ข่าว

ไก่เปิดบ้านรอฟัดหงส์

ไก่เปิดบ้านรอฟัดหงส์

18 ก.ย. 2554

'หงส์แดง' ส่งซัวเรซ นำทีมไปเยือนล่าประตู 'ไก่เดือยทอง' ที่จัดเบล รอรับ พร้อมสวนด้วยยอร์ ด้าน 'แมนฯยูไนเต็ด' ยังใช้คู่หู 'ชิชาริโต' กับ 'รูนีย์' ทำศึกบิ๊กแมทช์กับ 'สิงโตน้ำเงินคราม' ด้าน 'เรือใบสีฟ้า' เต็มสูบไปเยือนฟูแล่ม

          19.30 น.  ศึกพรีเมียร์ลีก 'ไก่เดือยทอง' สเปอร์ส เปิดบ้านพบ 'หงส์แดง' ลิเวอร์พูล ด้วยการปรับทีมเกือบทั้งทีม หลังจากที่ แฮร์รี เร้ดแนปป์ ตัดสินใจพักตัวหลักอย่าง แกเรธ เบล, ลูก้า โมดริช และ สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ จากเกมยุโรป และเกมนี้ทุกคนจะกลับมาเป็นตัวจริงทั้งหมด แต่ยังคงไม่มี 3 นักเตะหลักที่เจ็บไม่ว่าจะเป็น ราฟาเอล ฟานเดอร์ฟาร์ท กับ ซานโดร ในแดนกลาง และ ไมเคิล ดอว์สัน กับ วิลเลียม กัลลาส์ ในแนวรับ

          ขณะที่ ลิเวอร์พูล ต้องลุ้นหนักกับตำแหน่งแบ็คขวาเมื่อ เกล็น จอห์นสัน ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาเกิดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าจากนัดที่ไปแพ้ สโต๊ค 0-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ มาร์ติน เคลลี ก็ต้องลุ้นทดสอบความฟิตจากอาการเดียวกัน แดนกลางแม้ว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด จะกลับมาซ้อมได้แล้ว แต่ยังไม่พร้อมสำหรับนัดนี้ และแดนหน้า หลุยส์ ซัวเรซ ยังคงเป็นตัวหลัก ทำให้ แอนดี คาร์โรลล์ น่าจะต้องนั่งสำรองต่อไป

          21.00 น. 'เรือใบสีฟ้า' แมนฯ ซิตี้ เยือน ฟูแล่ม โดย โรแบร์โต้ มันชินี กุนซือทีมเยือน น่าจะปรับเปลี่ยนผู้เล่นอีกครั้ง หลังจากที่ส่งทีมชุดใหญ่ลงเต็มทีมในเกมที่เสมอ นาโปลี 1-1 เมื่อกลางสัปดาห์ โดยเฉพาะแดนหน้าที่ให้ เอดิน เชโก้ กับ เซร์คิโอ อาเกโร เป็นหัวหอกร่วมกัน เนื่องจากยังมีตัวเลือกอีกทั้ง คาร์ลอส เตเบซ และ มาริโอ บาโลเตลลี  แดนกลางยังคงไม่มี  ไนเจล เดอยอง ที่เจ็บเพียงคนเดียว ขณะที่ เจมส์ มิลเนอร์ ที่เจ็บไปก่อนหน้านี้ อาจจะมีชื่อในทีมอีกครั้ง

          เจ้าถิ่นของกุนซือ มาร์ติน โยล จะปรับทัพหลายตำแหน่ง จากทีมชุดที่เล่นยูโรป้า ลีก เมื่อ บ็อบบี ซาโมรา กองหน้าตัวเก่งจะกลับมาเป็นหัวหอกตัวจริง แต่แนวรับยังต้องลุ้นหนักกับ แอรอน ฮิวจ์ส ที่เจ็บ แต่น่าจะได้ ฟิลิปป์ เซนเดรอส กองหลังทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์หายป่วยกลับมา

          เกมอีกคู่ในเวลา 21.00 น. 'แมวดำ' ซันเดอร์แลนด์ ที่ยังไม่ชนะใครในฤดูกาลนี้ยังได้เล่นใน สเตเดียม ออฟ ไลท์ ของตัวเองอีกนัดรับการมาเยือนของ 'ช่างปั้นหม้อ' สโต๊ค ซิตี้ โดยเจ้าถิ่นจะไม่มี ฟิล บาร์ดสลีย์ ที่ถูกแบนยาว 4 นัด แต่น่าจะได้ จอห์น โอเชีย หายเจ็บน่องมาแทนพอดี และแดนหน้ายังคงมี นิคลาส เบนท์เนอร์ เป็นตัวหลัก ส่วนทีมเยือนน่าจะได้ ปีเตอร์ เคราช์ ฟิตกลับมาหลังจากไม่ได้เล่นเกมยุโรปเช่นเดียวกับแนวรับ โจนาธาน วู๊ดเกต ที่ได้พักจะกลับมาเป็น 11 ตัวจริง

          22.00 น. 'ปีศาจแดง' แมนฯยูไนเต็ด จ่าฝูงที่ชนะมารวด 4 นัด เปิดสนามโอลด์ แทร๊ฟฟอร์ด ทำศึกบิ๊กแมทช์นัดที่ 2 ในฤดูกาล กับ 'สิงโตน้ำเงินคราม' เชลซี ที่มี 10 แต้มในเวลา 22.00 น. โดยเกมนี้ 'เฟอร์กี้' เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเจ้าถิ่น ปรับทัพจากเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ไปเสมอ เบนฟิก้า 1-1 เมื่อคืนวันพุธเกือบทั้งทีม โดยตำแหน่งผู้รักษาประตู ดาวิด เดเคีย กลับมาเป็นมือ 1 ของทีมอีกครั้ง

          แนวรับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่ไม่ได้เดินทางไปโปรตุเกสจะกลับมาเป็นตัวจริงโดยจะยืนคู่กับ คริส สมอลลิง หรือ จอนนี อีแวนส์ เนื่องจาก เนมันยา วิดิช ยังเจ็บ โดยที่ ฟิล โจนส์ น่าจะไปเล่นเป็นแบ็คขวา แดนกลาง ทอม เคลเวอร์ลีย์ เจ็บข้อเท้าต้องพักถึงกลางเดือนหน้า จะเป็น ไมเคิล คาร์ริก หรือว่า ดาร์เรน เฟลตเชอร์ ลงมาทำเกมร่วมกับ อันแดร์สัน, นานี และ แอชลีย์ ยัง ขณะที่แดนหน้า แดนนี เวลเบค ยังไม่สมบูรณ์ 'ชิชาริโต' ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ จะกลับมาเป็นหัวหอกตัวจริงร่วมกับ เวย์น รูนีย์

          ฝั่ง เชลซี ยังน่าจะไร้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ไปอีกนัด ขณะที่ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ก็อาจจะต้องกลับไปเป็นตัวสำรอง แม้ว่าจะได้เป็นตัวจริงในเกมยุโรป โดยแดนหน้าจะเป็นการประสานงานกันของ ฆวน มาตา, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ และ นิโกลาส์ อเนลก้า โดยที่แดนกลางจะได้ รามิเรส ที่โดนแบนในเกมยุโรปกลับมาช่วยทีม ส่วนแนวรับ จอห์น เทอร์รี ที่ได้พักเมื่อกลางสัปดาห์จะได้กลับมาเป็นตัวจริงเช่นเดียวกัน