
ปปช.สางคดี-ไม่สนการเมืองเปลี่ยน
"ป.ป.ช.ลุยสางคดี-ไม่สนการเมืองเปลี่ยนขั้ว" : สัมภาษณ์พิเศษ "เมธี ครองแก้ว" 1 ใน 9 กรรมการป.ป.ช. โดย เตชะวัฒน์ สุขรักษ์ สำนักข่าวเนชั่น
ในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง องค์กรอิสระจะสามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองให้เข้าสู่ภาวะปกติได้ ซึ่งหลายฝ่ายก็มองเช่นกันว่าในบางครั้งองค์กรอิสระก็เป็นหมากตัวหนึ่งที่มีส่วนทำให้เกิดความขัดแย้งและ 1 ใน 9 องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ คือ คณะกรรมการการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ถูกกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองโจมตีต่อเนื่องที่มีวิกฤติการเมือง ว่าวินิจฉัยคดีที่ไม่เป็นกลาง มุ่งเป้าแต่ฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ก็มาจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่มาจาก คมช.
ตลอดการทำงานทำหน้าที่กรรมการ ป.ป.ช. 4 ปีที่ผ่านมาในวันนี้ “เมธี ครองแก้ว” 1 ใน 9 กรรมการป.ป.ช. ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ “สำนักข่าวเนชั่น” เปิดใจรู้ว่ามีคนไม่พอใจ มีความกดดันสูง แต่ก็ใช้ผลงานพิสูจน์ทำงานตรงไปตรงมา ไม่มีวาระซ่อนเร้น ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ใคร และไม่หวั่นไหวในช่วงเพื่อไทยเป็นรัฐบาล พร้อมหากเลิกใช้รัฐธรรมนูญ 50 ยกเลิกองค์กรอิสระ
# การทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการพิจารณาคดีในภาวะสถานการณ์การเมืองขณะนี้
ไม่มีข้อแตกต่าง ภาวะไหนก็พิจารณาเหมือนกันหมด เราพึ่งเจ้าหน้าที่ กรรมการไม่ได้ทำเอง คดีไหนเข้ามาก็มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปทำ เจ้าหน้าที่บางทีก็ติดขัดเรื่องข้อมูลไม่ครบ หรือยังไม่รู้เพิ่มเติมอะไรก็จะหารือปรึกษาเป็นครั้งคราว ก็จะให้คำปรึกษา เมื่อพร้อมก็ส่งเรื่องขึ้นมา ก็เป็นหน้าที่กรรมการจะพิจารณา ซึ่งมีระเบียบ ปปช. เมื่ออนุกรรมการพิจารณาคดีเสร็จ มีมติเรียบร้อย ก็ต้องส่งให้กรรมการพิจารณาใน 30 วัน ซึ่งบางคดีกรรมการเห็นว่าข้อมูลขาดก็ให้ไปทำใหม่ขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ หากครบกรรมการก็จะวินิจฉัย ไม่เช่นนั้นการทำงานจะยากมาก จะมองว่าการเมืองเป็นอย่างนี้กรรมการ ปปช.จะเป็นอย่างไรนั้นไม่ได้ การเมืองก็เรื่องของการเมือง กรรมการปปช.ก็ทำหน้าที่ ดูเนื้อหาสำนวนเป็นหลัก บางครั้งมีทั้งคนด่าคนชม ก็ไม่ได้สนใจ แต่ทำให้ถูกต้องเท่านั้น และไม่มีใครมากดดันได้
#จำนวนคดีที่ยังค้างอยู่ในขณะนี้ จะแก้ปัญหาอย่างไร
