
10 ปีของ 9/11
10 ปีของ 9/11 : ประชาธิปไตยที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ [email protected]
ความจริงเรื่องนี้น่าจะพูดตั้งแต่วันอังคาร แต่มีเรื่องอื่นที่ต้องพูดก่อน ก็เลยเก็บเรื่องนี้ไว้มานำเสนอในวันนี้แทน
นั่นก็คือเรื่องของการครบรอบ 10 ปีของเหตุการณ์ที่เรียกว่า 9-11 หรือที่เรียกว่าเหตุการณ์การก่อการร้ายและการก่อวินาศกรรมในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 11 เดือนกันยายน เมื่อปี 2001
ผมเองตอนนั้นก็อยู่ในอเมริกาพอดี ยังจำได้ถึงบรรยากาศของเหตุการณ์นวันนี้ได้ดี
และยังจำได้ถึงชีวิตที่เปลี่ยนไปจากวันนั้น โดยเฉพาะจากประเทศที่เป็นประเทศที่สามารถสัมผัสได้ถึงเสรีภาพ โดยเฉพาะที่สำคัญคือเสรีภาพในการสื่อสารและเคลื่อนที่ มาสู่ประเทศที่เกิดกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และเกิดเรื่องราวของการจำกัดเสรีภาพในด้านการเคลื่อนที่ และการถูกตรวจสอบในกระบวนการสื่อสารมากขึ้น
ถามว่าปีนี้มีอะไรพิเศษ? คำตอบก็คงไม่ใช่แค่เพราะเวลาครบสิบปี แต่คงจะเป็นเรื่องของการที่บิน ลาเดน ผู้นำขบวนการก่อการร้าย ถูกจับและประหารชีวิตไปแล้ว
คำถามก็คือ โลกนี้มีความมั่นคงขึ้นไหม? การก่อการร้ายลดลงไหม?
ถ้าตอบแบบเอาบิน ลาเดนเป็นหมุดหมาย เราก็คงตอบว่าการก่อการร้ายย่อมต้องลดลง แต่ถ้าพูดถึงในอีกด้านหนึ่ง โลกนี้เปลี่ยนไปมากมายเมื่อเทียบกับสิบปีก่อน
นอกเหนือจากความหวาดกลัวที่มีมากขึ้น เรายังพบว่าสหรัฐได้เอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวพันกับชุดของสงครามที่นักวิจารณ์เรียกว่า "สงครามเล็กๆ ที่มีราคาแพง" ซึ่งทำให้เสียทั้งชีวิตและเงินทองจนอาจจะล้มละลายได้
เรียกแบบบ้านๆ คงจะเรียกว่า "หวังน้ำ (มัน) บ่อหน้า" ตลอดเวลานั่นแหละครับ
การสงครามที่ยืดเยื้อในนามของการก่อการร้ายนี้เองที่ทำให้สวัสดิการต่างๆ ในอเมริกานั้นต้องถูกทำให้น้อยลง และทำให้การบริหารงานที่เน้นเรื่องดังกล่าวถูกสกัดขัดขวางมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้ความหวังที่จะทำให้เกิด "ความเปลี่ยนแปลง" ในการเมืองของสหรัฐนั้นเป็นไปได้ยาก
ภาพเหล่านี้ไม่สามารถถูกแสดงออกมาได้อย่างชัดเจนในข่าวต่างๆ เราจะเห็นแต่ภาพเก่าๆ ของการที่เครื่องบินชนตึก เราจะเห็นภาพสวยๆ (เศร้าๆ) ของพื้นที่ประสบภัย และเห็นภาพอันงามสง่าของบรรดาประธานาธิบดีแต่ละท่านของสหรัฐอเมริกาในงานที่ระลึกครบรอบ 10 ปี
นอกเหนือจากที่กล่าวมา ความเปลี่ยนแปลงที่เราพบก็คือทัศนคติ ท่าที และนโยบายที่เปลี่ยนไปของโลกตะวันตกทั้งหมดที่มีต่อประเทศอิสลาม และการพยายามส่งออกประชาธิปไตยออกไปในนามของการรุกรานอย่างไม่สม่ำเสมอในแต่ละประเทศ เช่นความล่าช้าในการแทรกแซงซีเรีย และการไม่พูดอะไรเกี่ยวกับซาอุดีอาระเบีย แต่กลับมีบทบาทที่ชัดเจนกับลิเบีย อียิปต์ เป็นต้น
ในเรื่องสุดท้าย สิ่งที่เราต้องพูดก็คือความเชื่อมโยงในเชิงวิธีคิดและปฏิบัติการจริงในเรื่องของการต่อต้านการก่อการร้ายในประเทศเรา ไม่ว่าจะเรื่องคุกลับ ไม่ว่าจะเรื่องของปฏิบัติการจริงและมุมมองที่มีต่อปัญหาภาคใต้ ซึ่งรวมทั้งท่าทีและการสนับสนุนในเรื่องดังกล่าวจากสหรัฐอเมริกา
รวมทั้งความเข้าใจของเราที่มีต่อวิธีคิดและความเข้าใจที่มีต่อเรื่องของการก่อการร้ายในประเทศ ในนามของการอ้างอิงเรื่องของความมั่นคงภายใน และการโจมตีกล่าวหาว่าการกระทำทางการเมืองที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลนั้นเป็นการก่อการร้าย รวมทั้งความพยายามในการสร้างกระทรวงใหม่เพื่อดูแลด้านความมั่นคงที่กินความครอบจักรวาลไปเสียทุกเรื่อง
เรื่องเหล่านี้ถ้าเราได้ศึกษาเงื่อนไขและข้อถกเถียงในเรื่องการก่อการร้ายและความมั่นคงในอเมริกาอย่างจริงจัง เราคงจะได้บทเรียนอีกจำนวนมหาศาลเช่นกัน ที่มากไปกว่าเรื่องของข่าวที่ระลึกเหตุการณ์ที่ถูกลดทอนออกมาเป็นภาพข่าวและสุนทรพจน์ของท่านผู้นำเท่านั้น



