ข่าว

แม่ร้องกองปราบลูกสาวหายตัวพร้อมรถหรู

แม่ร้องกองปราบลูกสาวหายตัวพร้อมรถหรู

14 ก.ย. 2554

สาวใหญ่โร่แจ้งกองปราบ หลังลูกสาวหายตัวลึกลับ พร้อมรถเบนซ์ป้ายแดง นานร่วม 2 เดือน หวั่นถูกอุ้มฆ่า วอนช่วยตามหา

          14 ก.ย.54 นางพรนภา นิลพาย อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 407/3 ถนน รณชัยชาญยุทธ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด และ น.ส.ขนิษฐา แต้มพรมรินทร์ อายุ 18 ปี มารดาและน้องสาวของ น.ส.ปรัชฎา แต้มพรมรินทร์ หรือ กุ๊กไก่ อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปี 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง

          เข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.1 บก.ป. และ พ.ต.ท.คณพัฒน์ พาหุมันโต สว.กก.1 บก.ป. เพื่อขอให้ช่วยสืบสวนติดตามตัว น.ส.ปรัชฎา หลังจากขับรถเบนซ์ รุ่น อี 200 สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ฎษ 9119 กทม.หายตัวไปอย่างลึกลับจากห้องพักในคอนโดมิเนียมหรูตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ จึงเกรงว่าจะตกอยู่ในอันตรายถึงแก่ชีวิต

          น.ส.ขนิษฐา เปิดเผยว่า พี่สาวใกล้สำเร็จการศึกษาแล้ว ปกติจะพักอาศัยอยู่เพียงลำพังที่ห้องพักเลขที่ 611 อาคารเอช ดิไอริส คอนโดมิเนียม ย่านศรีนครินทร์ แต่จะติดต่อกับตนอยู่เป็นประจำ เมื่อ 2-3 ปีก่อน ทราบว่าพี่สาวคบหากับเสี่ยมีอายุคนหนึ่ง ซึ่งทำอาชีพรับเหมาถมดิน ช่วงที่ทั้งสองคบหากันก็เคยพามาให้ตนรู้จัก และกินข้าวด้วยกันอยู่ 2-3 ครั้ง ตนทราบว่าที่ห้องพักและรถเบนซ์ป้ายแดงนั้น เสี่ยคนดังกล่าวเป็นคนจ่ายเงินให้

          น.ส.ขนิษฐา กล่าวต่อว่า ระหว่างที่ทั้งสองคบหากันนั้นเคยมีปากเสียงกันบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งพี่สาวเคยบอกไว้ว่าหากติดต่อไม่ได้ภายใน 3 วันให้ไปหาที่คอนโดฯ และที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไร กระทั่งเมื่อวันที่ 19 ส.ค.พี่สาวได้โทรศัพท์มาหา บอกว่าจะออกไปกินข้าวกับเสี่ยคนนี้ แต่เมื่อผ่านไปหลายชั่วโมงตนได้โทรกลับไปหาเพื่อถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง และเดินทางกลับถึงที่พักแล้วหรือยัง ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อพี่สาวได้ เนื่องจากมีการปิดโทรศัพท์ หลังติดต่ออยู่หลายครั้งก็ยังติดต่อไม่ได้ ตนจึงตัดสินใจเดินทางไปหาที่ห้องพักคอนโดฯก็พบว่าห้องล็อค เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำคอนโดฯ ทราบว่าพี่สาวไม่ได้กลับเข้าห้องพักมาเป็นเวลา 3 วันแล้วตนจึงรีบบอกน้าสาว

          น.ส.ขนิษฐา กล่าวอีกว่า หลังติดต่อพี่สาวไม่ได้จึงตัดสินใจโทรหาเสี่ยคนนี้เพื่อสอบถามหาตัวพี่สาว แต่เสี่ยคนนี้บอกว่าไม่ทราบ และไม่ได้พบกัน เมื่อผ่านไปหลายวันแล้วก็ยังติดต่อพี่สาวไม่ได้ จึงพากันไปแจ้งความไว้ที่ สน.ประเวศ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่เป็นการแจ้งความคนหายเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อเสี่ยคนดังกล่าวมาให้ข้อมูล เนื่องจากเป็นพี่สาวบอกว่าไปกินข้าวกับเสี่ยคนนี้ แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือ โดยเสี่ยคนนี้อ้างว่าไม่สบาย และติดธุระส่วนตัว

