
เขมรซ้อมเตะกระชับมิตรแดง
ทีมเขมรเร่งฝึกซ้อมรับนัดเตะฟุตบอลกระชับมิตรกับกลุ่ม ส.ส. เสื้อแดง ฮุน มาเนตเป็นประธานเปิดการฝึกทหารใหม่ ขณะที่ชายเขมร-ไทย แห่ข้ามพรมแดนสะงำคึก "ปู"เยือนเขมร
วันที่ 15 ก.ย. 2554 เว็บไซต์ฟิฟทีนมูฟอ้างอิงศูนย์ข่าวต้นมะขาม (เดิมอำปึล) ที่รายงานว่า ทีมนักฟุตบอลกัมพูชาที่จะร่วมแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรกับ กลุ่ม ส.ส.เสื้อแดง ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ได้ทำการฝึกซ้อมที่สนามฟุตบอล 7NG ใกล้มหาวิทยาลัยบิวด์ไบรท์ เมื่อช่วงเย็น นำฝึกซ้อมโดยประธานสหพันธ์กีฬาฟุตบอลกัมพูชา นาย ซัว โซะคา1 พร้อมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงหลายคน
นัดเตะฟุตบอลกระชับมิตรที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 กันยายนที่จะถึงนี้ โดยสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ก่อนหน้านี้ได้ประกาศว่าตนจะสวมเสื้อหมายเลข 9 และจะเป็นโค้ชของทีมกัมพูชา
ฮุน มาเนตเป็นประธานเปิดการฝึกทหารใหม่
เว็บไซต์ฟิฟทีนมูฟ รายงานด้วยว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 กันยายน พล.ต.ฮุน มาเนต รองเสนาธิการร่วมในกองบัญชาการกองทัพแห่งชาติกัมพูชา (กบก.สส.) รองผู้บัญชาการทหารบก รองผู้บัญชาการฐานบัญชาการองครักษ์1 และเป็นผู้บัญชาการฐานบัญชาการกองกำลังพิเศษต่อต้านการก่อการร้าย เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกยิงปืนกองทัพบกอาเซียน ครั้งที่ 21 โดยมีทหารเข้าร่วม 54 คน และพิธีเปิดการฝึกพลทหารใหม่ประจำปี 2554 ซึ่งมีทหารเข้าร่วมจำนวน 500 คน ที่ศูนย์การฝึกกองทัพบก
พ.อ.(พิเศษ) ชุน เชง2 หัวหน้าศูนย์ฝึกกองทัพบก กล่าวรายงานว่า ศูนย์ฝึกฯ มีภารกิจฝึกทหารใหม่จำนวน 500 คน จากทหารที่คัดเลือกใหม่ทั้งสิ้น 5,000 คน นอกจากนี้ การฝึกยิงปืนอาเซียน ประจำปี 2554 ที่สิ้นสุดลง มีระยะเวลาการฝึกทั้งสิ้น 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 8 สิงหาคม
พล.ต.ฮุน มาเนต ได้กล่าวยกย่องคณะผู้บริหารศูนย์ฝึกฯ ตลอดจนนายทหาร พลทหารที่จบการฝึกและที่กำลังเข้ารับการฝึก ที่ได้สมัครใจเข้ารับใช้กองทัพเป็นทหารใหม่ ซึ่งนับว่าเป็นเกียรติสูงสุดที่น้อง ๆ มีจิตใจกล้าหาญในภารกิจป้องกันชาติ และกล่าวว่า แม้ว่าสงครามที่ชายแดนจะสงบลง แต่หน้าที่การป้องกันชาติยังไม่จบ ทหารต้องฝึกให้เกิดความชำนาญ มีขีดความสามารถ เรียนรู้หลักสูตร มีวินัย สามัคคี รักและช่วยเหลือกัน ทั้งในเวลาฝึกและออกไปปฏิบัติภารกิจในสมรภูมิ
นอกจากนี้ พล.ต.ฮุน มาเนต ได้กล่าวถึงความอุตสาหะของสมเด็จฮุน เซน ที่ได้นำประเทศไปสู่การมีสันติภาพ เสถียรภาพ รวมชาติให้มีเอกภาพ สร้างประเทศให้พัฒนาและทันสมัยในทุกด้าน ทำให้ชื่อเสียงของประเทศเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและนานาชาติ นอกจากนี้ พล.ต.ฮุน มาเนต ได้มอบเงินช่วยเหลือจากสมเด็จฯฮุน เซน จำนวน 9,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับใช้ในการสร้างลานกีฬาของทหาร และส่วนตัวของ ฮุน มาเณต ได้มอบน้ำมัน 300 ลิตร และเงินอุดหนุนวงดนตรีทหาร 300 ดอลลาร์
