ข่าว

หลายจว.เฝ้าระวังน้ำท่วมเพิ่ม

หลายจว.เฝ้าระวังน้ำท่วมเพิ่ม

14 ก.ย. 2554

ดินโคลนถล่มอุตรดิตถ์เสียหายกว่า 263 ลบ.เร่งสร้างสะพานเบลี่ย์ เชื่อมเส้นทางบ้านต้นขนุน -บ้านห้วยคอม บ้านห้วยเนียม ร ศภช."เตือน 10 จว.เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง14-17 ก.ย.นี้ ทางด้านพิษณุโลกเทศบาลเฝ้าระวังน้ำน่านล้นตลิ่ง 24 ชม. ส่วนอุบลราชธานีพระโอดพิษน้ำท่วมไม่มี

           นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เหตุน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม ที่ ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย สูญหาย 2 ราย ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 705 ครัวเรือน จำนวน 2,028 คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย รักษาที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ 2 ราย และโรงพยาบาลน้ำปาด 4 ราย ซึ่งทุกรายปลอดภัยและมีอาการดีขึ้นแล้ว การให้ความช่วยเหลือคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ายังมีฝนตกลงมาและเป็นอุปสรรคให้การทำงานของเจ้าหน้าที่และต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เรื่องของอาหารการกินนั้นไม่เป็นปัญหา เพราะได้รับน้ำใจหลั่งไหลจากหลายหน่วยงาน ประชาชนทั่วไป นำข้าวสารอาหารแห้ง เสื้อผ้า มามอบให้กับผู้ประสบภัย มีการจัดตั้งโรงครัว ทำอาหารแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ ส่วนด้านถนนและสะพานนั้น จุดที่ชำรุดเร่งซ่อมแซมให้สามารถใช้งานได้
 
          ขณะเดียวกันได้สำรวจเร่งเร่งจัดหาที่ดิน เพื่อก่อสร้างบ้านและที่ทำกินให้ผู้ประสบภัย โดยได้กำหนดพื้นที่ป่าไม้ บริเวณสามแยกทางไปบ้านนาผักฮาดและบ้านห้วยเดื่อ ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด จำนวนกว่า 100 ไร่ เพื่อไม่ให้ไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน ไม่ต้องปรับทั้งการใช้ชีวิต วัฒนธรรมและต้องมีความปลอดภัย สำหรับบ้านนั้นตอนนี้มีมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบภัย จึงพระราชทานความช่วยเหลือบ้านน็อกดาวน์สำหรับผู้ประสบภัยที่บ้านถูกน้ำป่า พัดพังเสียหายทั้งหลัง และมีบ้านของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีจำนวนบ้านที่เสียหายทั้งหลัง 71 หลัง และเสียหายบางส่วน จำนวน 38 หลัง
 
          "จำเป็นต้องเร่งจัดหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้ผู้ประสบภัย เพราะในพื้นที่สุ่มเสี่ยงเกิดดินโคลนถล่มซ้ำ หลังฝนตกต่อเนื่อง ดินตามเขาภูเมียงอุ้มน้ำ อ่อนตัว พร้อมติดตั้งสัญญาณเตือนภัย ต.น้ำไผ่ อบรมแผนการอพยพ มิสเตอร์เตือนภัย และกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวต่อการเฝ้าระวัง วิธีสังเกตการณ์เกิดน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม "นายโยธินศร์ กล่าว
 
          นายโยธินศร์ กล่าวว่า จากการประชุมส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ และ อปท. เพื่อสรุปความเสียหาย ของบประมาณไปยังส่วนกลางเพื่อซ่อมแซม และฟื้นฟูพื้นที่ที่เสียหายทั้งหมด 263,834,400 บาท และได้เปิดบัญชีเพื่อรับบริจาค ชื่อบัญชี "ช่วยเหลือราษฎรที่ดินโคลนถล่ม ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ เลขที่ บัญชี 537-0-20286-9 ธนาคารกรุงไทยสาขาน้ำปาด ขณะนี้มียอดบริจาค 268,186.15 บาท จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมบริจาคสิ่งของที่ต้องการอย่างเร่งด่วน ได้แก่ ชุดชั้นใน ผ้าอนามัย ผ้าเช็ดตัว และของใช้ส่วนตัว โดยสามารถบริจาคได้ที่ ศาลาประชาคม อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

