ข่าว

'ยุทธศักดิ์'ตีกลับเรือดำน้ำให้ทร.ปรับลด

'ยุทธศักดิ์'ตีกลับเรือดำน้ำให้ทร.ปรับลด

15 ก.ย. 2554

“ยุทธศักดิ์” ตีกลับ “เรือดำน้ำ” ให้ “ทัพเรือ” ปรับลดวงเงินเพื่อความเหมาะสมตามสภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ “ทร.” เร่งดำเนินการพร้อมส่งเรื่องกลับเรียบร้อยตามแนวทาง รมว.กลาโหม "ประยุทธ์” แจงไม่ทราบเรื่อง "นายกฯ" ตีกลับโผทหาร ยัน ทบ.ไม่กระทบ

          15ก.ย.2554 พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยผลสรุปของคณะกรรมการศึกษาโครงการจัดตั้งหน่วยเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ที่มี พล.ร.อ.ประเสริฐ บุญทรง อดีต ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) เป็นประธานคณะศึกษาฯ ภายหลัง พล.ร.อ.ดำรงศักดิ์ ห้าวเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ เป็นหัวหน้าคณะเข้าบรรยายโครงการเรือดำน้ำมือสอง(ยู 206 เอ) จากประเทศเยอรมนี ว่า ผลการพิจารณาของคณะกรรมการศึกษาฯ ได้ให้กองทัพเรือพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของงบประมาณกับสภาวะเศรษฐกิจ โดยให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ของหน่วยเรือดำน้ำในลักษณะ ค่อยเป็นค่อยไป

          อย่างไรก็ตาม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พิจารณากลั่นกรองผลการศึกษาด้วยความโปร่งใส และได้เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการศึกษา จึงให้กองทัพเรือทบทวนความเหมาะสม อีกครั้งหนึ่ง 

          “โครงการนี้เป็นโครงการจัดตั้งหน่วยเรือดำน้ำของกองทัพเรือ โดยพิจารณาในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ทางทะเลของชาติเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นการพิจารณาสืบเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อน และรัฐบาลปัจจุบันได้สานต่อโครงการดังกล่าวไม่ใช่การริเริ่มใหม่ รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพไทยให้มีความทันสมัย เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ สุจริต พึ่งพาตนเองตามหลักความพอเพียง” โฆษก กระทรวงกลาโหม ระบุ

          รายงานข่าวจากกองทัพเรือ(ทร.) แจ้งว่า ภายหลังรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมให้กองทัพเรือทบทวนงบประมาณโครงการจัดตั้งหน่วยเรือดำน้ำมือสองยู 206 เอ จากประเทศเยอรมนี วงเงิน 7.7 พันล้าน โดยทางคณะผู้บริหารของกองทัพเรือ หลังรับทราบก็ได้ประชุมเพื่อปรับลดงบประมาณตามแนวทางของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เพื่อความเหมาะสมทันที โดยตัดรายจ่ายที่ไม่เร่งด่วนออกไป และส่งโครงการภายหลังได้ปรับแก้งบกลับไปยังกระทรวงกลาโหมเรียบร้อยในวันเดียวกัน(15 ก.ย.)

 

"ประยุทธ์"แจงไม่ทราบ"นายกฯ"ตีกลับโผทหาร


           พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ปฏิเสธว่าไม่ทราบถึงกรณีที่มีข่าวว่า นายกรัฐมนตรีตีกลับบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารมายังรมว.กลาโหมว่า โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องของรมว.กลาโหม ท่านชี้แจงอย่างไรคงเป็นไปตามนั้น กองทัพบกไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่มีผลกระทบต่อกองทัพบก เท่าที่ทราบกองทัพบกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปรับย้ายคนไปในตำแหน่งที่อื่น เป็นการย้ายคนในกองทัพบกเอง  ทั้งนี้ควรใจเย็นๆและคอยติดตามว่า จะโปรดเกล้าฯ มาอย่างไร อย่าไปให้ความสำคัญมากนัก ทหารเป็นกลไกของรัฐในการทำหน้าที่ ตอนนี้ทหารกำลังดูแลน้ำท่วม ส่วนใครจะเป็นอะไรคงไม่สำคัญ อยู่ที่ว่าใครเป็นแล้วทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากกว่ากัน