ไทย-เขมรแห่ข้ามแดนซื้อสินค้ารับนายกฯไทยเยือนเขมร
เมื่อเวลา 07.05 น. ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ประชาชนเขมรนับ1,000 คน แห่ข้ามพรมแดนเพื่อจับจ่ายซื้อหาสินค้าการอุปโภคบริโภคที่ตลาดฝั่งไทย พร้อมนำสินค้าประเภทสิ่งของป่าที่มีอยู่ตามธรรมชาติ แลกเปลี่ยนค้าขายแก่คนไทย ส่งผลการค้าขายตลาดชายแดนกลับมามีชีวิตชีวาทันที ผู้ประกอบการค้ารายใหญ่เกิดความมั่นใจ ผลการเยี่ยมเยียนสานสัมพันธภาพที่ดีของนายกรัฐมนตรีไทยเขมรคาดอนาคตการค้าแนวชายแดนดีขึ้น
นางแพค พันนา อายุ 21ปี ชาวบ้านสะเมา อ.ชายเม๊ยะ จ.ปไรเวง กล่าวว่า ตนเองรู้สึกดีใจมากที่นายกรัฐมนตรีไทยได้เข้าไปเยี่ยมนายกรัฐมนตรีเขมร เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน ทั้ง 2 ประเทศก็เป็นมิตรที่ดีต่อกัน ประชาชนทั้งไทยเขมรก็ไม่หวาดระแวงซึ่งกันและกัน อย่างเหตุการณ์ที่ผ่านๆมา ประชาชนจะได้ทำมาหากินอย่างปกติสุขเสียที
นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ประธานชรมผู้ประกอบการค้า การท่องเที่ยวช่องสะงำกล่าวว่าตั้งแต่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลนั้นก็ได้เสียงขานรับจากกัมพูชาว่ายินดีกับรัฐบาลไทย ยินดีกับประชาชนคนไทย ด้านผู้ประกอบการเองก็เกิดความตื่นตัวกันมากๆ มีการปรับตัว เตรียมตัวในการประกอบอาชีพการค้าการขายด้วยการขยายการลงทุนด้านการค้า การท่องเที่ยวกันยิ่งเป็นข่าวดีที่ทาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยสานสัมพันธ์ผลทันตาเห็นทันทีเลยก็เรื่องการค้า การท่องเที่ยว มีผู้คนจากประเทศไทยมั่นใจสถานการณ์ความปลอดภัย ผู้คนเข้าท่องเที่ยวจำนวนทวีคูณมากยิ่งขึ้น ด้วยทางกัมพูชาเองเขาตั้งเป้าไว้ว่าในปี คศ.2015 หรือปี พ.ศ. 2558 เขาจะรับนักเที่ยวเฉพาะในจังหวัดเสียมราฐจังหวัดเดียวถึงปีละ 7 ล้านคน โดยหนึ่งในจำนวนนั้นคือประชาชนของประเทศไทยที่จะเดินทางเข้าประเทศกัมพูชา
"การที่นายกรัฐมนตรีไปเยือนประเทศกัมพูชา ส่งผลดีหลาย ๆ ด้านแก่ทั้ง 2 ประเทศ เชื่อมีการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ประชาชน นักธุรกิจฝั่งประเทศกัมพูชาเองก็จะมาซื้อหาสินค้าประเทศไทยมากยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก มีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันประเทศไทยเองมีแต่ได้กับได้ ยิ่งนายกรัฐมนตรีสานความสัมพันธไมตรีที่แนบแน่นยิ่งขึ้น โดยบอกไทยพร้อมเปิดการค้าขายอย่างเต็มที่แบบเดิมที่ผ่านมา เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมาบอกตรง ๆ ว่าผู้ประกอบการนี่ลำบาก แทนที่จะเพิ่มมูลค่าการส่งออกกลับเพิ่มไม่ได้ด้วยปัญหาหลาย ๆ อย่างที่ผ่านมาตอนนี้นับเป็นโอกาสดี มีการเพิ่มมูลค่าด้านการค้าขาย ยิ่งระดับรัฐบาลพบระดับรัฐบาล ระดับท้องถิ่นพบกัน สร้างความมั่นใจแก่ผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้นไปอีก ต่างฝ่ายต่างกล้ามาแลกเปลี่ยนการค้าซึ่งกันและกัน เพิ่มขึ้น"นายหัตถชัย กล่าว