สร้างสะพานเบลี่ย์ เชื่อมเส้นทางบ้านต้นขนุน-บ้านห้วยคอม แล้วเสร็จ
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่จากศูนย์ซ่อมสร้างสะพาน จ.พิจิตร กรมทางหลวง ใช้เวลา 3 วันในการติดตั้งสะพานเบลี่ย์ ล่าสุดสามารถใช้สัญจรได้แล้ว เพื่อเชื่อมเส้นทางจากบ้านต้นขนุน หมู่ 3 ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ จุดที่ได้รับความเสียหายจากดินโคลนถล่ม ไปยังหมู่ 4 บ้านห้วยคอม หมู่ 5 บ้านห้วยเนียม ต.น้ำไผ่ ซึ่งถูกน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่มประชาชนกว่า 300 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะที่บ้านห้วยคอม มีบ้านพังเสียหายทั้งหลัง 12 หลังคา บ้านพังเสียหายบางส่วน 10 หลังคา

          สะพานเบลี่ย์ที่สร้างเสร็จ รับน้ำหนักได้ไม่เกิน 10 ตัน ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่หมู่ 4 หมู่ 5 ต.น้ำไผ่ คล่องตัวมากขึ้น ก่อนหน้านี้ใช้ออฟโรด ในการขนสิ่งเข้าไปยังพื้นที่ ก่อนที่สะพานเบลี่ย์จะสร้างเสร็จ ชาวบ้านที่ถูกตัดขาด 2 หมู่บ้านเลือกที่จะเดินเท้ามารับบริจาคสิ่งของและเดินเท้าแบกสิ่งของที่มีความหนักกว่า 10 กล.ลัดเลาะไปตามซากปรักหักพัง ก้อนหินขนาดใหญ่ และลำห้วย นอกจากนี้การขนย้ายผู้ป่วยก็เป็นไปอย่างยากลำบาก
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่การค้นหาผู้สูญหายจากน้ำป่าพัด ที่ยังเหลืออีก 2 รายคือ นายพา คำไว อายุ 40 ปี และด.ช.ยิ่งศักดิ์ อินดีสี อายุ 5 ขวบ เจ้าหน้าที่ต้องปรับกลยุทธ์ในการค้นหาและคาดหวังจะนำร่างผู้สูญหายมาบำเพ็ญกุศลพร้อมกับศพผู้เสียชีวิตอีก 5 ราย ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ จากเดิมที่ค้นหา ณ จุดที่เกิดดินโคลนถล่มทับบ้านเรือน ซากปรักหักพัง เป็นเวลา 5 วันไม่เจอ กำลังพลจากจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์พร้อมสุนัขดมกลิ่น 3 ตัวใช้วิธีเดินเท้า ค้นหาไปตามทิศทางการไหลของน้ำ ลำห้วย ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ส่วนบริเวณที่พบกองซากปรักหักพังความยาวกว่า 2 กิโลเมตร อ่างเก็บน้ำคลองตรอน ต.น้ำใคร้ อ.น้ำปาด ซึ่งเป็นจุดรับน้ำจากบ้านต้นขนุน นั้น กำลังทหารส่วนหนึ่งได้เข้ารื้อซากดังกล่าว เพื่อค้นหาผู้สูญหาย และเพื่อไม่ให้เกิดการเน่าเสียของน้ำ ที่อาจจะส่งผลต่อระบบนิเวศน์ สัตว์น้ำ อ่างเก็บน้ำคลองตรอน เก็บกักน้ำเพื่อป้องกันอุทักภัยและใช้ช่วงหน้าแล้งเก็บน้ำปริมาณ 59 ล้าน ลบ.ม

"ศภช."เตือน 10 จังหวัด เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง14-17 ก.ย.นี้

          ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ(ศภช.) แจ้งว่า ระหว่างวันที 14 -17 ก.ย.54  จะเกิดน้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ , อุทัยธานี , อยุธยา , สิงห์บุรี , ชัยนาท , อ่างทอง , ปทุมธานี , นนทบุรี , กรุงเทพฯ และ สมุทรปราการ ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ นอกคันกั้นน้ำและริมแม่น้ำสาขาเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วม ควรเคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัยและขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยและติดตามข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง

พิษณุโลกเทศบาลเฝ้าระวังน้ำน่านล้นตลิ่ง 24 ชม.

