
นนท์วิกฤต!น้ำสูงประกาศภัยพิบัติ6อำเภอ
ปากเกร็ดวิกฤตระดับน้ำสูงวัดริมน้ำสร้างคั้นดินกั้นน้ำหวั่นท่วมโบราณสถาน ผู้ว่าฯนนท์ประกาศภัยพิบัติ 6 อำเภอ กทม.เตรียมพร่องน้ำในคลอง-เปิดพื้นที่แก้มลิง 21 แห่ง
14 ก.ย.54 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระที่บริเวณหน้าวัดกลางเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบว่าปริมาตรน้ำในแม่น้ำอยู่ในระดับที่สูงมาก จนทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนและวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ โดยเฉพาะที่ฝั่งเกาะเกร็ดแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดนนทบุรีมีระดับท่วมสูงกว่า 100 เซนติเมตร หรือครึ่งเอวของผู้ใหญ่ จนทำให้เรือขนาดใหญ่ที่วิ่งผ่านลอยตัวเนื่องระดับวัดและบ้านเรือนประชาชน ทำให้คลื่นที่เกิดจากเรือใหญ่พัดกระทบวัด โบราณ และบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ติดริมน้ำจนได้รับความเดือดร้อน
ส่วนที่วัดสนามเหนือ ซึ่งตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และมีโบราณสถาน ซึ่งเป็นโบสถ์ที่สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย ก็ได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ำในแม่น้ำมีปริมาตรสูงขึ้นเช่นกัน ทางวัดต้องขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาลนครปากเกร็ด เพื่อนำเครื่องสูบน้ำจำนวน 3 เครื่อง ทรายและกระสอบทราย มาช่วยถมปิดทับแนวคั้นดินสูงประมาณ 1.50 เมตร ที่ทางวัดได้สร้างไว้เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม แต่เนื่องจากระดับน้ำมีระดับที่สูงมากและบางจุดก็ไหลแรง และยังมีเรือขนทราย เรื่อนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่วิ่งผ่าน ทำให้คั้นดินบางจุดของวัดไม่สามารถรับน้ำได้ไว้ จึงทำให้น้ำไหลทะลุคันดินเข้ามา ทางพระและเณรลูกวัดประมาณ 10 กว่า ต้องช่วยกันบรรจุทรายลงกระสอบนำไปถมทับคั้นดินเพื่อกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้ามาท่วมวัด
นอกจากนี้ ทางวัดยังต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำที่ไหลเข้าท่วมวัด โดยเฉพาะที่บริเวณโบสถ์เก่าแก่ของวัดในสมัยอยุธยาตอนปลาย ที่ตั้งอยู่ริมน้ำและถูกน้ำเข้าท่วม ทางวัดเร่งสูบน้ำระบายออกตลอดเวลา เพื่อไม่ให้โบราณสถานได้รับความเสียหายพังทลาบลงมา
พระลูกวัดรายหนึ่ง กล่าวว่า ขณะนี้ทางวัดต้องเร่งเสริมกระสอบทรายเข้ากับแนวคั้นดินเนื่องจากคันดินบางจุด ดินที่กั้นเริ่มอุ้มน้ำไว้ไม่ไหวแล้ว หากปล่อยไว้จะทำให้น้ำทะลักเข้ามาท่วมวัดได้ จึงต้องเสริมแนวกระสอบทรายป้องกันเป็นการด่วน ไม่อย่างนั้นวัดจถูกน้ำท่วมและทำให้ทรัพย์สินของทางวัดได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่เป็นช่วงที่น้ำขึ้น จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างเมื่อคืนที่ผ่านมา มีระดับสูงเกือบเท่าคันดินที่กั้นไว้ หากไม่คอยเฝ้าระวัง น่ำก็จะไหลเข้ามาท่วมได้ โดยมีกำลังพระเณรลูกวัด 10 กว่าคนเท่านั้น ที่สามารถทำงานได้ ก็ผลัดเปลี่ยนกันคอยเฝ้าดูน้ำและช่วยช่วยกันบรรจุทรายเพื่อเตรียมรับมือตามลำพัง
