
'มาร์ค'เมินถูกตบหน้า2คนไทยพ้นคุก
'อภิสิทธิ์'ขอความชัดเจนรัฐบาลใช้กรอบใดเจรจาร่วมไทย-เขมร ไม่สนถูกตบหน้าหากวีระ-ราตรี ได้อิสรภาพ
15 ก.ย.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชา ในเวลาเดียวกับที่ นายซก อาน รองนายกกัมพูชา ออกมากล่าวว่า อาจมีการเจรจาในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนว่า เรื่องของการเจรจานี้อย่างไร คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาอยู่ที่กรอบการเจรจาว่าจะใช้กรอบใด โดยในรัฐบาลที่แล้วเมื่อเรามีความเห็นว่าข้อตกลงเมื่อปี 2544 มีความไม่เหมาะสม ซึ่งรัฐบาลควรที่จะชัดเจนก่อนที่จะกลับไปใช้หรือทำกรอบขึ้นใหม่ แต่อย่างไรหากจะมีการเจรจาอีกครั้งก็ต้องผ่านขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ โดยเมื่อถึงช่วงการเจรจาต้องมีกรอบให้ชัดเจนว่าจะหารือในกรอบไหน และเราทุกคนมีหน้าที่ในการตรวจสอบว่ารัฐบาลได้รักษาผลประโยชน์ของประเทศหรือไม่
เมื่อถามว่า การเดินทางไปในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ควรที่จะแสดงบทบาทในฐานะผู้นำประเทศต่อกัมพูชาอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไทยต้องยืนยันว่าเราอยากเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับกัมพูชาและอยู่ในครอบครัวอาเซียนด้วยกัน แต่ประเด็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน เช่นความเห็นที่ไม่ตรงกันในเรื่องเขตแดน ก็ควรที่จะหาทางปรับความเข้าใจกัน แต่ละประเทศก็ต้องรักษาสิทธิ์ของชาติตัวเอง เมื่อมีการยืนยันว่าการขึ้นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว และพยายามใช้ความเป็นมรดกโลกเป็นเครื่องมือในการอนุมัติแผนบริหารจัดการพื้นที่เราก็ต้องไม่ยินยอม รวมถึงการรักษาจุดยืนถึงปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่จะต้องมีทั้งประเด็นแหล่งผลประโยชน์ การกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเลที่ผ่านมารัฐบาลที่แล้ว ความสัมพันธ์การค้าก็ปกติ แม้ในช่วงที่ขัดแย้งก็มีการดำเนินกิจกรรมที่ไปได้ด้วยดี
“ผมคิดว่า ถ้าวางทุกอย่างบนโต๊ะให้ชัดแล้วถามทางกัมพูชาว่าจะเอาอย่างไร ด้านหนึ่งบอกว่าอยากจะคุยกัน แต่อีกด้านก็รุกโดยใช้กลไกมรดกโลก ศาลโลกบ้าง ทำให้ไทยเราจำเป็นที่จะต้องรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก”นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า จะไปคาดคั้นเพื่อให้ได้คำตอบทั้งหมดในการพบปะครั้งเดียวคงไม่ได้ แต่ก็คาดหวังที่จะให้รัฐบาลยืนยันที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติไว้ และหากสามารถไปช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ แกนนำคนไทยหัวใจรักชาติได้ ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้คนไทยทั้ง 2 ได้รับอิสรภาพ ส่วนกรณีนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติอีกคนออกมาระบุว่า หากมีการปล่อยตัวคนทั้งสอง จะเป็นการตบหน้ารัฐบาลประชาธิปัตย์นั้น ยืนยันว่ารัฐบาลที่ผ่านมาได้ใช้ความพยายามแล้ว ครั้งสุดท้ายได้ใช้แนวทางการขออภัยโทษ แต่สมเด็จฮุนเซนออกมายืนยันว่า ฝ่ายบริหารไม่สามารถที่จะแทรกแซงได้ เพราะมีระเบียบและกฏหมายของเขาว่าต้องรับโทษ 2 ใน 3 ก่อนจึงจะได้รับการอภัยโทษ เราก็ท้วงติงไปว่ากรณีของนายศิวลักษณ์ ชุติพงษ์ ที่เคยติดคุกเช่นกัน ทำไมถึงทำได้ แต่สมเด็จฮุนเซนก็ยืนยันว่า ไม่อยากทำผิดซ้ำสอง เราก็บังคับเขาไม่ได้
"อภิสิทธิ์"ชี้ยังไม่จำเป็นต้องตั้งก.ก.นิติธรรม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ที่มีนายอุกฤษ มงคลนาวิน เป็นประธานว่า ในที่ประชุมครม.เงาของพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้แสดงความเป็นห่วงในเรื่องนี้ โดยมองเห็นความจำเป็นของการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้น โดยในแง่ของการปฏิรูปกฏหมายกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมนั้น มีองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีกฏหมายรองรับที่จะทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว การตั้ง คอ.นธ.จึงอาจทำให้เกิดความซ้ำซ้อน อีกทั้งการตั้งด้วยระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรีเช่นนี้ ก็ต้องอธิบายให้ชัดเจนว่า สภาพปัญหาที่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการชุดนี้คืออะไร เพราะมีกลไกทางกฏหมายอยู่แล้วในการทำหน้าที่ จึงต้องอธิบายให้ชัดว่าคณะกรรมการชุดนี้จะทำอะไร
เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่า คณะกรรมการนี้อาจมาเพื่อตั้งธงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลกำลังดำเนินการได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเพราะอำนาจหน้าที่ที่เขียนไว้ก็ยังคลุมเครือ ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญรัฐบาลนี้ก็ออกมายอมรับว่า ขึ้นอยู่กับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)หรือสภาร่างที่จะผลักดันขึ้นมา ขณะนี้มีแต่ความไม่ชัดเจน รัฐบาลต้องชี้แจงเพราะระเบียบที่ออกมาเป็นมติของครม.โดยต้องอธิบายให้ชัดว่างานของชุดนี้ไม่ซ้ำซ้อนกับชุดอื่นอย่างไร และจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร
ส่วนการออกระเบียบจะขัดต่อกฏหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า คงไม่ขัดเพราะเป็นอำนาจในแง่การบริหารราชการแผ่นดิน เพียงแต่จะสร้างความสับสนและต้องดูว่าองค์กรที่มีกฏหมายรองรับอยู่และถ้ามีปัญหาขัดกัน จะแนวทางใดก็ตามคณะกรรมการชุดนี้จะมีทางออกอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า อำนาจของคณะกรรมการชุดนี้ ที่ระบุไว้ว่าสามารถเรียกเอกสารจากฝ่ายตุลาการหรือศาลขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความร่วมมือมากกว่า ตนไม่คิดว่าจะมีผลบังคับในแง่ที่จะเข้าไปก้าวก่ายถึงคนที่มีความเป็นอิสระ เพราะตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นฝายอื่นเขาจะมีอิสระหมด
เมื่อถามย้ำว่า นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา ออกมาระบุว่าการตั้งคณะกรรมการชุดนี้เป็นการปฏิวัติเงียบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าต้องดูการทำงานของคณะกรรมการ ถ้าเป็นการศึกษาเพื่อเสนอความคิด ก็ยังไม่มีผล ส่วนความคิดหากรัฐบาลนำเอาไปใช้ก็ต้องผ่านขั้นตอนการใช้อำนาจในทางอื่น เวลานี้ตนมองว่า ยังไม่มีความจำเป็นและรัฐบาลเองก็อธิบายไม่ชัดเจน และในภาวะที่รัฐบาลทำหลายเรื่องที่หลายคนห่วงว่าจะกระทบต่อหลักนิติรัฐหรือนิติธรรมจึงขอให้อธิบายให้ชัดว่า สิ่งที่คาดหวังจากกรรมการชุดนี้คืออะไร
รัฐบาลรุนแรงแก้ยาเสพติดซ้ำรอยยุคทักษิณ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่องค์การสหประชาชาติแสดงความเป็นห่วงนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลชุดปัจจุบันว่าจะซ้ำรอยกับยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า กรณีนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ยืนยันแล้วว่าจะไม่ใช้วิธีการนอกกฏหมาย หรือแม้แต่ พ.ต.ท.ทักษิณเองก็เคยให้สัมภาษณ์ยอมถึงความผิดพลาดในการดำเนินการและทำเกินเลยไป จึงเห็นว่าทุกคนควรเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในอดีต และฝ่ายนโยบายที่ต้องส่งสัญญาณให้ชัด เพราะครั้งที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นดูข้อเท็จจริงและพูดถึงการส่งสัญญาณของผู้นำรัฐบาลหลายครั้ง ส่วนกรณีการกำหนดกรอบเวลาและตัวเลขที่ระบุว่าจะกวาดล้างให้เสร็จสิ้นอย่างน้อยร้อยละ 80นั้น ก็ต้องส่งสัญญาณให้ผู้ปฏิบัติ และต้องติดตามต่อไป
ต่อข้อถามว่าความกังวลของต่างประเทศจะสะท้อนอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องหนึ่งที่รับรู้กัน ในต่างประเทศว่ามีปัญหาและเขาตั้งข้อสังเกตในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนดังนั้นรัฐบาลควรที่จะต้องระมัดระวังอย่าให้ซ้ำรอย
เมื่อถามว่า ในอดีตพอยูเอ็นออกมากล่าวเช่นนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ออกออกมากล่าวตอบโต้ว่า” ยูเอ็น ไม่ใช่พ่อ” เหตุนี้จะทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เห็นครั้งสุดท้ายที่ให้สัมภาษณ์ก็ยอมรับว่ามีความผิดพลาดจึงคิดว่ารัฐบาลนี้ควรที่จะรับบทเรียนนี้ไปด้วย



