
นปช.นัดชุมนุมใหญ่5ปีรัฐประหาร
นปช.เตรียมชุมนุมครบรอบ 5 ปีรัฐประหาร 18 ก.ย. นี้ ศาลอนุญาต วีระ-ณัฐวุฒิ-เจ๋ง-ก่อแก้ว-ขวัญชัย แกนนำ นปช. จำเลยคดีก่อการร้ายไปเขมร 15-19 ก.ย.นี้ เตะฟุตบอลกระชับมิตร
วันที่ 14 ก.ย. 2554 นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานนปช. นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ รักษาการโฆษกนปช. พร้อมแกนนำร่วมกันแถลงข่าว โดยนางธิดา กล่าวถึงการจัดการชุมนุมเพื่อระลึก 5 ปีรัฐประหาร ในวันที่ 18 ก.ย. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประธิปไตย โดยใช้ชื่อว่า “การก่อเหตุรัฐประหาร นำมาสู่ความสูญเสียของประเทศอย่างไร” ว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อแสดงให้โลกรู้ว่าการรัฐประหารที่มีขึ้น เป็นการทำลายเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอยากให้ประชาชน ให้เดินทางมาร่วมการชุมนุมครั้งนี้ให้มากที่สุด เพื่อแสดงให้เห็นว่า คนไทยไม่เอารัฐประหารอีกแล้ว
ส่วนเนื้อหาในการปราศรัย จะพูดถึงประเด็นในการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ได้มาจากการยึดอำนาจ และจะขอร้องให้รัฐบาลตรวจสอบความรอบคอบของฎีกาที่กลุ่มนปช.ร่วมลงชื่อ 3 ล้านรายชื่อ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องของประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความร่วมมือปล่อยคนเสื้อแดง อีก 40 คนที่ถูกคุมขังอยู่ทั่วประเทศในขณะนี้ด้วย เพื่อทำให้เกิดความเป็นธรรม
ศาลให้“วีระ-ณัฐวุฒิ-เจ๋ง"ไปเขมร
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ผู้ช่วยเลขานุการัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 , ที่ 3 และที่ 7 ร่วมกันก่อการร้าย เดินทางมายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในระหว่างการพิจารณาคดี
โดยคำร้องสรุปว่า เนื่องจากคดีก่อการร้ายศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวพวกจำเลยในระหว่างการพิจารณา แต่ได้กำหนดเงื่อนไขห้ามพวกจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ซึ่งพวกจำเลยปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด โดยขณะนี้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆและคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 2 คดีนี้ จะเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชา และเข้าพบนายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ โดยจัดให้มีการแข่งขันฟุตบอลกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มคนเสื้อแดง กับรัฐบาลกัมพูชา ณ กรุงพนมเปญ
ประกอบกับจะได้หารือ ขอความช่วยเหลือคดีนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ที่ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำประเทศกัมพูชาด้วย ซึ่งพวกจำเลยมีภารกิจทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานเตรียมความพร้อม โดยงานกำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 23 ก.ย. - 25 ก.ย.นี้ จึงจะขออนุญาตเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 15 ก.ย. - 19 ก.ย. โดยพวกจำเลยขอวางเงินสดคนละ 600,000 บาทเพื่อเป็นหลักประกัน และเพื่อความสะดวกรวดเร็วจำเลยขอรับหนังสือแจ้งคำสั่งศาลไปสั่งส่งให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกองหนังสือเดินทางกระทรวงการต่างประเทศด้วยตนเอง
ขณะที่ศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้นายวีระกานต์ นายณัฐวุฒิ และนาย ยศวริศ จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 และที่ 7 เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปยังประเทศกัมพูชาได้ตามวัน - เวลาที่ร้องขอ โดยจำเลยทั้ง 3 คน วางเป็นเงินสด เป็นหลักประกันต่อศาลคนละ 600,000 บาท และให้จำเลยทั้ง 3 คนกลับมารายงานตัวภายในวันที่ 26 ก.ย.นี้ และให้ส่งคำสั่งศาลแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบ
ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความรับผิดชอบคดีแกนนำ นปช. กล่าวว่า สำหรับ น.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 4 คดีก่อการร้ายนั้น ไม่พร้อมจึงยังไม่ได้ยื่นคำร้อง โดยคาดว่าจะยื่นคำร้อง ในวันที่ 15 ก.ย. อย่างไรก็ดีเมื่อใกล้ถึงกำหนดวันแข่งขันฟุตบอล ก็จะต้องมายื่นคำร้องใหม่อีกครั้ง
“การเดินทางไปกัมพูชาของพวกจำเลยในครั้งนี้ เป็นการทำหน้าที่ตามคำสั่งรัฐบาลในการประสานงานจัดแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร เพื่อเชื่อสัมพันธ์ไมตรีระหว่างสองประเทศ รวมทั้งประสานงานในการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกคุมขังในเรือนจำกัมพูชา ไม่ได้มีวาระเพื่อพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่อย่างใด ” นายวิญญัติ กล่าว