มีคดีเข้ามาหลายพัน ซึ่งขณะนี้มีคดีค้างอยู่ในการพิจารณาประมาณ 8,000 คดี ใน 1 ปีจะมีเรื่องเข้ามากว่า 1,000 เรื่อง พิจารณาเสร็จประมาณ 500 เรื่อง แต่มีคดีที่ใหญ่ไม่มาก แต่คดีใหญ่ยากในการหาข้อมูล ซึ่งหากเป็นคดีเล็กที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือกล่าวหาใครชัดเจน ด้วยเรื่องอะไร ก็สามารถตั้งเรื่อง ไต่สวนได้ ซึ่งมีปัญหาว่าจะสะสางคดีที่ค้างอยู่อย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อเทียบกับหลายปีก่อน ที่กรรมการเป็นประธานอนุกรรมการ ซึ่งขณะนี้กรรมการจะเป็นประธานอนุกรรมการในคดีใหญ่ แต่หากเป็นคดีเล็ก เจ้าหน้าที่ก็ทำได้ ซึ่งจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่อย่างน้อย 2 คนไปทำงานนี้ โดยที่เจ้าหน้าที่ก็ต้องผ่านการฝึกอบรมมาก่อนซึ่งหากคดีที่มีกรรมการจำนวนมากก็จะช้า แต่หากมี 2-3 คนคดีก็จะรวดเร็ว และบางครั้งส่งไปให้หน่วยงานอื่นช่วยทำคดีด้วย
ขณะเดียวกันก็อยากให้มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาในการไต่สวน โดยมีการเสนอว่าพิมพ์คำให้การแล้วขึ้นจอโปรเจคเตอร์ทันที ซึ่งมีการเสนอเข้ามาแล้ว และขณะนี้คดีที่ยังค้างอยู่นั้น ปปช.มีวิธีการแนวทางในอนาคตที่อาจจะเพิ่มจำนวนคนมากขึ้น แต่การตรวจทรัพย์สินที่ใช้กำลังคนจำนวนมากแต่ไม่ค่อยมีผลงาน ก็อาจจะลดจำนวนคนเพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น ซึ่งทำได้โดยตรวจสอบทรัพย์ด้วยโปรแกรม ซึ่งจะทำให้งานหมดเร็วและใช้คนไปทำอย่างอื่นมากขึ้น และอีกอย่างก็จะมีการถ่ายเทคดีจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับซี 7 ลงไปให้ ปปท.หากรัฐบาลส่งตัวแทนมาครบองค์ก็จะถ่ายคดีได้ ซึ่งจะสามารถทำให้คดีที่ค้างอยู่ลดได้กว่า 4-5 พันคดี
#การทำคคีของ ป.ป.ช.ไทยกับ ป.ป.ช. ต่างประเทศ ต่างกันหรือไม่
ป.ป.ช.ไทย ไม่แพ้คนอื่น ถือว่าไทยเป็นผู้นำตรวจสอบเข้มข้น ดูความสมบูรณ์ของข้อมูล ซึ่ง 5 ปีพูดได้เต็มปากคดีที่ชี้มูลไปเชื่อมั่นในหลักฐาน ซึ่งหากข้อมูลไม่สมบูรณ์ก็จะไม่ชี้มูล และเมื่อชี้มูลก็มองว่าจะมีโอกาสรอดยาก นอกจากจะมีข้อมูลใหม่ และไม่เคยเห็นคดีไหนที่ ปปช.ชี้มูลความผิดแล้วเมื่อไปถึงศาลแล้วถูกศาลยกฟ้อง แต่มีบางคดีที่อัยการไม่สั่งฟ้องเพราะมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่ ป.ป.ช.ก็ยื่นฟ้องเอง
# ก่อนหน้านี้ที่กระแสกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคการเมืองเพ่งเล็งมายังองค์กรอิสระ ป.ป.ช. หวั่นไหวในการทำหน้าที่หรือไม่
ส่วนตัวไม่กระทบกระเทือน แต่รู้ว่ามีคนไม่พึงพอใจ ซึ่งในช่วงที่มีปัญหามาก ในช่วงนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีการโจมตีปปช.ต่อเนื่อง ซึ่งขณะนั้นมีความกดดันสูง หลังจากนั้นพิสูจน์ทำงานตรงไปตรงมา ไม่มีวาระซ่อนเร้น ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ใคร มอบหมายหน้าที่ให้ทำเราก็ทำ ทำอย่างมากเสมอตัว หากทำไม่ดีก็ถูกทำโทษ ซึ่งผลงานเราทำตรงไปตรงมาไม่มีอคติ เชื่อว่ายังมีความเชื่อถืออยู่ในสังคม ใครจะว่าอะไรก็แล้วแต่ไม่มีผลอะไร
#พรรคเพื่อไทยประกาศจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 โดยยกเลิกองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นตามรรัฐธรรมนูญ ซึ่งรวมถึง ป.ป.ช.ด้วย โดยพรรคเพื่อไทยมองว่ามาจาก คมช.