วิทยุกระจายเสียงเขมรยินดี"ยิ่งลักษณ์"เยือนเขมร
เมื่อเวลา 09.00 น. ขณะที่ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา ได้ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว,พ.ต.ท.ธัชชัย ทิพเนตร สว.ตร.ทท.สระแก้ว และ พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว นำกำลังร่วมกันตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติด และสิ่งผิดกฏหมาย ลักลอบนำเข้าจากกัมพูชา บริเวณจุดตรวจร่วมทางเข้าตลาดโรงเกลือ หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อยู่นั้นได้ตรวจพบชาวเขมรจำนวนมากกว่า 500 คน หอบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าและกระเป๋าสัมภาระ เดินข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย โดยมี เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จังหวัดสระแก้ว ตรวจสอบพาสปอร์ตอย่างเข้มงวด
เมื่อกลุ่มชาวเขมรเดินเข้ามาถึงจุดตรวจร่วมฯ จนท.ทำการตรวจสอบพบว่าเป็นชาวเขมรมุสลิม จำนวน 108 คน และเป็นแรงงานชาวเขมรตามข้อตกลง MOU จำนวน 420 คน ซึ่ง จนท.เกรงว่าอาจจะมีการลักลอบนำสิ่งผิดกฏหมายเข้ามาจึงได้เชิญลงมาตรวจค้นในกองร้อยทหารพรานที่ 1206ฯ
จากการตรวจสอบ 108 ชาวเขมรมุสลิม อ้างว่าจะเดินทางไปหาญาติและไปทำงานที่ชายแดนประเทศมาเลเซีย โดยจะเดินทางผ่านด่านชายแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ของไทย โดยอ้างว่าขณะนี้ในประเทศกัมพูชาหลายจังหวัดเกิดภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะที่ จ.กัมปงจาม ซึ่งมีชาวเขมรมุสลิมอาศัยอยู่มากที่สุด ทำให้ชาวเขมรมุสลิมกลัวน้ำจะท่วมสูงขึ้นอีกจึงอพยพหอบลูกจูงหลานเดินทางหนีน้ำท่วมไปหาญาติและทำงานที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่ง จนท.ได้ทำการถ่ายภาพทำประวัติไว้ทั้งหมดก่อนอนุญาตให้เดินทางต่อไปได้
ส่วน 420 แรงงานชาวเขมรเป็นแรงงานภาคอุตสาหกรรมตามข้อตกลง MOU โดยมีตัวแทนโรงงานอุตสาหกรรมของไทย รวม 8 บริษัทฯเดินทางมารับ เพื่อส่งไปทำงานที่ จ.สระบุรี,สงขลา,ราชบุรี,นครศรีธรรมราช,ชลบุรี,นครราชสีมา,ร้อยเอ็ด และประทุมธานี ซึ่ง จนท.ได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียดพร้อมทั้งถ่ายภาพทำประวัติไว้ก่อนอนุญาตให้ตัวแทนบริษัทฯรับเดินทางต่อไปได้
ส่วนบรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เช้าวันนี้สถานนีวิทยุท้องถิ่นประจำกรุงปอยเปต อ.โอวจโรว จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ได้ออกอากาศเป็นภาษาเขมรโดยดีเจ ได้พูดแสดงความยินดีและดีใจที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทยจะเดินทางมาเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการในวันนี้ โดยดีเจ ได้เชิญชวนให้ชาวกัมพูชา แสดงความยินดีและให้การต้อนรับนายกฯไทยอย่างดียิ่ง และยังบอกอีกว่ารัฐบาลไทยชุดนี้เป็นมิตรและเพื่อนที่ดีของกัมพูชา และเชื่อว่าต่อไปไทย-กัมพูชาจะไม่มีการสู้รบกันอีก และขอให้ชาวกัมพูชาแสดงความเป็นมิตรต่อคนไทยทุกคนด้วย