ขณะที่นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเดินทางไปประสานงานล่วงหน้า เนื่องจากภายหลังจากมีแนวคิดจัดแข่งฟุตบอลนัดกระชับมิตร ทำให้หลายฝ่ายให้ความสนใจจนการเตรียมงานเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตนจึงต้องเดินทางไปประสานงานล่วงงานเป็นไปอย่างราบรื่น
“ หน้าที่หลักของเราคือการทำเรื่องมวลชนสัมพันธ์ ถ้าประชาชนทั้ง 2 ประเทศ มีความเข้าใจอันดีต่อกัน ผลประโยชน์โดยรวมก็จะเกิดขึ้นกับทั้งสองประเทศไทย ซึ่งแนวคิดการจัดแข่งฟุตบอลไม่ได้หยุดแค่ประเทศกัมพูชาเท่านั้น แต่อาจจะขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ รวมถึงรัฐบาลอาจมีแนวคิดในการพัฒนาประเทศร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากร และการลงทุนกับภาคเอกชน ซึ่งเป็นเรื่องดีและทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน ” นายณัฐวุฒิ กล่าว
ศาลอนุญาต“ก่อแก้ว-ขวัญชัย”เช่นกัน
ต่อมาช่วงเย็นนายวิญญัติได้ยื่นคำร้องขออนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำ นปช. จำเลยที่ 5 และ 6 คดีร่วมกันก่อการร้าย เพื่อเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในระหว่างการพิจารณาคดี กรณีที่จะเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 15 - 19 ก.ย.นี้ หน้าที่เป็นผู้ประสานงานเตรียมความพร้อม การจัดงานแข่งขันฟุตบอลกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มคนเสื้อแดง กับรัฐบาลกัมพูชา ณ กรุงพนมเปญ ระหว่างวันที่ 23 - 25 ก.ย.นี้
โดยศาลพิจารคำร้องแล้ว อนุญาตให้นายก่อแก้ว และนายขวัญชัย จำเลยที่ 5-6 เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปยังประเทศกัมพูชาได้ตามวัน - เวลาที่ร้องขอ โดยจำเลยทั้งสองวางเป็นเงินสด เป็นหลักประกันต่อศาลคนละ 600,000 บาท ขณะที่ศาลให้จำเลยทั้งสองกลับมารายงานตัวภายในวันที่ 26 ก.ย.นี้ และให้ส่งคำสั่งศาลแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบต่อไป
“จตุพร”เผยฟุตบอลกระชับมิตรเขมรงานใหญ่
นายจตุพร กล่าวถึงการเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรกับทีมสมาชิกสภาฯกัมพูชาว่า ฟุตบอลนัดนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ในประเทศกัมพูชาไปแล้ว คาดว่าจะมีผู้ชมนับหมื่นคน จะเป็นกีฬาสร้างมิตรภาพ ไม่ใช่แค่ประเทศกัมพูชาเท่านั้น แต่กำลังจะประสานงานไปยัง ประเทศลาว พม่า เวียดนาม แต่จะเรื่มต้นที่ประเทศกัมพูชา เป็นการสร้างอารมณ์ ให้ลดความตรึงเครียดให้พี่น้องของทั้ง 2 ประเทศ จะเป็นกัมพูชาโมเดล
นายจตุพร กล่าวต่อว่า การเจรจาช่วยเหลือนายวีระ และ น.ส.ราตรีนั้น เรื่องนี้ได้มีการดำเนินการนอกรอบแล้วหลายครั้ง แม้ว่านายวีระจะมีแนวคิดทางการเมืองที่ไม่ตรงกับพวกตนก็ตาม แต่พวกตนก็ยอมรับในความเห็นต่าง และหากช่วยเหลือนายวีระออกมาได้แล้ว นายวีระจะมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคเพื่อไทยในทางเสียหายก็ถือเป็นสิทธิทางการเมือง ซึ่งในความเป็นจริงหากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทางการกัมพูชา ทั้งคู่คงได้รับการปล่อยตัวออกมานานแล้ว
ชี้ย้ายอธิบดีราชทัณฑ์ไม่เกี่ยวฎีกาช่วย“ทักษิณ”
นายจตุพร กล่าวถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การโยกย้ายนายชาติชาย สุทธิกลม ออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ แล้วแต่งตั้ง พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย มาดำรงตำแหน่งแทน เพื่อช่วยเหลือเรื่องการถวายฎีกาให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายจตุพร ว่า เวลานี้ไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรก็ถูกมองเป็นเรื่องการเมืองไปทั้งหมด เพราะการอ้างว่าโยกย้ายครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือเรื่องฎีกา พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น เพราะฎีกา 3 ล้านรายชื่อตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วนั้น รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ก็ออกมาระบุเองว่า รัฐบาลมีหน้าที่เพียงถวายคำเห็นประกอบเท่านั้น แต่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กลับพยายามทุกวิถีทางเพื่อดึงเรื่องดังกล่าวไว้ นอกจากนี้ตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็ไม่ได้มีหน้าที่ทำความเห็นประกอบการถวายฎีกาแต่อย่างใด เพราะตรงนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
