ฮุนเซนแจง'ปู'ขออภัยโทษวีระ-ราตรี
"ฮุนเซน"นำรบ.กัมพูชาต้อนรับ "ยิ่งลักษณ์" ยิ่งใหญ่ บอกหาทางลดโทษก่อนขออภัยโทษให้ "วีระ-ราตรี" ฟ้อง "มาร์ค" ส่ง "สุเทพ" ดอดเจรจาลับ
15 ก.ย.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ได้ออกเดินทางโดยเครื่องบินพิเศษของกองทัพอากาศ ที่ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 (บน.6) ไปเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการ เพื่อแนะนำตัวในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ และส่งเสริมความสัมพันธ์ ความร่วมมือที่ใกล้ชิด
ทั้งนี้ ก่อนออกเดินทาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ ว่าตนยังไม่ทราบว่าการเดินทางไปครั้งนี้จะมีข่าวดีเรื่องของ นายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ หรือไม่ โดยในประเด็นหลักที่จะไปหารือในครั้งแรกนี้คือไปเปิดศักราชใหม่ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา และก็คงจะดูบรรยากาศในการที่จะหารือเรื่องการช่วยคนไทยด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางการกัมพูชาระบุว่าพร้อมจะปล่อยตัวทั้ง 2 คนหากฝ่ายไทยหยิบยกขึ้นมาพูดคุย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราก็ยินดี และคงจะหยิบยกไปหารือ แต่ดุลยพินิจในการปล่อยตัวหรือไม่ อย่างไรนั้นคงต้องเป็นเรื่องของทางกัมพูชา ซึ่งเราไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้
เมื่อถามว่าหากกัมพูชาปล่อยตัวจริง ฝ่ายไทยจะมีของขวัญอะไรตอบแทนกลับไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะจริง ๆ ในส่วนของการทูต เราก็คงจะเจรจาเรื่องการขอความช่วยเหลือมากกว่า ซึ่งไม่ใช่การเจรจาต่างตอบแทน แต่เป็นการเจรจาในลักษณะการทำหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องช่วยเหลือคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากรัฐบาลสามารถช่วยเหลือนายวีระและ น.ส.ราตรีได้จะส่งผลต่อภาพความปรองดองให้เกิดขึ้นในประเทศหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องขอแยกมองเป็น 2 ประเด็น คือในแง่ของรัฐบาลเราเองอยากเน้นเรืองความปรองดองอยู่แล้ว “วันนี้ดิฉันทำงานก็ถือว่าต้องทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ซึ่งคุณวีระและ คุณราตรีก็เป็นคนไทยเหมือนกัน ที่ดิฉันก็ต้องทำหน้าที่ของดิฉัน และถ้ากัมพูชาปล่อยตัวมา ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศไทยที่เราจะได้โอกาสนำคนไทยกลับบ้าน”
"ฮุนเซน"นำรบ.กัมพูชาต้อนรับ"ยิ่งลักษณ์"ยิ่งใหญ่
เมื่อเวลา 15.25 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายอนุสรณ์ อมรฉัตร คู่สมรส นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสมปอง สงวนบรรพ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะเจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงพนมเปญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคณะของไทยเดินทางถึงกัมพูชา นางอึง กัตถาภาวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการสตรี ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ ได้ให้การต้อนรับ และเชิญนายกรัฐมนตรีร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาพร้อมภริยา รอต้อนรับ มีพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ
ทั้งนี้ เป็นที่สังเกตว่า กัมพูชาให้การต้อนรับคณะของนายกรัฐมนตรีไทยอย่างอบอุ่น ตลอดเส้นทางที่รถของคณะผ่าน ได้มีเด็กนักเรียนและประชาชน ยืนเรียงแถวริมทางเท้าตลอดเส้นทาง โบกธงชาติไทยพลิ้วไสว ต้อนรับคณะ
จากนั้น นายกรัฐมนตรีเข้าหารือข้อราชการกับ สมเด็จฮุน เซนนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก่อนเดินทางไปเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์กัมพูชา ณ พระราชวังเขมรินทร์ จากนั้น เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ ณ สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันเดียวกันเวลา 21.20 น.
