
'สึนามิ ดอลลาร์'
"สึนามิ ดอลลาร์"...: กระจกเงา โดย อัศศิริ ธรรมโชติ
The Trillion Dollar Meltdown เป็นหนังสือเล่มล่าสุดที่ขุนทอง ลอเสรีวานิช แปลและเรียบเรียงออกมาในชื่อภาษาไทยว่า “วิกฤติซับไพร์ม ทลายโลกทุนนิยม”
หนังสือเล่มนี้เขียนโดย ชาร์ลส์ อาร์ มอร์รีส นักเขียนอดีตนักการธนาคารผู้คลุกคลีอยู่กับตลาดเงินอเมริกา กล่าวถึงวิกฤติซับไพร์มสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาที่ทลายลงครั้งใหญ่ เมื่อ 2-3 ปีก่อน จนเป็นเหตุให้สหรัฐอเมริกาต้องถูกลดเครดิตความน่าเชื่อถือลงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
ผู้เขียนอธิบายว่า วิกฤติซับไพร์มนั้น เกิดมาจากการตั้งบริษัทกึ่งรัฐวิสาหกิจขึ้น รับซื้อหนี้สินเชื่อธุรกิจเกี่ยวกับบ้าน ซึ่งเป็นความฝันของคนอเมริกัน แล้วนำมาดัดแปลงเป็นตราสารสินทรัพย์ขายต่อให้นักลงทุน เพื่อนำเงินมาปล่อยสินเชื่อรอบใหม่
ตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรืออสังหาริมทรัพย์ส่วนมากไม่มีความปลอดภัย มีความเสี่ยงสูงแต่ก็ให้ผลตอบแทนสูงด้วย มีด้วยกันหลายระดับนับเป็นร้อยชั้น และมีความสลับซับซ้อนที่ผู้เขียนเปรียบว่า คล้ายกับเกลียวสว่านที่หมุนวนขึ้นไปอย่างไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้ และมีลักษณะคล้ายกันกับแชร์ลูกโซ่ จึงต้องถึงจุดจบ
ธุรกิจบ้านสิ้นสุด มูลค่าหดหายและขายไม่ออก
นวัตกรรมทางการเงินที่ดูเหมือนกับการปฏิวัติโฉมหน้าของการลงทุนแห่งศตวรรษใหม่นี้ เกิดขึ้นจากนักคณิตศาสตร์ทางการเงินและเครื่องคอมพิวเตอร์ สร้างขึ้นด้วยการขยายตัวครั้งใหญ่ของตลาดอนุพันธ์ และนำสมการคณิตศาสตร์มาใช้กับการลงทุนในตราสารที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างสำคัญ
แต่แล้ววันหนึ่งก็ได้พบว่าแท้จริงแล้วมันเป็นเพียงการสร้างภาพมายาขึ้น โดยพยายามปกปิดจุดอ่อนที่เป็นอันตรายไว้
ชาร์ลส์ อาร์ มอร์รีส บอกว่าผู้ที่ต้องรับผิดชอบหายนะครั้งนี้จึงมีนับตั้งแต่ธนาคารกลางอเมริกา (เฟด) ธนาคารทั่วไปกับพวกวาณิชธนกิจ และกองทุน (เฮดจ์ฟันด์) ทั้งหลายลงมาจนถึงพวกนายหน้า ตัวแทน โบรกเกอร์ ที่ฉ้อฉล หลอกลวงและเห็นแก่ได้ และแม้แต่สถาบันการจัดอันดับอย่างมูดี้ส์ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องรับผิดชอบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารกลางอเมริกาที่มอร์รีส เห็นว่าการเอาแต่อัดฉีดสภาพคล่องนั้น ไม่ต่างไปจากการเป่าก๊าซฮีเลียมเข้าไปในลูกโป่ง ทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ของสินทรัพย์ นักค้าเงินแห่งวอลล์สตรีทตัวพอง แต่ในที่สุดแล้ว เงินดอลลาร์นับวันจะมีค่าลดลง
และที่น่ากังวล อาจจะเกิดการลดค่าของเงินดอลลาร์ครั้งใหญ่ ที่ผู้เขียนเรียกว่า “สึนามิ ดอลลาร์”
หนังสือกล่าวว่า อเมริกาทุกวันนี้ค้าขายขาดทุนก็เพราะมีรายจ่ายที่ต้องซื้อทั้งน้ำมัน รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าทั้งอุปโภคบริโภค ในขณะที่มีรายได้หลักดูเหมือนว่าเหลืออยู่จากธุรกิจการค้าเครื่องบินกับอวกาศเท่านั้น
อเมริกาปัจจุบันจึงคือลูกหนี้รายใหญ่ที่สุดของโลก พร้อมกับที่เงินดอลลาร์กลายเป็นเงินที่กำลังอ่อนแออย่างหนัก
ที่น่าเป็นห่วง ก็คือการกระจุกตัวของสินทรัพย์ที่เป็นเหมือนเงินสดเป็นดอลลาร์ ที่อยู่ในมือของรัฐบาลต่างชาติ ทั้งที่ถือโดยตรงและโดยทางอ้อม ยกตัวอย่างเช่น จีน ที่สะสมเงินดอลลาร์ไว้เป็นจำนวนมากเท่ากับชาติเอเชียอื่นๆ รวมกัน
ดังนั้น ถ้าหากจีนถูกบีบให้ต้องขายดอลลาร์วันใดน้ำก็จะท่วมโลก นั่นคือจะเกิดสึนามิของเงินดอลลาร์ขึ้นทั่วโลก ดังที่กล่าว ซึ่งจะนำไปสู่การลดค่าของเงินดอลลาร์ครั้งใหญ่ อันเป็นการยากที่จะจินตนาการถึงผลเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับสหรัฐอเมริกา
ได้อ่านแล้วต้องขอบคุณคุณขุนทองครับ โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลมีมือดีจากตลาดหุ้นเข้ามาบริหารเศรษฐกิจของประเทศพอดี