เมื่อถามว่าการตั้งคณะกรรมการอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ ที่มีนายอุกฤษ มงคลนาวิน เป็นประธานนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ความไม่ยุติธรรมในประเทศไทยยังมีอยู่ในทุกพื้นที่ ตนผ่านคุกมาทราบดีว่าหลายคนถูกบังคับให้รับสารภาพโดยที่ไม่ได้ทำความผิด ดังนั้นนายอุกฤษ ถือเป็นผู้หลักผู้ใหญ่รู้ดีว่าจะนำพาบ้านเมืองสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามตนยังไม่ทราบว่าคณะกรรมการชุดนี้จะมีการวางกรอบการทำงานอย่างไร แต่เชื่อว่าน่าจะเข้ามาเพื่อปรับปรุงกระบวนการให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และคณะกรรมการชุดนี้คงไม่ได้มีอำนาจไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอย่างที่เกรงกัน และไม่น่าจะซ้ำซ้อนคณะกรรมการต่างๆที่มีอยู่แล้ว
จำคุก6เดือนปรับ6พัน“สมบัติ”บก.ลายจุด
ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก เวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีดำ 1189/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสมบัติ บุญงามอนงค์ อายุ 43 ปี หรือ บก.ลายจุด แกนนำกลุ่ม 19 กันยาฯ ต้านรัฐประหาร และกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กรณีเมื่อวันที่ 21 พ.ค.2553 จำเลยและผู้ชุมนุมประมาณ 1,000 คน ร่วมกันฝ่าฝืนชุมนุมบริเวณทางเท้าและพื้นผิวถนน บริเวณใต้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ใกล้ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยใช้โทรโข่งกล่าวปราศรัยโจมตีรัฐบาล พร้อมนำภาพถ่ายผู้เสียชีวิต ภาพทหารถืออาวุธสงคราม และภาพพระภิกษุถูกจับกุม ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อน เนื่องจากกีดขวางทางจราจร
โดยจำเลยให้การปฏิเสธ อ้างว่า การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 เป็นการกระทำโดยมิชอบของรัฐ ขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Convenant on Civil and Political Right- ICPR ) และอ้างว่าจำเลยเป็นอนุกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงกรณีการสลายการชุมนุม 10 เม.ย.53 ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และยืนยันว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปในหน้าที่ของอนุกรรมการสิทธิฯ ในการสอบหาข้อเท็จจริง และนิทรรศการภาพไม่ใช่ภาพของจำเลย แต่ไม่ทราบว่าเป็นของใคร ในการปราศรัย มีผู้นำโทรโข่งมาให้ ซึ่งได้ปราศรัยแนวคิดทางการเมืองเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยและสันติวิธี
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ไม่ขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ในหมวดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม เนื่องจากเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ส่วนการที่จำเลยขอให้มีการไต่สวนเรื่องความถูกต้องในกระบวนการที่รัฐใช้กำลังทหารในการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 นั้นไม่ได้นำมาประกอบการพิจารณาเนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงต่อคดีนี้ ข้อต่อสู้จำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดต่อกฎหมาย
ศาลพิพากษา ให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 6 เดือน ปรับ 6,000บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญามีกำหนด 2 ปี
นายสมบัติได้ชำระค่าปรับ จำนวน 6,000 บาท และเตรียมยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้มาให้กำลังใจนายสมบัติประมาณ 20 คน โดยที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2553 นายสมบัติ ได้ถูก ศอฉ. จับกุมและนำตัวไปขังไว้ที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแเดน ภาค 1 คลอง 5 จ.ปทุมธานี รวม 14 วัน
“วิภูแถลง”รับมีเสื้อแดงไม่พอใจช่วย"วีระ-ราตรี"
นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวยอมรับว่ามีคนเสื้อแดงบางกลุ่มไม่พอใจเมื่อทราบว่าแกนนำนปช.ที่จะไปร่วมเตะฟุตบอลกับรัฐบาลกัมพูชา จะมีการเจรจาเพื่อหาช่องทางช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ออกมาจากเรือนจำประเทศกัมพูชา เพราะเห็นว่าคนพวกนี้เป็นฝ่ายตรงข้าม และที่ผ่านมาก็ต่อว่าพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงมาโดยตลอด จะไปให้ความช่วยเหลือทำไม แต่ตน ในฐานะแกนนำต้องยืนยันการช่วยเหลือ และจะอธิบายความให้พี่น้องเสื้อแดงเข้าใจว่าการช่วยเหลือเป็นไปในเรื่องของมนุษยธรรม เราเป็นคนไทยด้วยกันไม่อยากให้ตกอยู่ในความลำบาก