บอกกำลังขออภัยโทษ'วีระ-ราตรี'
สำนักข่าวดีเอพีแห่งประเทศกัมพูชารายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ร้องขอร้องให้ทางประเทศกัมพูชาปล่อยตัวนายวีระ กับนางราตรี แต่สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า กำลังพิจารณาคำร้องขอพระราชทานอภัยโทษอยู่
ทั้งนี้สมเด็จฮุน เซน บอกกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ทางประเทศกัมพูชาไม่สามารถถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตรได้ เพราะเป็นดินแดนกัมพูชา และการตัดสินในเรื่องนี้จะต้องรอคำวินิจฉัยของศาลโลก(ไอซีเจ) ขณะน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไทยจะปฏิบัติตามคำตัดสินของไอซีเจ
นายกฯฮุน เซน ได้ขอให้ทั้งสองฝ่ายเปิดการเจรจาอย่างเปิดเผยและจริงใจ ในเรื่องเขตทับซ้อนทางทะเล ในกรอบเอ็มโอยูที่ลงนามเมื่อปี 2544
"ฮุนเซน"ฟ้อง"มาร์ค"ส่ง"สุเทพ"ดอดเจรจาลับ
เว็บไซต์ฟิฟทีนมูฟได้อ้างอิงศูนย์ข่าวต้นมะขามวันที่ 15 ก.ย. ที่รายงานอ้างการให้สัมภาษณ์ของนายฮอ นำฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ที่กล่าวถึงผลการพบปะระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์กับสมเด็จฮุน เซน อย่างเป็นทางการว่า ผู้นำทั้งสองเห็นชอบร่วมกันในด้านต่าง ๆ ที่จะทำให้มีความร่วมมือที่ดีและการพัฒนา ทั้งในด้านการค้าขาย ท่องเที่ยว และปัญหาเขตแดน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เสนอต่อฝ่ายกัมพูชาเปิดการแสดงสินค้ากัมพูชา-ไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้การตอบรับ
ระหว่างพบปะน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ยกกรณีของสองคนไทย คือ นายวีระและน.ส.ราตรีที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเปร็ยซอขึ้นหารือ โดยสมเด็จฮุน เซน ตอบกลับว่า กำลังตรวจดูเรื่องนี้ แล้วอาจจะเสนอกษัตริย์กัมพูชาเพื่อขอให้บรรเทาโทษ เนื่องจากกัมพูชาจำเป็นต้องเคารพกฎหมายของกัมพูชา
ในประเด็นเกี่ยวกับปัญหาเขตแดนสมเด็จฮุน เซน เสนอให้กองทัพของสองประเทศ พบปะกันเพื่อให้บรรยากาศดีขึ้น และควรมีปรับลดกำลังของทั้งสองฝ่ายตามแนวชายแดนลง ในเรื่องนี้ นายฮอ นำฮง เน้นย้ำว่า เราไม่สามารถถอนออกจากพื้นที่ 4.6 ตร.กม. ที่เป็นของเราได้ เราจะทำตามคำสั่งชั่วคราวของศาลโลก กรุงเฮก โดยผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียอยู่ในพื้นที่
นอกจากนี้สมเด็จฮุน เซน ยกประเด็นการลักลอบเจรจาลับเกี่ยวกับพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในทะเล ของอดีตนายกรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้ส่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ มาเจราลับเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2552 โดยสมเด็จฮุน เซน ได้เสนอให้สองฝ่ายเจรจาในเรื่องนี้อย่างเปิดเผย ตามบันทึกความเข้าใจฯ 2554 และกลไกที่มีอยู่
สมเด็จฮุน เซน ได้เสนอให้เจ้าหน้าที่จังหวัดตามแนวชายแดนพบหารือกันเพื่อแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และการละเมิดกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยของสองประเทศ อาจเปิดการประชุมร่วม พร้อมกันนั้นสมเด็จฮุน เซน ก็ได้เสนอให้เปิดด่านผ่านแดนแห่งใหม่ คือ ด่านสตึงบต เพื่อเป็นด่านสินค้าเข้าออก ส่วนด่านปอยเปตให้เป็นด่านสำหรับการท่องเที่ยว
นอกจากนี้นายเขียว กัญญาฤทธิ์ รัฐมนตรีข่าวสารในฐานะโฆษกรัฐบาล แถลงว่า การเดินทางเยือนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา-ไทย ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าสองประเทศก็เปรียบเหมือนลิ้นกับฟัน นายเขียว กล่าวยืนยันอีกว่า ในเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาพรมแดน อย่างเช่น ปราสาทพระวิหาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ เห็นด้วยกับมาตรการชั่วคราวของศาลโลก
"ปู"แจง"ฮุนเซน"รับหาทางลดโทษ2คนไทย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์หลังการหารือร่วมกับสมเด็จฮุน เซน ว่า การหารือครั้งนี้เกิดความร่วมมือหลายอย่างของสองประเทศ ทั้งเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าขายต่างๆ บรรยากาศตอนนั้น ตนได้สอบถามสมเด็จฮุนเซน เรื่องการปล่อยตัวนายวีระ และน.ส.ราตรี เพราะในฐานะที่เป็นรัฐบาล เราก็มีความเป็นห่วงคนไทยทุกคนจึงใช้โอกาสนี้สอบถามเรื่องการช่วยเหลือทั้งคู่ ซึ่งทางสมเด็จฮุนเซน ได้แสดงความเสียใจและขอโทษที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เพราะการตัดสินคดีเป็นเรื่องของศาลและเป็นเรื่องข้อกฎหมาย
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทางกัมพูชาสามารถจะช่วยได้คือ การหาแนวทางลดโทษให้ เพราะปกติเมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว ต้องรับโทษก่อน 2 ใน 3 ซึ่งถ้ามีการลดโทษหลายๆครั้ง อาจทำให้ทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษให้ทั้งคู่ได้
"นายกฯ"เรียกหน่วยงานหารือรับมือ หวั่นน้ำท่วม กทม.
