
คะแนนนิยม'บารัค โอบามา'ยังสูงในยุโรป
ผลสำรวจล่าสุดคะแนนนิยม ของประธานาธิบดี บารัค โอบามา ยังสูงในยุโรป แต่ตกต่ำในบ้านตัวเอง
15 ก.ย.54 ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ ที่คะแนนนิยมตกต่ำอย่างหนักในบ้านของตัวเอง กลับได้รับความนิยมอย่างสูงในยุโรป พบว่า เขาได้รับคะแนนนิยมสูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ ใน 12ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ อียู ที่พอใจผลงานการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ของโลก
ผลสำรวจความนิยมข้ามทวีปที่มีชื่อว่า ทรานแอตแลนติก เทรนด์ส ที่จัดทำโดยเยอรมัน มาร์แชล ฟันด์ โดยสอบถามความเห็นของประชาชนประเทศละ 1,000 คน ใน 12 ชาติสมาชิกอียูกับตุรกี ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม ถึง 20 มิถุนายน ระบุว่า ประธานาธิบดีโอบามา ได้รับความนิยมมากกว่าอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ซึ่งด้รับคะแนนนิยมจากชาวยุโรปเพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ จาการสำรวจเมื่อปี 2551
นับจากปี 2552 ซึ่งประธานาธิบดีโอบามา ได้รับคะแนนนิยมในยุโรปสูงระหว่าง 80-90เปอร์เซ็นต์ พบว่า ความนิยมของเขาในสเปนลดลง 17 จุด , สโลวาเกีย 13 จุด , ฝรั่งเศสและอิตาลี 12 จุด แต่คะแนนนิยมของเขาในโปรตุเกสยังสูงถึง 82 เปอร์เซ็นต์ , เยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ 81 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อเฉลี่ยแล้วพบว่า ความพึงพอใจของชาวยุโรปที่มีต่อตัวเขาในเรื่องกิจการระหว่างประเทศ ยังอยู่ที่ตัวเลขเฉลี่ย 75 เปอร์เซ็นต์ ใน 12 ชาติสมาชิกอียูที่ถูกสำรวจ
ความสำเร็จของประธานาธิบดีโอบามา ในการกำจัดอุสมา บิน ลาเดน ผู้นำเครือข่ายก่อการร้าย อัล ไกดา ได้เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคะแนนนิยมของเขากลุ่มประเทศอียู โดยมีถึง 73 เปอร์เซ็นต์ ที่สนับสนุนความพยายามของเขาในต่อสู้กับการก่อการร้ายสากล แต่ในทางกลับกัน มีผู้สนับสนุนการรับมือกับปัญหาความขัดแย้งในลิเบียและอัฟกานิสถาน เพียงแค่ 51 เปอร์เซ็นต์
ฟิลิป กอร์ดอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศเพื่อกิจการยุโรปและยูเรเชีย กล่าวว่า ฝ่ายบริหารของประานาธิบดีโอบามา ได้รับกำลังใจอย่างล้นหลามจากคะแนนนิยมนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า กว่า 3 ปีที่ผ่านมาของการทำงาน ฝ่ายบริหารของรัฐบาลประธานาธิบดีโอบาม่า ได้รับการสนับสนุนด้านการดำเนินกิจการต่างประเทศอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งจากชาวยุโรป
แต่ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจล่าสุดในบ้านของตัวเอง ที่จัดทำโดยวอชิงตัน โพสต์ร่วมมกับ เอบีซี นิวส์ เมื่อช่วงต้นเดือน พบว่า มีชาวอเมริกันไม่พอใจผลงานของประธานาธิบดีโอบามา ถึง 53 เปอร์เซ็นต์ และ 77 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า อเมริกากำลังเดินไปผิดทาง ส่วนอีก 34 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจของเขากำลังทำให้เกิดอันตรายมากว่าผลดี
ส่วนการสำรวจอื่น ๆ ที่จัดทำโดยเยอรมัน มาร์แชล ฟันด์ พบว่า ชาวเติร์กยังคงต้องการให้ตุรกีเข้าเป็นสมาชิกอียู แต่เสียงสนับสนุนน้อยกว่าเมื่อปี 2547 ซึ่งตอนนั้น มีคนต้องการให้ให้ตุรกีเป็นสมาชิกอียูสูงถึง 73 เปอร์เซ็นต์ และพบว่า ชาวเติร์ก 62 เปอร์เซ็นต์ มีทรรศนะที่เป็นลบต่อสหรัฐ และมีคนที่พึงพอใจสหรัฐเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ชาวอเมริกันที่มีทรรศนะในทางบวกต่อตุรกีเพียงแค่ 42 เปอร์เซ็นต์



