายา ผบ.หมู่ สภ.โกตาบารู ช่วยราชการงานสืบศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนายมาหามะ ยามา อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอกาบัง โดยทั้งสองถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าที่ศีรษะ นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย ชาวบ้านได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลยะลา ทราบชื่อ คือ นายอานูวา เด็ง นายสือมัน โย๊ะมา และอับดุลวาเละ ตาเฮะ

        จากการสอบสวนทราบว่าในขณะที่ผู้ตายทั้งสอง เดินทางมาละหมาดภายในมัสยิด ร่วมกับชาวไทยมุสลิมที่มัสยิดดังกล่าวจำนวนมาก เนื่องจากเป็นการละหมาดวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นวันสำคัญ ในระหว่างที่กำลังประกอบพิธีละหมาดนั้น ได้มีคนร้ายจำนวน 4 คน สวมชุดคล้ายชุดดะวะห์ ขี่ จยย.มาจอดที่หน้ามัสยิด จากนั้น 2 ใน 4 ของคนร้ายได้เดินลงจากรถ เข้าไปในมัสยิด แล้วเดินเข้าประกบผู้ตายทั้งสองก่อนที่จะใช้อาวุธปืนยิงใส่จนเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนที่คนร้ายจะเดินลงจากมัสยิดแล้วขึ้นจยย.ที่จอดรออยู่ หลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

        สำหรับ ด.ต.อารง มาลายา ผบ.หมู่ สภ.โกตาบารู ช่วยราชการงานสืบศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนายมาหามะ ยามา อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอกาบัง ผู้เสียชีวิตทั้งสองราย ที่ผ่านมาเคยเข้าร่วมปฎิบัติงานในการปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มคนร้าย กับ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา ซึ่งภายหลัง พล.ต.อ.สมเพียร เสียชีวิตลง ทีมปฎิบัติการกลุ่มนี้ จึงแยกย้ายกลับต้นสังกัด