ข่าว

'ปู'ยันมีขออภัยโทษ'วีระ-ราตรี'แน่

'ปู'ยันมีขออภัยโทษ'วีระ-ราตรี'แน่

16 ก.ย. 2554

"ยิ่งลักษณ์" รายงานผลเยือนเขมรผ่านเฟสบุ๊ค ยันเจรจาเรื่องเขตทับซ้อนทางทะเลต้องเป็นทางการและเปิดเผย "ฮุนเซน" ขออภัยโทษให้ "วีระ-ราตรี"แน่ "อภิสิทธิ์"จี้แจงหากนำเอ็มโอยู44กลับมาใช้

         16 ก.ย.2554 เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โพสข้อความผ่านเว็บไซต็ facebook ภายใต้ชื่อ "Yingluck Shinawatra" ข้อความว่า "จากการไปเยือนกัมพูชาวานนี้ ว่า นับเป็นการเริ่มศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา และความสัมพันธ์นี้จะเป็นพื้นฐานนำไปสู่การพัฒนา และความร่วมมือในด้านต่างๆ เพื่อประชาชนและประโยชน์ของสองประเทศ โดยจะไม่ให้ปัญหาความขัดแย้งที่มีมากระทบความสัมพันธ์ในภารพรวม และจะร่วมกันแก้ปัญหาอย่างสันติ โดยใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น JC, JBC GBC, RBC และส่งเสริมให้มีช่องทางการติดต่อสื่อสารกันในทุกระดับค่ะ

          เรื่องเขตทับซ้อนทางทะเล ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะให้มีการเจรจาอย่างเป็นทางการและเปิดเผย หลังจากเว้นว่างจากการเจรจามาเป็นเวลานาน ซึ่งฝ่ายไทยเองต้องมีการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกระบวนการภายในของไทย สำหรับการจัดทำกรอบเจรจาดังกล่าวก่อนจะมีการเจรจาอย่างเป็นทางการ

          สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เห็นพ้องว่า ควรใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ อย่าง JC & JTC เพื่อเพิ่มพูนการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อประชาชนจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น"

          ทั้งสองฝ่ายพร้อมผลักดันการเปิดจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่ บ้านหนองเอี่ยน อ. อรัญประเทศ - สตึงบท เพื่อรองรับการขยายตัวของการขนส่งสินค้า ส่วนความร่วมมือด้านการศึกษา ไทยจะเพิ่มความช่วยเหลือด้านวิชาการและให้ทุนการศึกษาแก่กัมพูชา และการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายจะส่งเสริมความร่วมมือด้าน ACMECS Single Visa ให้มีความคืบหน้ามากขึ้นเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างกันด้วยค่ะ

          สำหรับกรณี คุณวีระ (สมความคิด) และคุณราตรี (พิพัฒนาไพบูรณ์)   เนื่องจากรัฐบาลไทยมีหน้าที่ต้องดูแลความเป็นอยู่และทุกข์สุขของชาวไทยในกัมพูชา จึงได้ขอความร่วมมือนายกฮุนเซนในการพิจารณาขอพระราชทานอภัยโทษของบุคคลทั้งสอง ซึ่งนายกฮุนเซนได้แสดงความประสงค์ที่จะให้ความช่วยเหลือ ตามเงื่อนไขและกลไกตามกฎหมายของกัมพูชา แต่ก็จะมีการขออภัยโทษให้แน่นอนค่ะ"

 


"อภิสิทธิ์"จี้แจงหากนำเอ็มโอยู44กลับมาใช้

 

           นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจะนำเอ็มโอยูปี 2544 กลับมาใช้ว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยชี้แจงให้ชัดว่าประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับประเทศกัมพูชาจะดำเนินการอย่างไรแน่ ทั้งประเด็นเรื่องการถอนทหาร การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล แนวทางการช่วยเหลือนายวีระและน.ส.ราตรี ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลไทยไม่บอกถึงความชัดเจน ทั้งนี้หากรัฐบาล จะเริ่มต้นทำงานด้วยการยืนยันกรอบเจรจา เอ็มโอยู ปี 2544  ก็ต้องผ่านขึ้นตอนของรัฐสภาก่อนตามกฎหมาย

 

"ฐิติมา"บอกไม่รู้เรื่อง"ฮุนเซน"ยันพท.4.6ของเขมรอ้างล่ามมีปัญหา

 

           นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะขอไปตรวจสอบข่าวที่ว่าสมเด็จฮุน เซน บอกกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า พื้นที่ 4.6 ตร.กม.เป็นของกัมพูชา และจะไม่ยอมถอนทหาร เพราะเมื่อวันที่ 15 ก.ย.มีปัญหาในเรื่องของการแปลความระหว่างการสนทนาเป็นอย่างมากกัมพูชาใช้ล่ามคนเดียวกันในการเยือนของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและน.ส.ยิ่งลักษณ์


           รายงานข่าวแจ้งว่า ในเรื่องนี้ทางประเทศกัมพูชาใช้ล่ามคนดังกล่าวทุกครั้ง ที่มีการเยือนกัมพูชาของรัฐมนตรีหรือเจ้าหน้ารัฐบาลไทย เมื่อครั้งที่พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเยือนประเทศกัมพูชาในฐานะที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ เดือนพฤศจิกายน 252 ก็ใช้ล่ามคนเดียวกันนี้ และไม่พบว่ามีปัญหาแต่อย่างใด ข้อสังเกตอีกประการ คือ การที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีต่างประเทศ สามารถให้รายละเอียดการหารือได้อย่างชัดเจน ไม่สะท้อนว่ามีปัญหาการแปลความอย่างมาก ตามที่นางฐิติมากล่าวอ้าง

           และก่อนหน้านี้นางฐิติมา ในฐานะ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ขณะนั้นเคยอภิปรายในสภาฯ ว่า พื้นที่  4.6 ตร.กม. เป็นของกัมพูชามานานแล้ว และเรียกนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่าสมเด็จฯ ฮุน เซน จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

 


นครบาลคุมเข้มเสื้อหลากสีต่อต้านล่ารายชื่อช่วย"ทักษิณ"


          พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล1( ผบก.น.1) กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัย กรณีกลุ่มเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน(คนเสื้อหลากสี)รวมพลชุมนุมเรียกร้องรัฐบาลหยุดแสวงหาผลประโยชน์ให้กับพวกพ้อง และทุจริตการบริหารงาน พร้อมตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ การถวายฎีกาขออภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพ้นจากข้อกล่าวหาและความผิดในช่วงเย็นวันนี้ว่า มอบหมายให้พื้นที่รับผิดชอบ สน.พญาไท จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในส่วนนี้และพื้นที่บริเวณโดยรอบอย่างเต็มที่

          "พร้อมจัดกำลังตำรวจจราจรอำนวยความให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรไปมาเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีการการจราจรพลุกพล่าน เกรงจะเกิดผลกระทบให้การจราจรติดขัดได้ โดยกำชับให้ดูแลความปลอดภัยทั้งผู้ชุมนุมและประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงอย่างเต็มที่เชื่อมั่นว่า กำลังตำรวจที่มีจะสามารถคุมสถานการณ์ได้และไม่น่าจะมีเหตุร้ายแรงหรือสถานการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น" ผบก.น.1 กล่าว