ข่าว

กฐิน, ผ้าป่า กับน้ำตาชาวบ้าน

กฐิน, ผ้าป่า กับน้ำตาชาวบ้าน

15 ก.ย. 2554

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : กฐิน, ผ้าป่า กับน้ำตาชาวบ้าน แฝงผลประโยชน์มากกว่าช่วยเหลือ โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

         ใกล้ถึงเวลาออกพรรษคราใดบรรดาซองผ้าป่าและซองกฐิน ดูจะเป็นของแสลงยอกอกของคนไทยนับถือพุทธจำนวนไม่น้อย คนที่มีเพื่อนฝูงรู้จักมากมายหรือต้องติดต่อค้าขายกับคนจำนวนมาก มักจะอิ่มบุญกับซองกฐินและซองผ้าป่าที่ถูกยื่นมาให้ตรงหน้า บางคนถูกขอชื่อไปใส่เป็นประธานบ้างรองประธานบ้างในกฐินและผ้าป่าแต่ละกอง

         เมื่อถึงเวลาที่จะต้องนำกองผ้าป่าหรือกฐินไปทอดยังวัดที่กำหนด ก็มีการรวบรวมผู้คนที่ต้องการไปประกอบการบุญร่วมกันเดินทางไปยังวัดเป้าหมาย   ส่วนใหญ่ก็จัดการเดินทางร่วมกันโดยใช้วิธีการจ้างเหมารถบัสขนาดใหญ่ ในขณะที่ทางวัดเป้าหมายก็ระดมผู้คนในชุมชนหรือหมู่บ้านเตรียมตัวต้อนรับ

         บ้างก็ปัดกวาดศาลาวัดและห้องเรียนในโรงเรียนวัด เพื่อให้เป็นที่พักของคณะแสวงบุญประจำกองผ้าป่าหรือคณะกฐิน อาหารการกินก็ล้มหมูล้มวัวจัดเตรียมลาบคั่ว, ต้มยำทำแกงเอาไว้ไม่ให้เสียหน้า ไหนยังจะต้องจัดหามหรสพมาสมโภชรับกองผ้าป่ากองกฐิน พรั่งพร้อมทั้งลิเก, ลำตัด, หนังกลางแปลง หรือแม้แต่หมอลำ

         คณะจาริกแสวงบุญ มาถึงก็จัดแจงอาบน้ำอาบท่ากินข้าวกินปลาที่ชาวบ้านจัดเตรียมไว้ หลายคณะถึงขั้นฉลองบุญด้วยเหล้าขาวเหล้าแดงตามกำลังศรัทธา ก่อนจะเร่งแสวงหากำไรบุญจากน้ำเต้า ปู ปลา, ไฮโล และป๊อกเด้งตามถนัด โดยมิได้ไยดีว่าสถานที่นั้นคือวัดที่ควรสำรวมอย่างสูงยิ่ง

         ตื่นเช้ามาด้วยอาการที่ยังไม่สร่างบุญจากผลงานของคืนที่ผ่านมา คณะศรัทธาก็ตักบาตรถวายภัตตาหารเช้าที่ชาวบ้านเตรียมไว้ให้แด่พระภิกษุสามเณรทั้งหลาย เสร็จสิ้นจากการยถาสัพพีอวยชัยให้พรกันแล้ว มัคนายกวัดทั้งหลายก็งกๆ เงิ่นๆ หมอบคลานเข้ามาหาคณะศรัทธาเพื่อนับเงินที่คณะศรัทธาสู้อุตส่าห์นำพามาให้จากเมืองกรุง  

         ปรากฏว่าจำนวนเงินของผ้าป่ากฐินที่เปิดออกมาจากซองมีไม่เกินสามหมื่นบาท หักลบกลบเหลือกับต้นทุนค่าอาหารและมหรสพทั้งหลายที่ลงทุนไปสามแสน สิริรวมทั้งหมดทางวัดและคณะมัคนายกขาดทุนไปสองแสนบาทเศษ คณะศรัทธาจากเมืองกรุงก็กลับไปพร้อมกับความสนุกสนานและบุญที่รับไปจนหน้าบาน หลวงพ่อเจ้าอาวาสกับชาวบ้านก็หาทางกู้ ธ.ก.ส.มาใช้หนี้งานบุญหรือกองขี้ที่ถูกทิ้งไว้ต่อไป

         กรณีดังกล่าวมานี้ก็ไม่ต่างไปจากการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติทั้งหลาย ซึ่งคนเมืองกรุงมักจะชื่นชมกับภาพของความช่วยเหลือ ที่มีผู้คนนำข้าวของไปมอบกับคนต่างจังหวัดที่ประสบภัยในรูปแบบต่างๆ ภาพของการลงไม้ลงมือร่วมแรงร่วมใจกลายเป็นภาพที่พบเห็นในทุกภัยที่เกิดขึ้น แต่คนที่อยู่นอกเหตุการณ์กับคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างมีมุมมองและประสบการณ์กับภาพดังกล่าวต่างกันออกไป

         ปัจจุบันมีขบวนการไม่น้อยทั้งนักการเมืองหาเสียง ทั้งคนทั่วไปที่ขนของใส่ท้ายรถกระบะสี่ซ้าห้าคัน ประสานงานไปยังผู้ใหญ่บ้าน, กำนัน หรือคณะ อบต. หมู่บ้านหรือตำบลที่ถูกน้ำท่วมขัง ถึงวันกำหนดนัดก็ยกขบวนไปพร้อมกับถ่ายรูปหน้าป้ายไวนิลที่สกรีนสวยงาม มีการรับมอบสิ่งของอันประกอบไปด้วยน้ำดื่มสักสิบโหลกับลูกฟุตบอลห้าลูก, ไม้แบดมินตันสิบอัน มอบให้ประชาชนที่ถูกน้ำท่วม

         คณะผู้บริจาคหน้าบานกลับบ้านพร้อมรูปถ่ายที่จะนำไปแสดงผลงานขอรับบริจาคต่อไป ส่วนกำนัน, ผู้ใหญ่บ้านและ อบต.ในพื้นที่ ต้องเช็ดขี้ที่ทิ้งคาเอาไว้ เพราะชาวบ้านที่เดือดร้อนนับพันคนรู้ข่าวว่ามีคณะมาบริจาคของ พอได้รับของไม่ครบก็ก่นด่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หาว่าอมของหรือแจกแต่พรรคพวก

         ผู้บริจาคบางคณะพอได้รู้ข่าวการแจกของให้ชาวบ้านไม่ครบถ้วน ก็แสดงอำนาจบาตรใหญ่ด่ากราดเจ้าหน้าที่ ซึ่งอยู่ในสถานะ “เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ” เดือดร้อนกันไปทั้งตำบล จนแทบไม่อยากให้มีคณะศรัทธาผู้ใจบุญมาบริจาคในพื้นที่กันอีกต่อไป เรื่องอย่างนี้ถือว่าเป็น “บีไฮด์ เดอะ ซีน หรือเบื้องหลังการถ่ายทำ” 

         ที่เป็นเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตา ของคนที่จมอยู่กับความทุกข์ของตนเองเกือบทั้งประเทศครับ