          น้องสาว น.ส.ปรัชฎา กล่าวด้วยว่า ช่วงนั้นตนสงสัยพฤติกรรมของเสี่ยคนนี้ เนื่องจากที่ติดต่อกันก็ไม่เคยถามถึงพี่สาวเลย ทั้งๆที่หายตัวไปหลายวัน มีแต่โทรมาถามถึงความคืบหน้าของคดีที่แจ้งความไว้ที่ สน.ประเวศ รวมทั้งยังทวงเงินค่ารถเบนซ์ที่ช่วยออกเงินไปส่วนหนึ่งและลงชื่อค้ำประกันไว้

          นอกจากนี้ ยังโทรมาหาตนแล้วพูดด้วยว่า ได้ไปดูดวงมาแล้วหมอดูบอกว่าพี่สาวตนเสียชีวิตไปแล้ว โดยถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์เอารถเบนซ์ไป ขอให้ทำใจ จากพฤติกรรมดังกล่าวที่ไม่สนใจพี่สาว ไม่ไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบกับที่พี่สาวเคยเล่าให้ฟังว่าเสี่ยคนนี้เคยต้องคดีฆ่าแฟนสาวตัวเองติดตัวอยู่ และมีการวิ่งเต้นคดีด้วย จึงเชื่อว่าเสี่ยคนนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของพี่สาว

          ด้าน นางพรนภา กล่าวว่า มีลูกสาว 2 คน น.ส.ปรัชฎา เป็นลูกสาวคนโต ตนทราบเพียงว่าคบหากับเสี่ยคนนี้ แต่ไม่ได้ขัดขวาง และลูกสาวก็ไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งรุนแรงกับใครจนถึงขั้นต้องเป็นอันตราย หรือเป็นเหตุให้หายตัวไปแบบนี้ อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเรื่องกับลูกสาวตนก็ได้พบกับเสี่ยคนนี้ครั้งหนึ่ง แต่เมื่อพบกันเขาก็พูดแต่เรื่องรถเบนซ์ ไม่ได้พูดถึงลูกสาวตนแม้แต่คำเดียว ซึ่งตนไม่มีอะไรจะพูดกับเขาเช่นกัน ส่วนลูกสาวตนนั้นจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ทราบชะตากรรมว่าเป็นอย่างไร จึงเดินทางมาร้องทุกข์กับกองปราบปรามให้ช่วยสืบสวนติดตามอีกทางหนึ่ง

          พ.ต.ท.คณพัฒน์ กล่าวว่า หลังรับเรื่องร้องทุกข์ดังกล่าวแล้ว พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ปิยะ ได้สั่งการให้ตนพร้อมชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. เข้าทำการสืบหาเบาะแส ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติเสี่ยคนนี้พบว่าเคยมีประวัติก่อคดีฆ่า น.ส.พรชิตา พรหมนอก อายุ 25 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานสาวของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เหตุเกิดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 แต่คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวน และอัยการสั่งไม่ฟ้องทำให้คดียุติไปแล้ว

          นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 489/2552 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2552 ข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน หลังจากแจ้งความว่าโฉนดที่ดินแปลงหนึ่งหายไป แต่จริงๆแล้วกลับนำไปใช้กู้ยืมเงินจากผู้เสียหายรายหนึ่ง ซึ่งในคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมเสี่ยคนนี้เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ดำเนินคดี

          สว.กก.1 บก.ป. กล่าวต่อว่า ส่วนในกรณีที่มีการแจ้งความคนหายไว้ และมีเสี่ยคนนี้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยนั้น ทางชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.ได้ประสานไปยังชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 เข้าตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องสงสัยรายนี้ ซึ่งอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา แล้วแต่ยังไม่พบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ได้นำรถยนต์ส่วนตัวของผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ รถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีบรอนซ์เงิน ส่งไปให้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์แล้วซึ่งจะทราบผลภายในหนึ่งสัปดาห์

          อย่างไรก็ตาม แนวทางสืบสวนของชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.พบเบาะแสล่าสุดของ น.ส.ปรัชฎา ก่อนหายตัวว่าได้ขับรถเบนซ์ไปในพื้นที่ใกล้กับศูนย์ราชการเมืองฉะเชิงเทรา ในช่วงเวลาประมาณ 21.00-23.00 น.ของวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา หากผู้ใดที่ในบริเวณดังกล่าวพบเห็นขอให้แจ้งข้อมูลที่ กก.1 บก.ป.