ผู้ว่าฯประกาศภัยพิบัติทางน้ำฉุกเฉินใน 6 อำเภอ
ขณะที่ตั้งแต่ช่วงเช้าที่วัดกลางบางซื่อ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งวัดตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาและระดับน้ำในแม่น้ำได้เพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็วจนเกือบล้นแนวเขื่อนที่ทางวัดได้สร้างป้องกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้พระสงฆ์กว่า 20 รูปต้องรีบช่วยกันตักทรายใส่กระสอบเพื่อนำไปวางเสริมแนวเขื่อนที่ทำไว้อย่างเร่งด่วนขึ้นอีก ตามที่ทางหน่วยงานราชการได้มีการประกาศแจ้งเตือนไว้ก่อนหน้านี้ ว่ าทางกรมชลประทานจะปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นจากเดิมอีก 20 - 25 เซนติเมตรประกอบกับมีน้ำทะเลหนุนสูงทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอาจไหลทะลักเข้าท่วมสูงกว่าแนวกระสอบทรายที่ทางหน่วยงานราชการสร้างไว้
ด้านที่ชุมชนเกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาและชาวบ้านในชุมชนดังกล่าวได้รับผลกระทบจากระดับที่สูงขึ้นเป็นประจำทุกปีนั้น ในวันนี้จากการเข้าไปตรวจสอบพบว่าระดับน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมแนวกระสอบทรายที่ทำไว้สูงจนถึงระดับเอว ร้านขายสินค้าที่ระลึกของนักท่องเที่ยวต้องปิดตัวลงเร่งอพยพสิ่งของภายในร้านค้าขึ้นที่สูงส่วนรถจักรยานยนต์รับจ้างไม่สามารถวิ่งรับส่งผู้โดยสารได้ ชาวบ้านและทางอบต.เกาะเกร็ดต้องช่วยกันสร้างสะพานไม้ไว้ใช้สัญจรแทนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
จากการสอบถามนางสุดจิต เจริญกุล อายุ 60 ปี อาชีพเจ้าของโรงกระถ่างเครื่องปั้นดินเผากล่าวว่าระดับได้เริ่มสูงขึ้นเมือช่วงเวลา 18.00 - 20.00 น. เมื่อวานนี้โดยระดับได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่โชคดีชาวบ้านทราบล่วงหน้าจากทางหน่วยงานราชการว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นในวันสองวันนี้จึงมีการค้นย้ายทรัพย์สินขึ้นไปอยู่ในที่สูงทำให้ไม่ได้รับความเสียหายมากนัก มีเพียงการใช้ชีวิตตามปรกติที่ได้รับผลกระทบจากการสัญจรเข้าออกทั้งนักเรียนและชาวบ้านที่ต้องเตรียมเสื้อผ้าใส่ถุงลุยน้ำไปขึ้นเรือข้ามฝั่ง ร่วมถึงการขับถ่ายที่ได้รับความลำบากเนื่องจากน้ำได้ท่วมสูงจนไม่สามารถเข้าห้องน้ำได้และสัตว์มีพิษทีมากับน้ำทั้งตะขาบ งู ปลิง จึงอยากให้หน่วยงานราชการเร่งเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องเหล่านี้ในกับชาวบ้านในชุมชนด้วย
ด้านนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้ประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินสถานการณ์น้ำท่วม ใน 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบางบัวทอง อำเภอบางกรวย อำเภอบางใหญ่ อำเภอไทรน้อยและอำเภอปากเกร็ดและอีกหลายสิบตำบลซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาและได้รับผลกระทบแล้ว พร้อมทั้งสังการให้หน่วยงานราชการและองค์กร์ปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งเสริมแนวเขื่อนให้สูงขึ้นกว่าเดิมอีก 