
หลักนิติธรรมแบบ"แฟร์เพลย์"?
"แฟร์เพลย์"แบบ ศ.ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน เป็นประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (13 ก.ย.) เห็นชอบให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ
โดยได้แต่งตั้ง อุกฤษ มงคลนาวิน เป็นประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าว ในคราวเดียวกัน
น่าสนใจว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็นผู้เสนอ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ อ้างว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตราสาม วรรคสองที่ระบุว่าการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา ครม. ศาลรวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ดังนั้นเพื่อเป็นหลักประกันการมีกฎหมายที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม การใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรม สุจริต ภายใต้มาตรฐานเดียวกันและเพื่อให้บุคคลมีสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค ตลอดจนได้รับความยุติธรรมจากระบบกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติที่เกิดจากอคติต่างๆของผู้ที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ อันจะนำไปสู่สังคมที่สงบสุข เรียบร้อย มีความเป็นธรรมและพึงปราถนา
หน้าที่ของ คณะกรรมการอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ กำหนดยุทธศาสตร์ แนวทาง มาตรการ ข้อเสนอแนะและกระบวนการต่างๆเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อเป็นหลักประกันการใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรม สุจริต ภายใต้มาตรฐานเดียวกันตามหลักนิติธรรม และจัดทำรายงานความคืบหน้าของการทำงานทุกหกเดือน รวมทั้งรายงานสรุปผลและข้อเสนอแนะเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจต่อครม.และสาธารณชน จัดให้มีการศึกษาวิจัยในส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีเวทีสาธารณะ เพื่อรับฟังความเห็นและให้การศึกษากับสังคมเป็นระยะ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของสาธารณชนและทุกภาคสวน เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามหลักนิติธรรม
กล่าวให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เป็นการคณะกรรมการศึกษากฎหมายฉบับต่างๆ เพื่อเสนอแนะรัฐบาล ว่ามีปัญหาในการบังคับใช้ตามหลักนิติธรรมหรือไม่ อย่างไร
นัยความสำคัญคือ คณะกรรมการชุดนี้ สามารถศึกษาข้อกฎหมายเพื่อให้รัฐบาลเอายืนยันได้ว่า เหตุใดจึงต้องแก้เพื่อหลักความนิติธรรม โดยมี "นักกฎหมายรุ่นเก๋า" อย่าง "อาจารย์อุกฤษ" รับหน้าที่ดำเนินการ
กล่าวสำหรับ "ดร.อุกฤษ" วัย 71 ปี มีตำแหน่งทางวิชาการเป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมาย เป็นอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อดีตประธานวุฒิสภา อดีตประธานรัฐสภา
ด้านนิติบัญญัติ เคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ชุดที่ 1 (พ.ศ. 2515) สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ชุดที่ 2 (พ.ศ. 2516) สมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และรองประธานสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน คนที่ 1 (รองประธานรัฐสภา คนที่หนึ่ง พ.ศ. 2519 – 2520) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2520 – 2521) เป็นประธานคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการต่าง ๆ หลายคณะ รวมทั้งกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ และรักษาการประธานสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินในฐานะประธานรัฐสภาหลายครั้ง
ต่อมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ระหว่างเมษายน 2526 – 2527 ได้รับเลือกโปรดเกล้าฯ ให้เป็นประธานวุฒิสภา ตั้งแต่ พ.ศ. 2527 – 2532 ปี 2534 – 2535 ได้รับเลือกและโปรดเกล้าฯ ให้เป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประธานวุฒิสภา และประธานรัฐสภา จนกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535
ผลงานด้านบริหาร
เคยเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พ.ศ.2517 – 2518) กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) (พ.ศ. 2518) สมัยศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
น่าสนใจว่า ช่วงที่ความขัดแย้งทางการเมืองปี 2551 อาจารย์อุกฤษ เคยให้สัมภาษณ์พิเศษ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 24สิงหาคม 2551 กล่าวขยายความว่า คำว่ากระบวนการยุติธรรม หมายรวมถึงทุกองค์กรในกระบวนการยุติธรรมตามปกติ ได้แก่ ตำรวจ อัยการ ศาล รวมถึงองค์กรพิเศษต่าง ๆ เช่น ป.ป.ช. คตส. หลักการคือ ทุกองค์กรต้องยืนอยู่บนกติกาที่เป็นธรรมหรือ "แฟร์เพลย์"
"สมมติเราจะตรวจสอบคนคนหนึ่งว่าร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ คนที่รับการตรวจสอบต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหนี้สินทั้งหมด แต่องค์กรที่มีอำนาจตรวจสอบความบริสุทธิ์ของคนเหล่านั้นกลับไม่เคยเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินเลยว่า มีความซื่อสัตย์สุจริต จริง ๆหรือไม่ ทำไมถึงไม่ "แฟร์เพลย์" ทำไมถึงไม่ดำเนินการตามหลักนิติธรรมจริง ๆเพื่อให้เกิดความยุติธรรมที่แท้จริง"
ดังนั้น บทบาทของ "นักกฎหมายมือฉมัง" อย่าง อาจารย์อุกฤษ ที่มีภาพความน่าเชื่อถือ จะศึกษากฎหมายเพื่อหลักนิติธรรมอย่างไร จึงน่าจับตาติดตามยิ่ง!!