ก็แล้วแต่พรรคเพื่อไทย อยากยกเลิกก็ทำ แต่หากยังไม่เลิกก็ยังทำงานต่อไป และหากยกเลิกก็ไม่รู้สึกอะไร ส่วนตัวจะได้ไปสอนหนังสือ อยากจะยกเลิกก็เชิญ ส่วนตัวไม่เดือดร้อน ไม่ติดใจ และไม่สามารถพูดได้ว่าถึงเวลายกเลิกหรือไม่ ยอมรับว่าที่ผ่านมามีการโจมตีว่า ปปช.มาจาก คมช. และไม่เป็นกลาง โดยเฉพาะในสมัยนายสมัคร โจมตีว่า ปปช.ไม่ได้โปรดเกล้า แต่ก็ขอให้พิสูจน์ที่ผลงาน แต่หากจะยกเลิกก็สามารถทำได้เพียงแก้ มาตรา 309 ก็จะพ้นหมดทันที
#คดีที่ยังค้างอยู่ เช่นคดีสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง เมื่อปี 2552-2553 ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อการเมืองพลิกขั้วพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะมีผลต่อการพิจารณาคดีอย่างไรหรือไม่
เราทำคดีไปตามที่เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูล กำลังทำอยู่ แต่จะมีหลายเหตุการณ์ แบ่งเป็นช่วงๆ เช่น การสลายเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม และสลายแต่ละครั้งจะร้องเรื่องอะไร เช่นการใช้คำสั่งพระราชกำหนดถูกต้องหรือไม่ หรือการฆ่า 6 ศพวัดปทุม ซึ่ง ปปช.ก็ได้เดินทางไปสัมภาษณ์ในคุกด้วย เช่น คุยกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เดินทางไปสัมภาษณ์เจ้าอาวาสวัดปทุม สัมภาษณ์ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูล พร้อมเมื่อไหร่ก็จะประกาศให้ทราบ การที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลไม่มีผลต่อการพิจารณาคดีนี้
#หลายเรื่องที่พรรคเพื่อไทยฟ้องพรรคประชาธิปัตย์ สมัยเป็นรัฐบาล เห็นเงียบหายไป
ไม่เงียบครับ กำลังทำอยู่ เพียงแต่เรื่องมีความซับซ้อนไม่เหมือนกัน คดีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ทำอยู่ เราไม่มองว่าใครฟ้องหากมีเหตุผลก็ตั้งเรื่อง
#คดีนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่า ททท.ทุจริตรับสินบน เพื่อให้ได้รับสิทธิ์จัดงานเทศกาล"บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์ม เฟสติวัล "
ตอนนี้ ป.ป.ช. กำลังรวบรวมข้อมูลหลังจากชี้มูลความผิดไปแล้วและจะส่งไปให้อัยการ และจะขยายผลไปยังบริษัทที่มีคนเกี่ยวข้องกับนางจุฑามาศกับบุตรสาวและหากพบว่าบริษัทดังกล่าวสนับสนุนทางการเงิน ก็สามารถฟ้องตามหลังได้
# มีข่าวลือว่านางจุฑามาศ หนีคดีไปต่างประเทศแล้ว
สำหรับคดีนี้ ตั้งแต่มีคดีนางจุฑามาศ ไม่เคยมาป.ป.ช.เลย แต่ติดต่อกันได้โดยการส่งจดหมายไปที่บ้าน บางครั้งนางจุฑามาศก็ส่งทนายมาติดต่อกับเราเพื่อดูต้นฉบับ เช่น เช็คที่มีปัญหา อย่างไรก็ตามผมไม่รู้ว่านางจุฑามาศหนีคดีไปต่างประเทศตามข่าวหรือไม่ แต่หาก ปปช.ต้องการติดต่อก็จะติดต่อได้ทุกครั้งทางจดหมาย
โดยหลังจากนี้มีกฎหมายใหม่ แก้ปัญหาตอนทำอัลไพน์ ตัวผู้ถูกกล่าวหาไม่อยู่ในต่างประเทศ ทำให้ศาลยกฟ้อง โดยกฎหมายใหม่ ระบุว่าหากไม่สามารถหาตัวได้ขณะที่ส่งศาล ก็ขอให้ศาลออกหมายจับ และหยุดคดีไว้ก่อน หากหลบหนีก็ไม่นับเป็นอายุความ ซึ่งก่อนหน้านี้หากผู้ถูกกล่าวหาหลบหนี จนอายุความหมด คดีก็จะขาด ซึ่งเมื่อโอกาสแรกที่รู้ว่าไม่อยู่ก็ต้องรีบดำเนินการ ส่วนอำนาจการตรวจค้นนั้น ก็ยังไม่แน่ใจเพราะแล้วแต่การตีความกฎหมาย โดยหลักป.ป.ช.ไม่อยากทำอย่างนั้น หากต้องการจับกุมก็จะขอให้ตำรวจเข้าจับกุม แต่กฎหมายพูดชัดว่า ขอให้ป.ป.ช.