กกน.รัดคอทารกวงจรปิดทำจนมุม
โหด...กกน.รัดคอทารกวงจรปิด ทำจนมุม : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ
��������� �"ทารกน้อย" โผล่พ้นครรภ์มารดายังไม่ครบกำหนดดี แต่กลับถูกขยี้จนสิ้นลมหายใจจากสองมือของผู้ให้กำเนิด...ภาระซากชีวิตน้อยๆ ถูกเก็บงำซ่อนเร้นอำพรางอยู่ข้ามวัน ก่อนถูกเหวี่ยงลงถังขยะหน้าประตูทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณจุดรับส่งผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 5 ก่อนออกเดินทางสู่ชีวิตใหม่!!
������������แต่เวรกรรมเหมือนติดจรวด...ช่วงเที่ยงวันที่ 11 กันยายน มีผู้พบศพทารกหญิงตัวน้อย เนื้อตัวเริ่มเขียวคล้ำ คราบเลือดยังเกรอะกรังตามเนื้อตัว สายรกฉีกขาดรุ่งริ่ง ลำคอเล็กๆ ถูกมัดแน่นด้วยกางเกงใน "จีสตริง" สีดำ ห่อทับ 2 ชั้นด้วยเสื้อยืดสีฟ้าไซส์แอล และเสื้อยืดสีดำไซส์เอ็กซ์แอล รวมทั้งผ้าขนหนูสีชมพูอ่อน และผ้าอนามัยเปื้อนเลือด ยัดอยู่ในถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดใหญ่
������������กล้องวงจรปิดทั้งหมดที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ พ.ต.ท.สมชาย ทิวงษา สว.สส.สน.สุวรรณภูมิ พร้อมชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ช่วยกันตรวจหาภาพหญิงสาวต้องสงสัย แต่พบเพียงภาพกลุ่มผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจับกลุ่มสูบบุหรี่ในบริเวณที่อนุญาตให้สูบบุหรี่� �
������������แต่ความหวังยังไม่ริบหรี่...เมื่อผู้บริหารท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ จัดเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในการดูภาพจากกล้องวงจรปิดมาช่วยตรวจสอบ จนกระทั่งพบเห็นเค้าลางผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง กำลังทิ้งถุงใบใหญ่ลงในถังขยะแล้วเดินเข้าไปภายในท่าอากาศยานทางประตู 5
������������เมื่อนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาปะติดปะต่อลำดับเรื่องราว...ผู้หญิงต้องสงสัยมีลักษณะคล้ายวัยรุ่นแบกสะพายเป้อยู่ด้านหลัง เดินคู่มากับผู้ชายต่างชาติ 2 คน เข้ามาบริเวณเคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส แล้วเดินไปยังช่องตรวจอาวุธ แต่จังหวะที่กำลังเข้าช่องตรวจเธอทำท่าเหมือนจะหกล้มจนต้องมีคนมาช่วยพยุง ระหว่างเดินไปที่ประตูทางเข้าห้องพักผู้โดยสารภายในประเทศก็ทรุดลงนั่งกับพื้นและถูกประคองไปนั่งเก้าอี้ และภาพสุดท้ายที่บันทึกได้ เห็นเธอเอามือขวากุมท้องก่อนจะผ่านประตูทางเชื่อมเพื่อเข้าไปในเครื่องบิน
������������จนมั่นใจว่า ผู้หญิงที่ปรากฏอยู่ในกล้องวงจรปิดอาจเป็นผู้ต้องสงสัย จึงประสานขอความร่วมมือไปยังสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เพื่อตรวจสอบผู้โดยสารในเที่ยวบิน พีจี 131 ลงปลายทางที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จนทราบชื่อว่า น.ส.นวลศิริ สำราญใจ เดินทางมากับชายชาวต่างชาติ 2 คน โดยทั้ง 3 คนเดินทางมาจากเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้เลื่อนการเดินทางเพราะตกเที่ยวบินรอบแรก
������������"นวลศิริ สำราญใจ" ถูกกรอกชื่อสืบค้นประวัติจนทราบว่า "นวลศิริ" อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 5 ต.บึง อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ เมื่อนำรูปถ่ายจากทะเบียนราษฎรมาเทียบเคียงภาพจากกล้องวงจรปิด พนักงานสอบสวนได้เสนอต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ พิจารณาการสืบสวนสอบสวนเพื่อขออนุมัติหมายจับที่ 623/2554 ในข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ
�������������หลังศาลอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.สมชายประสานงานไปยัง พ.ต.ท.วันชนะ บวรบุญ สวญ.ด่าน ตม.จ.สุราษฎร์ธานี และ พ.ต.ต.พอพล อุทัยงาม สว.ด่าน ตม.จ.สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัย ก่อนที่ พ.ต.ท.สมชาย พร้อมชุดสืบสวนของ สภ.สุวรรณภูมิ จะติดตามไปสมทบ
������������จนทราบเบาะแสว่าผู้ต้องสงสัยอยู่ที่ร้านคอฟฟี่ไอส์แลนด์ บริเวณชายหาดริ้น อ.เกาะพงัน ช่วงสายวันที่ 13 กันยายน ชุดสืบสวนสนธิกำลังเข้าตรวจสอบ พบ น.ส.นวลศิริ พร้อมชายชาวต่างชาติทั้ง 2 คน
������������น.ส.นวลศิริ ยอมรับด้วยสีหน้าสลดว่า เป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับ และเป็นบุคคลเดียวกันกับภาพจากกล้องวิดีโอวงจรปิดที่บันทึกภาพพฤติกรรมทั้งหมดได้ แล้วยอมรับว่าเป็นผู้ทิ้งศพทารกที่เป็นลูกสาวของตัวเอง!!
������������"ฉันเลิกกับแฟนเก่าเป็นคนอังกฤษ ก็ตั้งท้องเรื่อยมา จนมาพบกับแฟนใหม่ เป็นชาวอังกฤษเหมือนกัน ไม่อยากให้เขารู้ว่าท้อง จนเมื่อวันที่ 10 กันยายน ขณะที่พักอยู่ในโรงแรม เกิดปวดท้อง พอเข้าห้องน้ำเด็กก็หลุดออกมา จึงใช้เล็บจิกที่รกแล้วใช้มือดึงจนขาด ก่อนเอากางเกงในมารัดไม่ให้เด็กร้อง แล้วนำเด็กไปใส่ในตู้เสื้อผ้า ใช้ผ้าขนหนูทับอีกชั้นหนึ่ง ก่อนใส่ถุงพลาสติกซ่อนไว้ พอออกจากโรงแรมก็แอบหยิบใส่กระเป๋าเป้มาด้วย แล้วนั่งแท็กซี่มาจากพัทยามาที่สนามบิน พอลงจากแท็กซี่บอกแฟนว่าจะเอาขยะไปทิ้งให้รอด้านใน แล้วก็กลับมาทำตัวปกติ ระหว่างนั้นก็มีอาการปวดท้องบ้างแต่ไม่รุนแรง"
������������และนั่นคือคำให้การของ น.ส.นวลศิริ อ้างถึงความจำเป็นที่ต้องฆ่าลูกในไส้ของตัวเอง เพื่อหวังเริ่มต้นชีวิตใหม่?!!
�



