ข่าว

22 ปี "กรงนก"เกาะแก้ว 
วันนี้...สินค้าโกอินเตอร์

22 ปี "กรงนก"เกาะแก้ว วันนี้...สินค้าโกอินเตอร์

29 เม.ย. 2552

หากย้อนถึงเมื่อปี 2530 หรือ 22 ปีที่แล้ว หลังจาก นายสุดใจ ผองทอง ชาวบ้าน ต.เกาะแก้ว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี วัย 63 ปี ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นปราชญ์ชาวบ้าน ได้รวบรวมเพื่อนบ้านตั้งกลุ่มราษฎรผู้ผลิตกรงนกเขาและกรงนกปรอด อบต.เกาะแก้ว

  แม้จากวันนั้นถึงวันนี้พวกเขาจะทำกรงนกเขาและกรงนกปรอดเป็นอาชีพเสริมหลังจากทำไร่ทำนา แต่รายได้ของพวกเขาก็ไม่เป็นรองจากอาชีพหลัก เฉลี่ยแล้วสมาชิกทั้ง 29 คน มีรายได้จากผลิตกรงนกขายตกเดือนละ 7,000-10,000 บาทต่อครอบครัว

 นายบุญธรรม ปาลสาร รองประธานกลุ่มราษฎรผู้ผลิตกรงนกเขาและกรงนกปรอด อบต.เกาะแก้ว ย้อนอดีตว่า ก่อนที่ชาวบ้าน 2 หมู่ คือ หมู่ 6 และหมู่ 11 ของ อบต.เกาะแก้ว จะรวมจะตั้งกลุ่มราษฎรผู้ผลิตกรงนกเขาและกรงนกปรอด อบต.เกาะแก้วนั้น เกิดจากนายสุดใจได้นกเขาใหญ่มา 1 ตัว ขันเสียงไพเราะมาก แต่นายสุดใจไม่มีเงินที่จะซื้อกรงนกเขาที่สวยๆ จึงทำเอง 1 กรง ใช้เวลาทำ 1 อาทิตย์ เห็นว่าสวยจึงทำขายที่ตลาด 6 กรง ปรากฏว่าขายได้หมดในราคากรงละ 80 บาท พร้อมกันนั้นพ่อค้าสั่งทำมาขายอีก นายสุดใจจึงทำขายเรื่อยๆ ชาวบ้านเห็นว่านายสุดใจมีรายได้ดี ก็ขอให้ช่วยสอนวิธีทำให้

 "คุณสุดใจนิสัยดี ไม่หวงวิชา สอนให้พวกเราทำกรงนกขายกัน เมื่อทุกคนทำเป็นคุณสุดใจก็รวบรวมชาวบ้านที่สนใจทำกรงนกมาตั้งกลุ่มราษฎรผู้ผลิตกรงนกเขาและกรงนกปรอด อบต.เกาะแก้ว ขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ.2530 ช่วงแรกมีสมาชิก 21 ราย แต่เพิ่มขึ้นเป็น 29 ราย ทำกรงนกขายตั้งแต่นั่นมาจนถึงปัจจุบัน" นายบุญธรรม กล่าว

 ด้านนายสุดใจเล่าว่า เดิมเป็นชาว ต.ป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี ได้ย้ายไปทำไร่และปักหลักที่บ้านเกาะสัมพันธ์ตา หมู่ 11 ต.เกาะแก้ว มาหลายสิบปีแล้ว หลังจากทำไร่ก็ทำกรงนกเขาและกรงนกปรอดขาย พบว่ามีรายได้ดี จึงเห็นความสำคัญของการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ คือ สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวอีกทางหนึ่ง จึงพยายามสอนเพื่อนบ้าน เพื่อต้องการให้ทุกคนมีรายได้เสริม ที่สำคัญปัจจุบันการทำกรงนกถือเป็นงานหัตถกรรม ที่นอกจากจะสร้างรายได้เสริมแล้ว ยังถือเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษ์ของหมู่บ้านด้วย

 “ช่วงแรกๆ ที่เราตั้งกลุ่มได้ขอรับการสนับสนุนจาก อบต.เกาะแก้ว พอรวมกลุ่มแล้วเราขายผลิตภัณฑ์ได้เดือนละราว 32,500 บาท ลงทุนค่าวัสดุอุปกรณ์ราว 5,500 บาท ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กรงนกเขาและกรงนกปรอดของเรา ถือเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ประสบผลสำเร็จ มีการพัฒนาหลากหลาย สามารถนำส่งขายทั้งในและต่างประเทศ อย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย ส่งผลให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มเดือนละ 7,000-10,000 บาทต่อครอบครัว” นายสุดใจกล่าว

 การทำกรงทั้ง 2 ชนิดนี้ ทำจากไม้ไผ่ สานด้วยเถาวัลย์พันแทนหวาย ที่หัวจุกใช้ไม้เนื้อแข็งกลึงให้สวยงาม ซึ่งกรงนกเขาสูง 40 ซม. กว้าง 30 ซม. ส่วนกรงนกปรอด สูง 50 ซม. กว้าง 30 ซม. ขายในราคาตั้งแต่กรงละ 80-1,500 บาท กรงนกขนาดเล็กเป็นของที่ระลึกกรงละ 50 บาท

 ส่วนนายทะเนตร์ เอี่ยมโต นายก อบต.เกาะแก้ว บอกว่า กรงนกเขาและนกปรอดถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่โโดดเด่นของ อ.โคกสำโรง อีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง กลุ่มผู้ผลิตกรงนกเขาและนกปรอดนั้น สามารถสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัวได้เป็นอย่างดี เพราะชาวบ้านผลิตแล้วไม่ต้องหาตลาด มีพ่อค้ามารับซื้อถึงหมู่บ้าน บางคนที่ชอบเลี้ยงนกเขา ชอบกรงสวยงามก็จะมาสั่งทำ กรงมีราคาตั้งแต่ 1,500-3,000 บาท ทำให้สมาชิกแต่ละครอบครัวมีรายได้เสริมเป็นอย่างดี

 นับเป็นที่ประสบผลสำเร็จกลุ่มหนึ่ง นอกจากจะสร้างรายให้สมาชิกแล้ว ยังสร้างชื่อเสียงให้ท้องถิ่นด้วย

"สรศักดิ์ ทับทิมพราย"