          ที่ จ.พิษณุโลก  แม่น้ำน่านอ.เมืองพิษณุโลก มีความสูง 10.51 เมตร และยังคงมีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยเมื่อคืนวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา สถานการณ์แม่น้ำน่านก็ผ่านไปด้วยดีอีก 1 วัน ไม่มีน้ำล้นตลิ่งในเขตเทศบาล แม้ว่าช่วงนี้จะเกิดฝนตกหนัก โดยช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา แม่น้ำน่านลดระดับอยู่ที่ 10.41 เมตร และมาเพิ่มระดับสูงอีกครั้ง 10 ซม.ในช่วงเช้า ขณะนี้ทั้งเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ต้องระบายน้ำออกอย่างเต็มที่เนื่องจากการกักเก็บน้ำเกือบเต็มความจุอ่างแล้ว 
 
          นางเปรมฤดี ชามพูนท นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เทศบาลนครพิษณุโลก  กล่าวว่า  จากสถานการณ์น้ำในแม่น้ำน่านที่เพิ่มสูงขึ้นจนเกือบล้นตลิ่ง จนทำให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลก หวั่นวิตกว่าน้ำจะไหลเข้าท่วมในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก  ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ย.54 ระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำ N5A พิษณุโลก  อยู่ที่ระดับ 10 เมตร 55 เซนติเมตร โดยจุดวิกฤติของแม่น้ำน่านอยู่ที่ระดับ 10 เมตร 54 เซนติเมตร   มีปริมาณน้ำไหลผ่านเมืองพิษณุโลก 1558 ลูกบาศก์เมตร/วินาที  ซึ่งนับว่าสูงกว่าระดับน้ำในปี 2538 อยู่ 4 เซนติเมตร  (ปี 2538 ระดับน้ำอยู่ที่ 10 เมตร 51เซนติเมตร)
 
          ในส่วนของศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เทศบาลนครพิษณุโลก ได้มีการประชุมเตรียมพร้อมอย่างเร่งด่วนและมีการประสานงานกับโครงการชลประทานพิษณุโลกเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำน่านขณะนี้เพิ่มสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะทรงตัวอย่างต่อเนื่องประมาณ  4 -5 วัน สืบเนื่องมาจากมีฝนตกลงมาในพื้นที่ตอนเหนือเมืองพิษณุโลก โดยเฉพาะในลุ่มน้ำปาด และลุ่มน้ำตรอน ทำให้น้ำไหลลงสู่แม่น้ำน่านอย่างรวดเร็ว  รวมถึงการบริหารจัดการน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ ที่ขณะนี้กักเก็บน้ำไว้อยู่ที่ 95%  เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนกักเก็บน้ำอยู่ที่ 98% หรือ 920 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนสามารถเก็บน้ำได้ 939 ล้านลูกบาศก์เมตร  โดยมีการลดการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ และหยุดการปล่อยน้ำจากเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจได้รับความเสียหาย
 
          ทางศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เทศบาลนครพิษณุโลก ได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และมีการเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ได้มีการออกประกาศเทศบาลนครพิษณุโลก เรื่อง ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากภาวะแม่น้ำน่านล้นตลิ่ง (ฉบับที่ 3) โดยให้พี่น้องประชาชน ที่อยู่อาศัยในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมตลิ่งหรือเรือนแพริมฝั่งแม่น้ำน่านให้ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำจากแม่น้ำน่านล้มตลิ่ง และให้เตรียมการขนย้ายสัมภาระสิ่งของไว้ในที่สูงหรือในที่ปลอดภัย และให้ติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศหรือประกาศแจ้งเตือนจากเทศบาลนครพิษณุโลกอย่างใกล้ชิด
 
