
เขมรแถลงปัดปล่อย'วีระ-ราตรี'
เขมรออกแถลงการณ์ไม่ปล่อย'วีระ-ราตรี' 'ปู' ยันเขมรยังไม่ประสานปล่อย 'วีระ-ราตรี' ระบุเยือน 'กัมพูชา' หวังฟื้นความสัมพันธ์ไม่เกี่ยว 'ทักษิณ' 'ซก อาน' รับเล็งถกเรื่องน้ำมันในทะเล
กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 14 กันยายน 2554 ตอบโต้การรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นฉบับวันที่ 14 กันยายน 2554 ที่รายงานว่ารัฐบาลกัมพูชากำลังหาทางขอพระราชทานอภัยโทษให้กับนายวีระ สมความคิด และ นางสาวราตรี พิพัฒโนไพบูลย์ สองผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกดำเนินคดีจารกรรม และถูกจำคุกในเรือนจำกลางกรุงพนมเปญ โดยกระทรวงการต่างประเทศระบุว่าการรายงานข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และ ไม่มีหลักฐานยืนยันใดๆทั้งสิ้น
ทั้งยังขอยืนยันว่าคดีความของผู้ต้องหาทั้งสองจะได้รับการดำเนินการตามกฏหมายของกัมพูชา และ ผู้ต้องหาทั้งสองรายต้องได้รับโทษอย่างน้อย 2 ใน 3 ก่อนที่จะมีสิทธิ์ขอรับพระราชทานอภัยโทษ
'ซก อาน'รับเล็งถก'ปู'เรื่องน้ำมัน
เว็บไซต์ฟิฟทีนมูฟ ได้รายงานโดยอ้างอิงวิทยุเสียงอเมริกา ภาคภาษาเขมร รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชาเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ว่า ระหว่างการเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันที่ 15 ก.ย.ที่จะถึงนี้ โดยทางประเทศกัมพูชาอาจมีการหยิบยกประเด็นการลงทุนร่วมด้านทรัพยากรน้ำมันบนพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนในอ่าวไทย ขึ้นหารือ
นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นประธานองค์การปิโตรเลียมแห่งชาติกัมพูชา แถลงกับผู้สื่อข่าวที่สนามบินแห่งชาติกรุงพนมเปญ เมื่อหลายวันก่อนว่า การหารืออีกครั้งเกี่ยวกับการสำรวจทรัพยากรน้ำมันกับประเทศไทยควรถึงเวลาที่จะต้องมีข้อสรุปแล้ว “ผมคิดว่ามันควรต้องเริ่มต้น ไม่อาจปล่อยให้น้ำมันเรา ก๊าซเรา ที่เราเรียกว่าทองคำสีดำนั้น อยู่ใต้ท้องทะเลต่อไปได้อีก มันต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้ทองคำสีดำของเราเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากัมพูชา”
'ปู'ยันเยือนเขมรไม่เกี่ยว'ทักษิณ'
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ทางการกัมพูชาเตรียมปล่อยตัวนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ กลับประเทศพร้อมคณะนายกรัฐมนตรีที่จะเดินทางไปเยือนกัมพูชาในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ว่า เรื่องอำนาจการปล่อยตัวเป็นเรื่องของรัฐบาลกัมพูชา ตนเองในฐานะที่เป็นรัฐบาลก็มีความห่วงใยคนไทยทุกคน จะไปหารือว่ามีแนวทางช่วยเหลือนายวีระ และน.ส.ราตรี ได้อย่างไร อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้รับการแจ้งหรือประสานงานมาจากรัฐบาลกัมพูชาในเรื่องการปล่อยตัวทั้ง 2 คนแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย เพราะการเดินทางไปเยือนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่จะเริ่มทำความรู้จักและสร้างความสัมพันธ์ไมตรีต่อกัน
เมื่อถามว่าถ้าทั้ง 2 คนได้รับการปล่อยตัวจริง ๆ รู้สึกอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ก็ดีใจซิคะ เพราะดิฉันเองก็อยากจะทำหน้าที่ดูแลคนไทยทุกคน ก็จะทำหน้าที่ของเรา แต่ทั้งนี้ในรายละเอียดก็ต้องเป็นเรื่องของกัมพูชาที่จะตัดสินใจ”
