'สุเทพ'แจงข่าวดอดคุย'ฮุนเซ็น'
'สุเทพ'ร่ายยาวแจงละเอียดยิบ แก้ข้อกล่าวหาดอดคุย'ฮุนเซ็น'ที่บ้านพักผู้นำเขมร ชี้แค่หารือนอกรอบ ยันไม่ใช่เจรจาลับถกประโยชน์ทรัพยากรทะเล
14 ก.ย.54 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงกล่าวกรณีสมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชาออกมาเปิดเผยซ้ำ โดยอ้างถึงความพยายามที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์พยายามที่จะเจรจาผลประโยชน์ธุรกิจน้ำมันและก๊าซในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา ซึ่งระบุว่า นายสุเทพ เคยเดินทางมาเจรจาที่บ้านพร้อมพกเอกสารสำคัญมาหารือด้วยนั้น ว่า น่าเสียดายเรื่องที่เกิดขึ้น
ทั้งที่ ตนพยายามที่จะแสดงความเป็นมิตรไมตรีกับสมเด็จฮุนเซ็นมาตลอด โดยทั้งตน และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรมว.กลาโหม นั้น พยายามแสดงความจริงใจ และให้ความเคารพในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศเพื่อนบ้านที่ดำรงตำแหน่งมายาวนาน เดินทางไปหาตั้งแต่เริ่มเป็นฝ่ายค้าน เพราะคิดว่าประเทศไทยกับกัมพูชาต้องอยู่ร่วมกันโดยสันติ จึงต้องการแสดงให้ฝ่ายกัมพูชาเห็นถึงความจริงใจที่จะคบหาเป็นมิตรกัน ทั้งที่เข้าใจดีว่า สมเด็จ ฮุนเซ็น มีความสัมพันธ์พิเศษกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ตนได้ติดต่อกับสมเด็จฮุนเซ็น ในช่วงที่ประเทศไทยจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่จัดขึ้นประเทศไทย และเคยไปพบที่บ้านจริง โดยในครั้งนั้นได้คุยเรื่องทั่วไปหลายเรื่อง ที่สำคัญคือได้คุยประเด็นเรื่องการแลกเปลี่ยนนักโทษ จนนำมาสู่การปล่อยนักโทษคนไทยชาวมุสลิมมา 2 คน ส่วนการเจรจาเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ในทะเลนั้น สมเด็จ ฮุนเซ็น ได้บอกกับตนว่าได้มอบหมายให้ นายซกอาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา ซึ่งจะเจรจากับตนในฐานะตัวแทนฝ่ายไทย ทั้งนี้ตอนที่เจรจา นายซกอาน ไม่ได้อยู่ในประเทศ ตนจึงพยายามติดต่อหารือกับ นายซกอาน ตามที่เป็นข่าว
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การหารือที่บ้านสมเด็จฮุนเซ็นนั้นไม่ได้หอบเอกสารอะไรไปด้วยเป็นพิเศษ เอกสารก็เป็นที่รู้อยู่ในคณะกรรมการฯ ที่กระทรวงต่างประเทศ ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องลับ ที่อ้างว่ามีการนำเอกสารที่แบ่งพื้นที่เป็นโซนๆ นั้นจึงไม่ใช่
นายสุเทพ กล่าวต่ออีกว่า เป้าหมายใหญ่ของตน คือ ที่ไปหารือคือ ความสัมพันธ์ที่ดีของ 2 ประเทศ ทั้งนี้เมื่อกรณีดังกล่าวถูกนำมาเป็นประเด็น ตนจึงขอถามว่าความจำเป็นที่ฝ่ายไทยต้องรีบพัฒนาทรัพยากรในอ่าวไทยกับความจำเป็นที่กัมพูชาต้องรีบพัฒนาทรัพยากรในอ่าวไทย ฝ่ายไหนเป็นคนเร่งรีบ เร่งร้อนกว่ากันแน่ หากตอบคำถามได้ก็จะรู้ว่าฝ่ายใดเป็นคนเร่งรัด ริเริ่มที่จะมีการเจรจา ตนเรียนกับ นายกฮุนเซ็น และนายซกอาน แล้วว่ายินดีจะให้ความร่วมมือ เพื่อให้กระบวนการเจรจาสำเร็จเสร็จสิ้น ในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยได้อธิบายมาตรา 190 ให้ฟัง ข้อเท็จจริงมีเท่านี้ แต่พอพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ท่าทีผู้นำกัมพูชาก็ต้องเปลี่ยนไป
“ผมเข้าใจดีแต่ขอฝากไปถึงท่านนายกฮุนเซ็นว่าท่านก็น่าจะทำเรื่องเพียงแค่ปกป้องชื่อเสียงของประเทศ แต่ไม่ควรจะมาโจมตีผม เพราะจะกลายเป็นท่านเข้ามายุ่งกับเรื่องการเมืองในประเทศไทยมากเกินไป ผมคงไม่ปฏิบัติกับท่าน อยากจะเรียนว่ารัฐบาลไทยวันหน้าอาจจะเปลี่ยนไปได้ แต่ผมอยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชายังดี ไม่อยากทะเลาะเบาะแว้งกับนายกฮุนเซ็น” นายสุเทพกล่าว
เมื่อถามว่า ถ้ารัฐบาลในขณะนั้นไม่คิดว่าการเจรจาทางทะเลเป็นเรื่องเร่งด่วน เหตุใดถึงต้องหยิบยกเรื่องนี้ไปเจรจากับผู้นำกัมพูชาถึงที่บ้าน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไมได้หยิบยก แต่เมื่อไปพบกัน ก็คุยว่ามีประเด็นอะไรบ้าง ซึ่งที่จริงมันมียาวตั้งแต่เรื่องเขตแดน การเปิดด่าน