ใช้อำนาจพนักงานสอบสวนให้ชัดเจนมากขึ้น ในการเอาคนผิดมาลงโทษ ยังถกเถียงกันอยู่ว่าต้องปรับหน้าที่ตัวเองหรือำม่ก็ต้องคุยกันก่อน แต่ส่วนตัวไม่อยากทำอย่างนั้น แต่เป็นผู้ไต่สวนดีอยู่แล้ว ไม่อยากจับกุม เพราะเกรงว่าจะเป็นอันตราย การทำงานในกฎหมายใหม่เปลี่ยนแปลงการทำหน้าที่ปปช.ได้มาก เช่นการกันคนไว้เป็นพยาน ไม่ฟ้องได้ ซึ่งจะมีการให้ความคุ้มครองพยานด้วย เช่นการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือการย้ายที่อยู่ โดยมีความเข้มข้นมากกว่าเดิม ซึ่งมีกฎหมายให้อำนาจปปช.ได้ ในหลักการสามารถทำได้แล้ว ซึ่งกำลังรอจังหวะว่าจะได้พิสูจน์ฝีมือ และจะมีการให้รางวัลผู้ให้เบาะแส 10 % ด้วยแต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท แต่คดีต้องถึงที่สุด หรือทรัพย์สินได้เป็นของราชการแล้ว
#คดีของคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ที่ชี้มูลก่อนหน้านี้
เป็นเรื่องการทำผิดระเบียบ ในข้อต่อสู้คุณหญิงจารุวรรณ บอกว่ามีการสัมมนาจริง แต่กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าไม่เข้าข่ายการสัมมนา และไม่ใช่สัมมนาแท้จริง แต่จุดประสงค์ต้องการไปทอดกฐิน ใช้สัมมนาบังหน้าหรือกลบเกลื่อนก็พูดได้ และการเปิดสัมมนา ก็ผิดไปจากระเบียบปฏิบัติ ทำให้ราชการเสียหาย และการไปทอดกฐินอยากให้คนไปร่วมเยอะๆ จึงจัดสัมมนาโดยเบิกงบประมาณราชการ ไม่ใช่การสัมมนาอย่างแท้จริง จึงวินิจฉัยว่าผิดตามม.157 ทำไม่ถูกต้องตามระเบียบราชการ ไม่ใช่การทุจริต ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องทางเทคนิค
#เรื่องคดีที่ดินเขาแพง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎ์ธานี ต้องมีคนผิดแน่ใช่หรือไม่
พูดง่ายๆ มีความไม่ถูกต้องในการออกโฉนด ออกเอกสารสิทธิ์ ส่วนที่ว่าไม่ถูกต้องอาจจะมีคนถูกก็ได้ในผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ถูกหรือไม่ถูกยังแยกไม่ได้ พูดง่ายๆ ต้องมีคนทำผิดแต่ยังไม่รู้จะเป็นใคร ซึ่งเรื่องนี้สำคัญเพราะเกี่ยวกับผู้ที่มีชื่อเสียง และจะเอาผิดนักการเมืองได้หากมีความผิด แต่ตอบไม่ได้จะเอาผิดใคร และไม่แปลกหากเจ้าหน้าที่ที่ดินมีความผิด เพราะเป็นตัวการสำคัญ หากเจ้าหน้าที่ไม่ให้ความร่วมมือใครก็ทำอะไรไม่ได้ คนที่ออกโฉนดคือเจ้าหน้าที่ระดับเล็กที่เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเมื่อชี้มูลคดีเกี่ยวกับที่ดิน เจ้าหน้าที่ที่ดินจะเจอเป็นอันดับแรก เพราะทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ตรวจสอบให้ถูกต้อง
#ดัชชี้วัดความโปร่งใสที่ป.ป.ช.คิดค้นขึ้นมา ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว
ไม่มี เป็นแค่งานวิจัย เพื่อชี้วัดความโปร่งใสในประเทศมีเท่าไหร่ ใช้ประเมินหน่วยงานต่างๆ มีหน่วยงานนำร่อง เป็นต้นแบบ ไม่ได้ส่งไปทุกหน่วยงาน เข้าใจว่าประมาณอีก 2 เดือนผลการประเมินจะเสร็จ เมื่อเสร็จแล้วก็จะนำไปเป็นฐานข้อมูล เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงในอนาคตในหน่วยงานนั้น และเพื่อให้ดูภาพรวมในประเทศได้ว่ามีทุจริตมากขึ้นหรือน้อยลงอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ความรู้สึกเหมือนในปัจจุบันจะประเมินเป็นรายปี การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัย โดยในปีนี้จะประกาศผลช่วงสิ้นปีนี้
#ป.ป.ช..ยังมีปัญหาอุปสรรคอะไรอีกบ้าง ที่อยากให้มีการแก้ไข
ตอนนี้มีปัญหาเรื่องคนกับงบประมาณยังน้อยไป คดีที่มีมากก็ต้องมีคนมาก จะต้องอนุญาตให้ป.ป.ช.เพิ่มคนทำงานได้