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ทั้ง 2 คนจะกลับมาพร้อมกับคณะของนายกรัฐมนตรีในวันที่ 15 ก.ย.นี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ตนก็จะทำหน้าที่ตรงนั้นให้เต็มที่ เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลกัมพูชาพูดพาดพิงถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีผลกระทบอะไรต่อการเดินทางไปครั้งนี้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไร ตนก็จะทำหน้าที่ของตนในส่วนที่เป็นรัฐบาล ไม่ได้เกี่ยวกัน
ทั้งนี้ เมื่อถามว่าคิดอย่างไรที่ทุกครั้งเวลาเดินทางไปต่างประเทศ มักจะถูกพาดพิงไปถึงชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เข้าไปอยู่ประเทศนั้นๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ซึ่งปกติ พ.ต.ท.ทักษิณก็เดินทางไปหลายประเทศอยู่แล้ว ซึ่งตนก็ไม่ได้ทราบรายละเอียดตรงนั้น การทำงานของเรา ๆ ก็ทำหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่จะเข้าไปคารวะผู้นำแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน
เมื่อถามว่าจะถือโอกาสพูดคุยเพื่อกรุยทางเรื่องพลังงานด้วยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การไปครั้งแรกคงไปเพื่อเชื่อมและรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในเบื้องต้น ส่วนรายละเอียดคงต้องดูบรรยากาศอีกครั้งว่าจะลงไปคุยในรายละเอียดอย่างไร เพราะบางครั้งอะไรที่เป็นประเด็นอ่อนไหว เราก็ต้องใช้ลักษณะของการเจรจาทางการทูตแบบค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นคงต้องขอดูรายละเอียดอีกครั้งก่อน
เปิดกำหนดการ"ยิ่งลักษณ์"เยือนกัมพูชา-ลาว
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า นางสาวยิ่งลักษณ์มีกำหนดการจะเดินทางไปเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาในวันพฤหัสบดีที่ 15 ก.ย. และในวันที่ 16 ก.ย. จะเดินทางไปสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นการเยือนชาติสมาชิกอาเซียนเป็นประเทศที่ 3 และ 4 ต่อจากการเยือนบรูไน และอินโดนีเซียก่อนหน้านี้
โดยกำหนดการในการเยือนกัมพูชานั้น นายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 (บน.6) กองทัพอากาศดอนเมือง ด้วยเครื่องบินพิเศษในเวลา 14.00 น. ซึ่งทางการกัมพูชาจะจัดให้มีพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา (Peace Palace) และจากนั้นเวลา 15.35 น. มีหารือข้อราชการอย่างเป็นทางการกับสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ต่อจากนั้นเวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์กัมพูชา ณ พระราชวังเขมรินทร์ จากนั้นนายกฯและจะร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเพื่อเป็นเกียรติ ณ สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายกฯจะเดินทางกลับและถึงกทม.ในเวลา 21.20 น.
สำหรับกำหนดการเยือนสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาวในวันศุกร์ที่ 16 ก.ย. นั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางออกจากบน.6 ไปยังนครเวียงจันทน์ และมีกำหนดการที่จะหารืออย่างเป็นทางการกับนายทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรีลาว ณ สำนักนายกรัฐมนตรีลาว จากนั้นนางสาวยิ่งลักษณ์จะเป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในลาว และเข้าร่วมพิธีมอบเงินโครงการ “โรงเรียนเพื่อนมิตร” ประจำปี 2554 ก่อนจะเดินทางไปยังที่ทำการสภาแห่งชาติลาว เพื่อหารือข้อราชการกับพลโทจูมมาลี ไชยะสอน ประธานประเทศลาว และจากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นายกรัฐมนตรีลาวเป็นเจ้าภาพเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐนตรีและคณะ และต่อจากนั้นนายกรัฐมมนตรีจะเดินทางกลับและถึงบน.6ในเวลาประมาณ 18.00 น.
แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับการเดินทางเยือนกัมพูชาครั้งนี้ถือเป็นการเยือนที่สำคัญที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญติดตามการเยือน เพราะแสดงถึงความสัมพันธ์ทั้งสองชาติที่พัฒนาและมีทิศทางการเพิ่มพูนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และนับเป็นการเยือนประเทศที่3ในอาเซียนของนายกฯเพื่อแนะนำตัวในโอกาสรับตำแหน่งใหม่เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด โดยคาดว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความร่วมมือกับกัมพูชาในภาพรวม และส่งเสริมการค้าการลงทุน การเปิดจุดผ่านแดนถาวร การท่องเที่ยวในภูมิภาค รวมทั้งประเด็นการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการและการให้ทุนการศึกษากับกัมพูชาด้วย
ส่วนการเยือนสาธารณรัฐประชาชนลาว แหล่งข่าว กล่าวว่า ก็เป็นการแนะนำตัวเช่นกันที่จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในทุกระดับและทุกมิติ และขยายลู่ทางความร่วมมือเพื่อเพิ่มพูนการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยคาดว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับกลไกความร่วมมือไทย-ลาว โดยเฉพาะด้านความร่วมมือและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการหารือเกี่ยวกับพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน)ด้วย
"ยงยุทธ”ยันไม่ขอตัว"ทักษิณ"จากกัมพูชา
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางมาเยือนประเทศกัมพูชา ว่า เป็นเรื่องภายในและเอกสิทธิ์ของประเทศกัมพูชาที่จะให้ใครเข้าออกประเทศเขา การบอกให้เขาห้ามใครเข้าออกประเทศ เป็นการแทรกแซงกิจการภายในซึ่งทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุว่า การละเว้นไม่ขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณมาดำเนินคดี จะทำให้รัฐบาลผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 นั้น หลายประเทศก็บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่ผู้กระทำผิดกฎหมายในประเทศเขา ไม่อย่างนั้น หลายประเทศคงให้ความร่วมมือเรื่องดำเนินคดีแล้ว การเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอะไรนั้น เราต้องเข้าใจหลักสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่รัฐบาลไทยต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับนั้นด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะไม่มีท่าทีอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายยงยุทธกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ของกัมพูชา ซึ่งตนตอบมาหลายครั้งแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เข้าข่ายที่ต้องส่งผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อไม่เข้าข่าย จะให้เขาส่งตัวมาได้อย่างไร ส่วนการที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) จะร่วมเตะฟุตบอลกับทางกัมพูชานั้น ก็เป็นเรื่องเอกชนต่อเอกชน ซึ่งดีที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยใช้กีฬาเป็นสื่อ ถ้าทำอะไรแล้วความสัมพันธ์ดีขึ้นก็ทำไป ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณจะร่วมเตะฟุตบอลด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ และก็ไม่ได้เป็นการเตะในนามรัฐบาล ตนไม่ทราบด้วยซ้ำว่า ใครร่วมเล่นบ้าง และเรื่องที่แกนนำ นปช. 14 คนจะเดินทางไปกัมพูชา ศาลก็อนุญาต ก็ขอให้เคารพศาล เพราะศาลดูรอบคอบแล้ว
“เฉลิม” ปัดไม่รู้ “เขมร” ปล่อยตัว “วีระ-ราตรี” เป็นของขวัญรับ “ยิ่งลักษณ์”