          "เทศบาลนครพิษณุโลกขอเรียนให้พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกได้ทราบว่า ขณะนี้เทศบาลนครพิษณุโลกได้ดำเนินการป้องกันปัญหาน้ำท่วมในเขตเมืองพิษณุโลกอย่างเต็มกำลังความสามารถ  โดยได้มีการจัดวางแนวกระสอบทรายเสริมตลิ่ง และจัดทำพนังกั้นน้ำในพื้นที่หรือจุดเสี่ยงให้มีระดับความสูงที่ 10.70 เมตร  และขอความร่วมมือมิให้ประชาชนรื้อหรือเคลื่อนย้ายแนวกระสอบทรายที่จัดกั้นไว้โดยเด็ดขาด  สำหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลือให้แจ้งมายังศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เทศบาลนครพิษณุโลก ตั้งอยู่ ณ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ดับเพลิง) หมายเลขโทรศัพท์  055-258000 หรือทางสายด่วน 199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายกเทศมนตรีกล่าว

พระโอดน้ำท่วมญาติโยมไม่ลงวัด

          สถานการณ์ น้ำท่วมจ.อุบลราชธานี  หนักขึ้นทุกวัน ล่าสุด ฝนตกหนักในพื้นที่ อ.โขงเจียม ไหลทะลักท่วมสะพานและถนนทางเข้าหมู่บ้านใน ต.หนองแสงใหญ่ อบจ.ต้องเร่งนำความช่วยเหลือไปให้ชาวบ้าน จำนวน151 ครอบครัว ถนนถูกตัดขาดมานาน 3 วัน ส่วนทหารจาก นพค.56 เร่งนำกระสอบทรายกั้นน้ำมูลไม่ให้ไหลท่วมพื้นที่เกษตรกรรม ขณะที่พระก็เดือดร้อนไม่มีญาติโยมมาถวายเพล เพราะวัดถูกน้ำท่วม         
 
          รวมทั้งจากที่มีฝนตกในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ติดต่อกันมาหลายวัน ทำให้มีน้ำป่าไหลเข้าลำห้วยหมาก และลำห้วยยาง ในเขต ต.หนองแสงใหญ่ อ.โขงเจียม เป็นปริมาณมาก จนน้ำจากลำห้วยทั้งสองสายล้นตลิ่งไหลท่วมสะพาน และถนนทางเข้าหมู่บ้านกุดเรือคำ หมู่ที่ 8 ต.หนองแสงใหญ่ ระยะทางยาวประมาณ 300 เมตร และมีน้ำไหลเชี่ยวแรงจนไม่สามารถใช้เรือแล่นแทนรถ
 
          นายบุญจันทร์ วารสินธ์ กรรมการหมู่บ้านกุดเรือคำ กล่าวว่า บ้านกุดเรือคำประสบปัญหาน้ำป่าล้นตลิ่งไหลท่วมสะพานและถนนทางเข้าหมู่บ้านเป็นประจำทุกปี จึงต้องการให้หน่วยงานรัฐช่วยยกระดับถนนในจุดที่ถูกน้ำท่วมให้สูงขึ้น ก็จะทำให้ชาวบ้านสามารถใช้เส้นทางสัญจรไปมาได้สะดวก    

          ทางด้านนายสุทัศน์ เรืองศรี รองนายก อบจ.อุบลราชธานี กล่าวถึงการแก้ไขระยะยาว อบจ.จะทำการซ่อมแซมสะพานห้วยหมาก หลังฝนหยุดตกและน้ำลดลง ส่วนการยกระดับถนนจะนำไปหารือ เพื่อจัดสรรงบประมาณมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนต่อไป
 
          ส่วนที่บ้านหาดสวนยา ต.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พ.อ.อัครภณ  ทองสุทธิ์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้นำกำลังพลกว่า 20 นาย ช่วยกันตักทรายใส่กระสอบจำนวนกว่า 500 ใบ ทำเป็นเขื่อนกั้นเพื่อกักน้ำในจุดที่เสี่ยงไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือราษฎร รวมทั้งป้องกันไม่ให้น้ำจากแม่น้ำมูลที่มีระดับสูงขึ้นไหลเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่ม
 
          สำหรับการช่วยเหลือราษฎรในครั้งนี้ ได้นำเรือท้องแบน จำนวน 2 ลำ พร้อมทั้งรถขนย้ายอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแก่ราษฎร
 