50 เซนติเมตร ร่วมถึงให้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน เนื่องจากคาดว่าน้ำจะเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอีกใน 1 ถึง 2 วันนี้ และประกาศขอความร่วมือให้เรือที่สัญจรในแม่น้ำเจ้าพระยาลดความเร็วของเรือลงและไม่ให้วิ่งใกล้ตลิ่ง เพราะจะทำให้น้ำซัดเข้าพังแนวเขื่อนที่ทำไว้สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอีก
ทม.อโยธยาเปิดทางระบายน้ำลดแรงดันน้ำหวั่นพัดคอสะพานขาดซ้ำรอย
เมื่อเวลา 05.00 น.ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เอ่อล้นทะลักคันดินป้องกันน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่ 8 ต.วัดยม อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หมู่ที่ 3,4, 5 และ 7 ต.วัดยม อ.บางปะอิน โชคดีที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไหวตัวทัน ขนของขึ้นที่สูงไปก่อนหน้า แต่หลายหลังก็เก็บข้าวของไม่ทัน ทำให้ในช่วงเช้าหลายบ้านต้องเดินลุยน้ำในหมู่บ้าน และส่วนใหญ่ก็ต้องใช้เรือพายออกจากหมู่บ้านไปยังถนนใหญ่ มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 100 หลังคาเรือน ทาง อบต.วัดยม ได้เร่งช่วยเหลือและได้ออกเตือนประชาชน ให้พยายามขนของขึ้นที่สูงอีก เนื่องจากระดับน้ำยังคงมีปริมาณสูงขึ้นอย่างแน่นอน
ต่อมาเมื่อเวลา 08.00 น.วันเดียวกัน ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองอโยธยา อ.พระนครศรีอยุธยา จำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าในตลาดน้ำอโยธยา และชาวบ้านในย่านชุมชนและย่านการค้าขาย ในเขตเทศบาล ได้เดินทางไปตรวจสอบสภาพน้ำที่บริเวณเขื่อนกั้นน้ำสะพานวัดดุสิตดาราม ม.5 ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ถูกน้ำกัดเซาะจนทำให้คอสะพานขาด เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าทางเทศบาลเมืองอโยธยา ได้ซ่อมแซมคันป้องกันน้ำริมเขื่อนที่ป้องกันน้ำเสร็จแล้ว และถนนสามารถใช้การได้ปกติ แต่ก็ยังเกิดปัญหาระดับน้ำจากแม่น้ำป่าสัก สูงขึ้นกว่า 20 ซ.ม. ทำให้จำเป็นที่จะต้องเปิดช่องทางให้น้ำไหลผ่านเข้าไปในคลองบ้านม้า หลังแนวเขื่อนที่ป้องกัน ซึ่งทางเทศบาลเมืองอโยธยาได้แจ้งให้ประชาชนทราบ เนื่องจากผลของการระบายน้ำดังกล่าว อาจจะส่งผลให้บ้านเรือนหลังแนวป้องกันที่อยู่ริมคลองมีระดับน้ำสูงขึ้น แต่ก็จะไม่กระทบมาก เนื่องจากทางเทศบาลเมืองอโยธยาจะพยายามคุมระดับน้ำ โดยใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จากโรงสูบน้ำทำการสูบน้ำออกตลอดเวลา เป็นการลดแรงดันของน้ำที่จะมาปะทะกับแนวพนังกั้นน้ำบริเวณเขื่อนที่สร้างขึ้นนั่นเอง
ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักลดปริมาณลง ทำให้ระดับน้ำที่ไหลเข้าท่วมตัวตลาดอำเภอท่าเรือลดลงไป จากเดิมประมาณ 30 ซ.ม. แต่ก็ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อยู่ในตัวตลาดอำเภอท่าเรืออย่างมาก เนื่องจากน้ำได้ท่วมมาเป็นเวลา 4 วันแล้ว ในขณะที่ถนนบางเส้นในตลาดน้ำลดลงไปจนแห้ง ระดับน้ำที่ท่วมเข้าบริเวณกลางตลาด สูงกว่าผิวการจราจรประมาณ 50 ซ.ม. ร้านค้าในตลาดส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นร้านขายของชำ และร้านจำหน่ายสินค้าประจำวันหลายร้านต้องยอมปิดกิจการและขนข้าวของขึ้นที่สูง บางรายก็ได้อพยพออกไปอยู่กับญาติพี่น้องที่อยู่นอกตัวอำเภอ ขณะที่บางร้านยังยอมที่จะต่อสู้กับภาวะน้ำท่วมด้วยการสร้างบังเกอร์ด้วยการก่ออิฐขวางเอาไว้หน้าร้านมีความสูงกว่า 1 เมตร เพื่อไม่ให้น้ำเข้าบ้านในส่วนของร้านค้าแผงลอยบริเวณหน้าตลาด ซึ่งถูกน้ำท่วมทั้งหมดแล้ว บรรดาแม่ค้าพ่อค้าไม่มีสถานที่ตั้งวางของขาย ทางเทศบาลตำบลท่าเรือได้ระดมเจ้าหน้าที่และคนงานของเทศบาลมาช่วยกันย้ายสิ่งของออกไปตั้งไว้ที่ถนนสายท่าเรือ-ท่าลาน หน้าโรงเรียนเทศบาลประชานุกูล ทำให้การจราจรและการสัญจรไปมาติดขัด
ระดับน้ำในแม่น้ำลพบุรี มีระดับสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำใน อ.นครหลวง และ บางปะหัน ติดต่อ อ.ท่าเรือ ถูกน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายธนยศ ปานขาว นายอำเภอนครหลวง พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนเกษตรอำเภอได้ออกสำรวจพื้นที่เพาะปลูก โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าว ใน ต.บางพระครู ต.แม่ลา ต.พระนอน และ ต.ท่าช้าง รวม 4 ตำบล หลังจากรับรายงานว่าน้ำในแม่น้ำลพบุรี ได้ท่วมเข้าทุ่งนาของเกษตรกรเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะที่หมู่ 1 ต.พระนอน อ.นครหลวง พบว่านาข้าวส่วนใหญ่อยู่ระหว่างออกรวง และตั้งท้อง รอกำหนดการเก็บเกี่ยว แต่ปรากฏว่าน้ำได้ท่วมเข้าไปทั้งหมด ทำให้ยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ และคาดว่าจะมีข้าวเสียหายมากกว่า 17,000 ไร่ นายธนยศ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ประสานกับทางเกษตรอำเภอ และกำนันผู้ใหญ่บ้าน ให้แจ้งสถานการณ์ให้กับเกษตรกรได้ทราบล่วงหน้าแล้ว ว่ามีความเสี่ยงสูงที่น้ำจะท่วม เกษตรกรส่วนใหญ่เข้าใจ และทำใจรับสถานการณ์ โดยเบื้องต้นได้ออกสำรวจความเสียหาย เพื่อที่จะเสนอขอความช่วยเหลือให้กับเกษตรกรต่อไป
กทม.เตรียมพร่องน้ำในคลอง-เปิดพื้นที่แก้มลิง21แห่ง
นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำ(สนน.) กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ กทม. ว่า สำหรับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนี้อยู่ที่ 1.97 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนปริมาณน้ำวัดจากเขื่อนพระราม 6 และแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณ 3,927 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งวัดได้ที่ประตูระบายน้ำบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 3,266 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามคาดว่าน้ำจะขึ้นสูงสุดในเวลา 19.59 น. จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