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวที่จะมีการอภัยโทษตัวนายวีระ สมความคิด และนางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ เพื่อเป็นของขวัญให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระหว่างการเดินทางไปเยือนกัมพูชาในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ว่า ไม่ใช่ นายกรัฐมนตรียังไม่ได้บอกชื่อ แต่ก็ความพยายามประสานอยากขอความกรุณาเขา เพื่อช่วยทั้งนายวีระและนางสาวราตรี ก็เป็นเรื่องดี และถ้าเป็นของขวัญให้ประเทศเพราะนายกรัฐมนตรีไปเยือนก็เป็นเรื่องดี
เมื่อถามต่อว่า จะมีการปล่อยตัวนักโทษคนไทยคนอื่นด้วย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ทราบรายละเอียด แต่ก็พยายามทำเพราะรัฐบาลชุดที่แล้วไปทะเลาะกับเขา เดี๋ยวนี้ชายแดนเรียบร้อย เรามีการค้าขายกับกัมพูชาปีละ 9 หมื่นล้าน ซื้อเขา 8 พันล้าน แล้วจะไปทะเลาะกับเขาทำไม การต่างประเทศประเทศใกล้เรือนเคียงต้องไม่ไปทะเลาะกับเขา ประเทศไกล ๆ ทะเลาะได้ เพราะมือจับกันไม่ถึง
ผู้สื่อข่าวถามว่า กำลังจะบอกว่าเป็นความช่วยเหลือจากอดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่บอก เป็นที่รู้กันทั้งประเทศไทย ตนไม่พูด บางคนมาถามว่าเคยติดต่อกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ถ้าตนบอกว่าติดต่อก็ว่าโอ้อวด แต่ถ้าบอกว่าไม่ติดต่อก็โกหก ก็เลยบอกว่าไม่ตอบมาตลอด เอาน่าบ้านเมืองกำลังไปด้วยดี
เมื่อถามว่า เรื่องการปล่อยตัวนายวีระกับนางสาวราตรี จริงหรือไม่ ร.ต.อ.กล่าวว่า ตนไม่ทราบ อะไรที่ไม่รู้อย่าถามเลย แต่วันนี้กัมพูชาและไทยดีมาก เพราะตอนที่ตนชี้แจงเรื่องนโยบาย สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังให้เลขาโทรมาหาตน บอกว่าจะเลี้ยงข้าว ตนก็บอกว่าจะเลี้ยงยังไงเพราะอยู่คนละประเทศ ถามต่อว่า ทำไมความสัมพันธ์ระหว่างถึงดีขึ้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เพราะเราเข้าใจกัน และไม่ตั้งตัวเป็นศัตรู สมัยรัฐบาลชุดที่แล้วก็เอารัฐมนตรีต่างประเทศไปด่าเขาไว้แล้วใครจะมาชอบ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เก่งใช้ได้
“ไชยวัฒน์” ชี้ “ทักษิณ” ช่วย “วีระ-ราตรี” ตบหน้ารัฐบาลปชป.
นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการกลุ่มสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย และแนวร่วมกลุ่มประชาชนไทยหัวใจรักชาติ กล่าวว่า หากมีการปล่อยตัวจริงถือเป็นข่าวดีในรัฐบาลชุดนี้ แต่เรื่องนี้ตนรับทราบมาว่ามีการหารือกันในระยะหนึ่งแล้ว โดยการประสานงานของครอบครัวของนายวีระ และนางสาวราตรี พร้อมกับมีการยื่นข้อเสนอในช่วงก่อนการเลือกตั้งว่าหากเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งก็จะมีการช่วยเหลือออกมา
“ ถ้าพูดในทางการเมืองถือว่างานนี้เป็นการตบหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่สามารถช่วยเหลือให้อิสรภาพแก่นายวีระและนางสาวราตรีได้ และเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเพราะเรื่องนี้ทั้ง 2 คนถูกนักการเมืองหลอกให้ถูกจับ โดยเฉพาะนางสาวราตรีที่เป็นผู้หญิง ” นายไชยวัฒน์กล่าว
ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติในอนาคตนั้น นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า หลังการปล่อยตัวนายวีระ จะมีการหารืออีกครั้ง แต่ทางเครือข่ายยืนยันว่า แม้การช่วยเหลือครั้งนี้จะเป็นผลพวงมาจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่เป็นเครือข่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กลุ่มได้ร่วมต่อต้านรัฐบาลทักษิณ มาก่อนนั้น แต่ไม่ได้ทำให้จุดยืนเรื่องความถูกต้อง ยึดผลประโยชน์ของประทศชาติเปลี่ยนแปลงอย่างใด อย่างไรก็ตามทั้งนี้เป็นห่วงนายวีระที่หากได้รับการปล่อยตัวตามข่าวจริงจะได้กลับบ้านหรือไม่ เนื่องจากมีหมายจับในคดีก่อการร้ายปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ในครั้งเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งที่ผ่านมาแกนนำคนอื่นๆได้ถูกจับกุม และได้รับประกันตัวแล้ว



