
ทีมชาละวัน...ล่า'โคตรไอ้เคี่ยม'
ทีมชาละวัน...ล่า'โคตรไอ้เคี่ยม' : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
เป็นเวลานานกว่า 4 คืน ที่ประชาชนใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต้องนอนสะดุ้ง หวาดผวากลัวจะตกเป็นอาหารชิ้นโอชะของเจ้าจระเข้ขนาดยักษ์ ขนาดลำตัวยาวตั้งแต่ 3-5 เมตร น้ำหนักกว่า 500 กิโลกรัม ซึ่งหลุดออกจากบ่อเลี้ยงภายในอุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา เนื่องจากผนังบ่อเลี้ยงพังเสียหายจากเหตุฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา
"พญาชาละวัน" หลุดบ่อลอตนี้ เป็นจระเข้พันธุ์น้ำเค็ม กำลังโตเต็มวัย มีความแข็งแรงบึกบึน เป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ทั้งสิ้น ซึ่งกินแต่เนื้อเป็นอาหารเพียงอย่างเดียว หากอยู่ในธรรมชาติถือเป็นนักล่าที่มีความดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง หากเป็นจระเข้เลี้ยงจะลดความดุร้ายลงในระดับหนึ่ง แต่หากหิวก็พร้อมที่จะขย้ำทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
ผู้บริหารอุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา ต้องสั่งระดมนักล่าจระเข้ ฝีมือดีในสังกัดกว่า 30 ชีวิต ผนึกกำลังกับทีมสัตวแพทย์ของประมงจังหวัดชลบุรี ออกปฏิบัติการไล่ล่าไอ้เข้ กลับคืนสู่บ่อเลี้ยง ทันทีที่ทราบว่า "โคตรไอ้เคี่ยม" หลุดจากบ่อ ต้องใช้เวลานานเกือบ 4 วันเต็ม จึงสามารถจับจระเข้กลับคืนบ่อเลี้ยงได้ทั้งสิ้น 29 ตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานหินล้านปีฯ เชื่อว่าน่าจะครบตามจำนวนที่หลุดออกไปแล้ว
"โชคดีอยู่บ้างที่หลังผนังบ่อเลี้ยงซึ่งชำรุดจุดที่จระเข้หลุดเป็นป่า มีหญ้าขึ้นสูง อีกด้านก็เป็นบ่อปลูกบัวค่อนข้างไกลจากบ้านพักของชาวบ้านจึงทำให้ตามหาร่องรอยของจระเข้ได้ไม่ยากนัก เนื่องจากจระเข้มีขนาดใหญ่เมื่อคลานผ่านหญ้าสูงหญ้าจะล้มเป็นทาง สามารถสังเกตได้ง่าย" นายสุทาวุฒธ์ เต็มทับ หนึ่งในทีมล่าจระเข้ ประจำสวนหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา เปิดเผยถึงปฏิบัติการไล่จับจระเข้
สุทาวุฒธ์ บอกว่า จระเข้ที่ตามจับได้ส่วนใหญ่หนีไปอยู่ในป่าไม่ห่างจากบ่อเลี้ยงมากนัก และคลานอยู่บนบกจึงจับได้ไม่ยากนัก ทีมไล่ล่าใช้เพียงเชือกบ่วงคล้องเข้าที่ปากก่อนจะมัดขาทั้ง 4 ของจระข้ ตามแบบวิธีการจับจระเข้ ซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยอดีต สามารถจับจระเข้ส่งคืนบ่อเลี้ยงได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ปืนยิงทิ้ง แต่มีบางตัวที่หนีลงไปแอบในบ่อปลูกบัวและบ่อเลี้ยงปลาของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ซึ่งระดับน้ำค่อนข้างสูงจระเข้จะมีพละกำลังมากขึ้นทำให้จับยาก ชุดไล่ล่า จึงต้องหันไปใช้ไฟฟ้าช็อตให้จระเข้สลบแล้วลากขึ้นจากน้ำมัดขามัดปากก่อนนำกลับอุทยานหินล้านปีฯ
"สองตัวสุดท้ายจับได้เมื่อช่วงสายของวันที่ 14 กันยายน หนีไปอยู่ในบ่อเลี้ยงปลาของชาวบ้านซึ่งน้ำค่อนข้างลึก เราไม่สามารถจับได้ทันที ต้องไปเจรจากับเจ้าของบ่อเพื่อสูบน้ำออกจากบ่อบางส่วน ต้องใช้เวลาเจรจาอยู่นานพอสมควร เมื่อเจ้าของบ่ออนุญาตก็สามารถจับตัวได้ ภารกิจล่าจระเข้ครั้งนี้จึงยุติลง" สุทาวุฒธ์ บอก
แม้ชุดปฏิบัติการไล่ล่าจระเข้ทีมนี้จะยุติภารกิจควานหาจระเข้ที่หลุดออกจากบ่อเลี้ยง เพราะมั่นใจว่าสามารถจับได้ทั้งหมดแล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาทก็ได้ทิ้งเจ้าหน้าที่ชุดจับจระเข้บางส่วนไว้ในพื้นที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นแหล่งกบดานของจระเข้ที่อาจหลงเหลืออยู่
นายส่วน พนนวัฒนากุล ประธานผู้บริหารอุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา บอกถึงสาเหตุที่ทำให้จระเข้หลุดออกจากบ่อเลี้ยงในครั้งนี้ว่า เป็นเรื่องสุดวิสัยเพราะฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมสูงเกิดการกัดเซาะทำให้ผนังบ่อที่ 6 เกิดการทรุดตัวจนเป็นโพรงใต้น้ำ ซึ่งบ่อดังกล่าวเป็นบ่อขนาดใหญ่มีเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ลึกกว่า 12 เมตร ที่เลี้ยงจระเข้น้ำเค็มพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไว้เกือบ 2,900 ตัว ส่งผลให้จระเข้บางส่วนหลุดรอดออกไป หลังเกิดเหตุได้ซ่อมแซมผนังบ่อเลี้ยงที่ชำรุดเรียบร้อยแล้ว และหลังจากนี้จะจัดทีมเฝ้าระวังจระเข้ ออกตรวจสอบพื้นที่โดยรอบฟาร์มจระเข้ในรัศมี 5 กิโลเมตร เพื่อค้นหาจระเข้ที่อาจหลุดรอดอยู่ หากใครพบเห็นให้รีบแจ้งให้ทราบซึ่งตัวเขาพร้อมที่จะจ่ายเงินเป็นรางวัลนำจับจระเข้ให้ในราคาตัวละ 5 พันบาททันที
ขณะที่นางแสงจันทร์ ธงชัย วัย 39 ปี มีบ้านพักอยู่ไม่ไกลจากอุทยานหินล้านปีฯ ยังไม่คลายความหวาดกลัว เกรงว่าอาจจะมีจระเข้หลงเหลืออยู่ และเป็นห่วงว่าบุตรหลานอาจได้รับอันตรายจากจระเข้ จึงอยากให้อุทยานหินล้านปีเพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังจระเข้ต่อไปอีกสักระยะ และให้ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุจระเข้หลุดออกจากบ่อเลี้ยงอีก