นายสัญญา กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ กทม.จะมีมาตรการในการพร่องน้ำในคลองต่างๆ และแก้มลิงทั้ง 21 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯไว้เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ และเปิดเดินเครื่องเครื่องสูบน้ำตลอดเวลาในบางจุด โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำสถานีสูบน้ำอยู่เตรียมวัสดุอุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยเบสท์กว่า 700 นาย ประจำจุดตลอด 24ชั่วโมง ส่วนชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนี้ยังไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
น้ำท่วมโรงเรียนครูนำเด็กไปเรียนที่บ้านเกรงอันตราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 41 ม.3 ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านของนางเรียม ปิ่นวรสาร หัวหน้าฝ่ายวิชาการโรงเรียนวัดโพธิ์เลื่อน ได้มีเด็กนักเรียนทั้งชายหญิง ร่วมทั้งสิ้น 53 คน ได้มาอาศัยพื้นใต้ถนบ้านเป็นที่เรียนหนังสือ เนื่องจากโรงเรียนถูกน้ำท่วมไม่สามารถใช้เป็นที่เรียนได้ตามปกติ
นางเรียม ปิ่นวรสาร กล่าวว่า เนื่องจากอาคารเรียนของโรงเรียนซึ่งอยู่รมแม่น้ำเจ้าพระยาถูกน้ำท่วมขัง ไม่สามารถใช้เป็นที่เรียนได้ตามปกติ อีกทั้งกำหนดการสอบของเด็กๆก็ใกล้เข้ามาแล้ว ทำให้ไม่สามารถหยุดเรียนได้ จึงได้นำเด็กบางส่วนมาใช้บ้านของตนเองเป็นสถานที่เล่าเรียน และบางส่วนก็ใช้ศาลาวัดเป็นที่เรียน
ทั้งนี้ ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างหนึ่ง คือ บ้านของเด็กๆ นักเรียนนั้น ส่วนหนึ่งก็ถูกน้ำท่วม และผู้ปกครองก็ต้องไปทำงาน ถ้าเด็กนักเรียนเหล่านี้ไม่มาเรียนและอยู่บ้าน ก็น่าเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะเด็กๆมักจะชอบเล่นน้ำอันอาจจะเกิดอันตรายได้ ถ้ามาโรงเรียนก็ยังมีครูคอยดูแล น่าจะดีกว่า
ด้านนางชุณห์พิมาณ ทรัพย์มีชัย ผอ.โรงเรียนวัดโพธิ์เลื่อน กล่าวว่า โรงเรียนนั้นสอนระดับอนุบาลถึง ป.6 ในวันที่ 28 กันยายน นี้ เด็กๆก็จะสอบภาคเรียนกันแล้ว คงใช้บ้านนี้แหละเป็นที่เรียนที่สอนและสถานที่สอบด้วย ส่วนนักเรียนอีกส่วนหนึ่ง ที่ใช้ศาลาวัดเรียนนั้น ขณะนี้น้ำเริ่มมากขึ้น การเดินทางไปเรียนจะลำบาก ทางเรากำลังติดต่อประสานกับทางผู้ปกครองบางคนที่สะดวกและมีสถานที่ โดยจะใช้บ้านของประชาชนใกล้ๆกับโรงเรียนเป็นสถานที่เรียนใหม่ โดยขณะนี้มีผู้ปกครองอนุญาตให้ใช้บ้านเป็นที่เรียนเพิ่มขึ้นอีก 3-4 หลัง ซึ่งก็คงเพียงพอกับจำนวนนักเรียนราว 120 คน และจะย้ายเด็กๆจากศาลาวัดโพธิ์เลื่อนมาเรียนที่บ้านในเร็ววันนี้
เจ้าพระยาล้นชุมชนหลังวัดบางหลวงเขื่อนกั้นน้ำพังลักท่วมวัดบางหลวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ชุมชนหลังวัดบางหลวง ม.4 ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งมาสภาพคล้ายเกาะกลางน้ำ เนื่องจากพื้นที่ของชุมชนด้านทิศตะวันออกติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนด้านทิศตะวันตกติดคลองบางหลวง โดยในวันนี้ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนชุมชนหลังวัดบางหลวงทั้งหมดจมอยู่ในน้ำลึกประมาณกว่า 1 เมตร ชาวบ้านในชุมชนเกือบ 200 หลังคาเรือนต้องช่วยเหลือตัวเองโดยขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง
