
ศอส.สรุปน้ำท่วม23จ.เดือดร้อน7แสนคน
ศอส.สรุปน้ำท่วมยังวิกฤติ 23จ. ปชช.เดือดร้อนกว่า 7 แสนคน เสียชีวิต 83 ราย พร้อมเตือนอีก 8จ. รับมือน้ำเจ้าพระยาหนุน จ่อท่วม 19-20 ก.ย.นี้ แนะเสริมแนวกั้นน้ำเร่งด่วน
14 ก.ย. 54 นายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 23 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ยโสธร ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด ตรัง สตูล สุราษฎร์ธานี และตาก
รวม 105 อำเภอ 680 ตำบล 3,847 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 240,208 ครัวเรือน 763,150 คน ผู้เสียชีวิต 83 ราย สูญหาย 3 ราย พื้นที่การเกษตร 3,417,794 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บ่อปลา 67,618 ไร่ กุ้ง/ปู/หอย 2,284 ไร่ สัตว์ได้รับผลกระทบ 2,816,572 ตัว น้ำท่วมเส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้ แยกเป็น ทางหลวง 13 สาย ใน 7 จังหวัด ทางหลวงชนบท 43 สาย ใน 16 จังหวัด
นายชนม์ชื่น กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในทุกลุ่มน้ำยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนที่ตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งอยู่แล้วระดับน้ำที่ท่วมจะเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 3,434 ลบ.ม./วินาที และผ่านอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3,266 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นายชนม์ชื่น กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบสถานการณ์น้ำ พบว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทางพื้นที่ภาคเหนือบริเวณท้ายเขื่อนภูมิพล ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำปิงและลำน้ำสาขาในเขตจังหวัดกำแพงเพชร มีปริมาณน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยคาดว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์จะอยู่ในเกณฑ์สูงสุดประมาณ 3,800 - 3,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในช่วงวันที่ 18 - 19 ก.ย.นี้ ซึ่งทำให้ระดับน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์สูงขึ้นอีกประมาณ 1 เมตร
นอกจากนี้ ยังมีปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังไหลมาสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้มีปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ คาดว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดในเกณฑ์ประมาณ 3,900 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วงวันที่ 19 - 20 ก.ย.
ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณตั้งแต่ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงมาในเขตจ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10 - 15 เซนติเมตรต่อเนื่องหลายวัน
โดยจะมีระดับน้ำสูงใกล้เคียงกับปี 2553 ที่ผ่านมา จึงขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจ.นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร เสริมแนวคันกั้นน้ำให้สูงขึ้นไม่ต่ำกว่าหรือเท่ากับปี พ.ศ. 2553 รวมทั้งให้ขนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด