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย อธิบดีกรมชลประทาน ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี รองผู้ว่าฯ กทม.
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์น้ำที่กำลังไหลบ่าลงมา และกังวลถึงมาตรการการรับมือเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับพื้นที่กทม. และจังหวัดใกล้เคียง โดยได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น หากกำลังไม่พอ ก็จะประสานกับทางกองทัพบกให้เข้ามาช่วยเหลือได้
จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมว่า วันนี้ได้เชิญรองผู้ว่าฯ กทม.และผู้ว่าฯ นนทบุรีมาหารือในเรื่องของการเตรียมพร้อมร่วมกับอธิบดีกรมชลประทาน เพื่อดูถึงภาพรวมเบื้องต้นเท่าที่ฟังรายงานจากหน่วยงานต่างๆ ก็มีความสบายใจขึ้นว่าในส่วนของ กทม. เตรียมพร้อมแล้ว และมีเขื่อนที่จะรองรับห่างจากพื้นที่ กทม.ประมาณ 70 กิโลเมตร
สำหรับ จ.นนทบุรี นั้น ทางผู้ว่าฯ รายงานว่าได้มีการเตรียมการต่างๆทั้งถุงดินที่กั้นเป็นแนวเขื่อนดินไว้แล้วซึ่งน่าจะรองรับได้ แต่วันนี้ก็จะเพิ่มแนวความสูงขึ้นอีกเพื่อรองรับปริมาณน้ำ โดยจะมีการติดตามประสานงานอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนปัญหาความขัดแย้งของชาวบ้านในบางพื้นที่ โดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นส่วนรับน้ำนั้น ถือเป็นเรื่องรายละเอียดที่ผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดต้องไปบริหารจัดการ ซึ่งต้องไปลงไปดูในพื้นที่ ทั้งนี้ หากเป็นพื้นที่รับน้ำแต่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม และยังไม่มีการเกี่ยวข้าวก็ต้องหารือในการดูแลเรื่องความเสียหาย ซึ่งถือเป็นเรื่องรายละเอียดในแต่ละพื้นที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า มาตรการต่างๆ ที่มีอยู่นั้นคิดว่าจะรับมือไหวหรือไม่ ม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงยาก เพราะเป็นลักษณะโครงสร้างของภูมิประเทศด้วย แต่ในแง่ของการรองรับปัญหาเฉพาะหน้าและปัญหาเร่งด่วนนั้น ก็คิดว่าคงทำได้ แต่ระยะยาวคงต้องคุยกันตนเองก็ต้องหามาตรการในเรื่องของการป้องกันอีกครั้ง และในการพูดคุยกันในวันนี้ก็พูดถึงวันที่ปริมาณน้ำจะขึ้นสูงสุดด้วย รวมทั้งบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิที่มีความเป็นห่วงว่าอาจจะเกิดปัญหาน้ำท่วม ก็มีมาตรการในการป้องกันเรียบร้อยแล้ว
“สำหรับภาพรวมของการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัย เมื่อคืนวันที่ 14 ก.ย.ที่มีการจัดงาน “รวมพลังไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” เพื่อรับบริจาคนั้น มีผู้ร่วมบริจาคประมาณ 3,500 ราย ยอดเงินบริจาคกว่า 363 ล้านบาท ดิฉันในฐานะเป็นหัวหน้ารัฐบาล เป็นคนไทยคนหนึ่งถือโอกาสขอบคุณคนไทยทุกคนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนประชาชนที่มีส่วนร่วมในการร่วมบริจาคในครั้งนี้ ถือเป็นน้ำใจของคนไทยที่ให้กำลังใจ สนับสนุนทั้งด้านกำลังเงินให้กับพี่น้องประชาชนทั้ง 44 จังหวัดก็ต้องขอขอบคุณ” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ทางด้านนางฐิติมาเปิดเผยว่าในที่ที่ประชุม ทางรองผู้ว่าฯกทม. ได้รายงานความพร้อมในการรับมือสถานการณ์น้ำที่จะเพิ่มมากขึ้น โดยได้แสดงความเป็นห่วง พื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออก ซึ่งต้องเร่งผันน้ำลงสู่อ่าวไทย ขณะที่ จ.นนทบุรี รายงานความพร้อมว่าได้เตรียมการรับมือมา 2 เดือนแล้ว โดยได้มีการทำเขื่อนดินเสริม 30 ซม.แล้ว แต่ปัญหาคือไม่สามารถทำเขื่อนถาวรบริเวณริมคลองได้เท่านั้น อย่างไรก็ตามทั้ง 2 จังหวัดยืนยันว่าสามารถรับมือกับน้ำที่จะเพิ่มมากขึ้นได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับให้เร่งผันน้ำลงสู่ทะเลในช่วงที่น้ำทะเลลดระหว่างวันที่ 19-24 ก.ย.นี้ เพื่อเตรียมรับมือกับปริมาณฝนที่จะเพิ่มขึ้นหลังจากนั้น