ส่วนกระสอบทรายที่ทำเป็นคันกั้นน้ำบริเวณหลังวัดบางหลวงได้เกิดพังลง ทำให้กระแสน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าท่วมพื้นที่ของวัดทั้งหมดสูงประมาณ 1 เมตร
นางอรสา พุมกาญจน์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ชุมชนแห่งนี้อยู่ริมเจ้าพระยาและคลองบางหลวง มีสภาพคล้ายเกาะกลางน้ำ โดยกระแสน้ำได้เอ่อเข้ามาในพื้นที่ชุมชน ซึ่งชุมชนแห่งนี้มีบ้านเรือนประชาชนกว่า 200 หลังคาเรือนมานานกว่า 1 เดือนแล้ว แต่ไม่รุนแรงเพิ่งจะมีระดับน้ำสูงมากกว่า 1 เมตรเมื่อประมาณ 2-3 วันที่ผ่านมา และเมื่อคืนนี้มีฝนตกลงมามาก ทำให้กระสอบทรายที่กั้นน้ำของทางวัดพังลงจนน้ำท่วมเข้าวัด ซึ่งชาวบ้านต้องออกไปช่วยกันกั้นกระสอบทรายใหม่ เพื่อจะสูบน้ำออกจากวัดให้หมดต่อไป
น้ำทะลักท่วมชาวบ้านหมี่ หลังคันกั้นน้ำบางโฉมศรีพัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่าได้ไหลบ่าเข้าท่วมในเขตจังหวัดลพบุรีหลายตำบล โดยเฉพาะในเขตตำบลท่าแค ตำบลเขาพระงาม ทางสำนักชลประทานที่ 10 ต้องเร่งระบายน้ำที่กำลังไหลเข้าท่วมที่อยู่อาศัยของราษฎร ที่ ตำบลท่าแค หมู่บ้านริมาคลองชลประทานน้ำทะลักเข้าท่วม ทำให้ ประชาชนที่อยู่ อาศัยได้รับความเดือดร้อนหากฝนตกลงมาอีก น้ำป่าจะไหลเข้าท่วมอีกหลายหมู่บ้าน
รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่า นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้ทำการนยัดหมายส่วนราชการเข้าซ้อมแผนการช่วยเหลือประชาชนในเขตตำบลหนองเมือง อำเภอบ้านในวันที่ 14 กันยายน แต่ในพื้นที่ตำบลหนองเมือวงกับมีน้ำท่วมทั้งหมด ทำให้การซ้อมแผนที่ตำบลหนองเมืองต้องซ้อมของจริง ส่วนที่ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ในเขต ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี คัดกั้นน้ำพังทลายลงเข้าเข้าท่วมในเขต 5 ตำบลของอำเภอบ้านหมี่ ซึ่งมีตำบลไผ่ใหญ่ ตำบลบ้านชี ตำบลมหาสอน ตำบลบางขาม ตำบลบางพึ่งทำให้นาข้าวกว่า 6 หมื่นไร่จมน้ำไม่ทันเก็บเกี่ยว
นายกิตติศักดิ์ ศุภพงษ์ กำนันตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่ ลพบุรี ในฐานะประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอบ้านหมี่กล่าวว่า เวลาประมาณ 15.00 น ขอแงวันที่ 13 กันยายน ได้พากำนันผู้ใหญ่บ้านเป็น ร้อยคนไปที่ประตูน้ำบางโฉมศรี เพื่อที่จะหาทางป้องกันไม่ให้มีการระบายน้ำเข้ามาคลองเชียงรากแล้วเข้ามาในเขตอำเภอบ้านหมี่ ที่คันดินข้างประตูน้ำบางโฉมสี พังเป็นไมใหญ่นัก แต่ไม่มีใครซ่อม ถามเจ้าหน้าที่บอกไม่มีคนสั่งการ จนกระทั้งคันดินพังขยายใหญ่ น้ำทะลกเข้าคลองเชียงรากอำเภออำเภอบ้านหมี่ เหมือนตั้งใจปล่อยของโครงการชลประทานมหาราช
นายดุสิต ศักดิ์ณรงค์รัตน์ หัวหน้าหมวดการทางที่ 3 แขวงการทางที่ 1 ลพบุรีว่า สำหรับอำเภอบ้านหมี่ ถนนสายบ้านหมี่ - เขาช่องลม 3204 ออกเส้นทางพหลโยธิน ที่ตำบลเขาพระงาม พร้อมกันนั้นเส้นทางบ้านหมี่ - โคกสำโรง ทางหลวงหมายเลข 3205 เส้นทางสายนี้น้ำสูงกว่า 1 เมตร เส้นทางถูกตัดขาดรถผ่านไม่ได้ต้องใช้เส้นทางอื่น