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าคนเปิดฉากคุยเรื่องผลประโยชน์ทางทะเลคือสมเด็จฮุนเซ็นใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ผมอยากจะเรียนอย่างนั้น แต่เดี๋ยวทะเลาะกันอีก เลยพยายามระมัดระวัง เอาเป็นว่าฝ่ายกัมพูชามีความกังวลใจ ด้วยมีการเจรจากันหลายรัฐบาลแล้วและเขาก็อยากเจรจาให้แล้วเสร็จ และอยากจะถามความจริงใจของเราว่าเราพร้อมไหม ซึ่งผมก็บอกว่ายินดี”
เมื่อถามว่า จะทำหนังสือสอบถามกลับไปหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ดูอาการแบบนี้แล้วคงยาก เพราะคิดว่า สมเด็จฮุนเซ็น เลือกข้างชัดเจนแล้ว ว่าจะเลือกข้างพ.ต.ท.ทักษิณ วันนี้ทั้งหมดที่ทำคือเพื่อปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ นั่นเอง ไม่ใช่ปกป้องผลประโยชน์กัมพูชา นั่นก็เพราะมีคนวิพากษ์วิจารณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่ามีผลประโยชน์ร่วมกับกัมพูชา และสมเด็จฮุนเซ็น จึงย้อนกลับมาเล่นงานตน ก็เข้าใจ
ส่วนกรณีการทำหนังสือถึง นายซกอาน ในประเด็นแถลงการณ์องค์กรปิโตรเลียมกัมพูชาที่เคยเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ตอนแรกกำลังรอคำแปล และรวบรวมข้อมูลเพื่อยกร่างหนังสือเพื่อส่งไปในฐานะบุคคลที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพราะอย่างไรความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องรักษาไว้ วันข้างหน้าเผื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ต้องคบกัน ไม่ควรใส่ร้ายกันเพราะกรณีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องระหว่างประเทศ แต่เป็นเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ กับพวกตน แต่พอ สมเด็จฮุนเซ็น ออกมาพูดแบบนี้ตนก็เข้าใจว่าทั้งหมด สมเด็จฮุนเซ็น เป็นผู้สั่งการ ดังนั้นไม่มีประโยชน์อะไรที่ตนจะเขียนจดหมายถึงซกอานอีก
เมื่อถามว่าบทบาทของ สมเด็จฮุนเซ็น เช่นนี้ ถือเป็นการทำนายล่วงหน้าหรือไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะอยู่ยาว กัมพูชาเลยเลือกที่อยู่ข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ นายสุเทพ กล่าวว่า คงไปเดาใจไม่ได้ แต่ตอนที่ตนเป็นรัฐบาลก็พยายามดีด้วย พอแรงมาก็อดทน พยายามคิดถึงความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ เพราะมันหนีกันไม่ได้
เมื่อถามต่ออีกว่า การกล่าวหารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์โดยอ้างถึงชื่อนายสุเทพและผลประโยชน์ทางทะเล เช่นนี้มีวาระอะไรหรือไม่ ซึ่งในวันพรุ่งนี้นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปกัมพูชา นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นการกลบเกลื่อน เรื่องที่มีความสัมพันธ์พิเศษกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และใช้ข่าวเรื่องนี้ ตนเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ กับสมเด็จฮุนเซ็น คิดอ่านร่วมกัน กับพรรคเพื่อไทยและรัฐบาล จึงหยิบยกเรื่องนี้มาเพื่อกลบเรื่องอื่น ขณะนี้มีข่าวเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายจำนวนมากจึงมีเรื่องนี้ขึ้นมา พอพ้นเรื่องนี้ก็จะเล่นเรื่องเขาแพงของลูกชายตน เรื่องศพที่ จ.ระยอง เรื่องสลายการชุมนุม เชื่อว่าจะเอามาใหม่อีก
ทั้งนี้ เมื่อถามว่า การเจรจาผลประโยชน์ทางทะเลที่ในอนาคตน่าจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ มองว่ารัฐบาลจะเดินอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า จะเดินอย่างไรก็ต้องแจ้งให้ทราบ เพราะการที่จะไปเจรจาเรื่องพัฒนาพื้นที่ทางทะเลกับกัมพูชานั้นต้องขออนุมัติจากสภาก่อน ส่วนจะเปิดประชุมร่วม 2 สภาหรือไม่นั้น ก็คงเป็นไปตามหลักการว่ารัฐบาลจะต้องขออนุมัติกรอบการเจรจาก่อน และหากจะมีการดำเนินการจริง รัฐบาลเพื่อไทยก็จะเป็นแบบนี้เช่นกัน นั่นคือ สมเด็จฮุนเซ็น กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะคุยกันนอกรอบก่อนว่าจะเจรจาอย่างไร ก่อนจะยกร่างเป็นกรอบ เพื่อให้คณะทำงานมีการดำเนินงานร่วมกัน เสนอต่อสภาเพื่อขออนุมัติ