          ขณะที่ วัดเสนาวงศ์ ตั้งอยู่ในชุมชนท่าบ้งมั่ง เทศบาลเมืองวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีพระจำพรรษาอยู่จำนวน 4 รูป ถูกน้ำจากแม่น้ำมูลล้นตลิ่งไหลท่วม โดยกุฏิบางหลังถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ทำให้พระต้องมาอาศัยรวมกันในอุโบสถใหญ่ ที่ตั้งอยู่จุดสูงสุดของวัดที่น้ำยังท่วมไม่ถึง แต่ถ้าระดับน้ำสูงอีก 5-10 เซนติเมตร ก็จะเริ่มไหลท่วมตัววัดทั้งหมด
 
          พระนรินทร์ ฐิตะธัมโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาส กล่าวว่า ยังต้องจำพรรษาอยู่ในวัด เพราะเป็นช่วงเข้าพรรษา ส่วนการออกบิณฑบาตต้องนั่งเรือไปรับบาตรจากประชาชนที่อพยพไปอยู่ในศูนย์อพยพ แต่ช่วงฉันเพลไม่มีประชาชนมาถวายอาหาร เนื่องจากวัดถูกน้ำท่วมเดินทางเข้ามาไม่ได้ ส่วนการช่วยเหลือขณะนี้ ตั้งแต่วัดถูกน้ำท่วม ก็ได้มีหน่วยงานทหารจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 นำถุงยังชีพมาแจกจ่ายให้กับทางวัด      ส่วนสิ่งของที่ต้องการก็ขอให้พิจารณากันเอง จะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่มก็ได้ เนื่องจากไม่สามารถที่จะอกไปบิณฑบาตได้
 
          ระดับน้ำแม่น้ำมูลวันนี้ ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 9 เซนติเมตร อยู่ที่ 7.78 เมตร อัตราการไหลของน้ำความเร็ว 3,034 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และแนวโน้มระดับน้ำยังปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะในพื้นที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง

นครราชสีมาหวั่นน้ำทะลักตั้งศูนย์ช่วยน้ำท่วม 24 ชม.

          ที่ห้องประชุมศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา  หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข , กลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ , กลุ่มงานสุขศึกษาประชาสัมพันธ์ และหัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรค ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าร่วมประชุมรับทราบนโยบายจาก นายวิทยา บูรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้มีการมอบนโยบายการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และแผนการเตรียมงานเพื่อให้สามารถเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอุทกภัยได้อย่างทันท่วงที ผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ ถ่ายทอดสัญญาณไปถึงจังหวัดต่างๆที่เกิดเหตุอุทกภัยและมีแนวโน้มว่ากำลังจะต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม อาทิเช่น จ.นครราชสีมา , ยโสธร , นนทบุรี , ลพบุรี , สุพรรณบุรี , ราชบุรี และจังหวัดระนอง เป็นต้น
 
          โดยการประชุมครั้งนี้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของสำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัดให้มีการประสานงานร่วมกับทางทุกหน่วยงานของจังหวัดในการเฝ้าระวังและรับแจ้งเหตุการณ์น้ำท่วมในทุกพื้นที่ พร้อมกับเตรียมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยเน้นการช่วยเหลือไปที่ผู้สูงอายุ เด็ก และเตรียมดำเนินการให้คำปรึกษาแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยที่จะเกิดภาวะเครียดและมีผลกระทบไปถึงสุขภาพร่างกายต่างไว้ให้พร้อม ซึ่งหากหน่วยงานใดต้องการงบประมาณในการดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มเติมให้เสนอเรื่องมายังทางกระทรวงสาธารณสุขได้ทันที
  
          ขณะที่การเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุอุทกภัยของหน่วยงานอื่น อย่างเช่นสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา นายรังสรรค์ ระวังสำโรง ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ได้สั่งการให้ทางสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทั้ง 32 อำเภอ ได้ประสานงานไปยังทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกพื้นที่ เพื่อจัดเตรียมขอรับการสนับสนุนรถยนต์เพื่อที่จะใช้ลำเลียงหญ้าแห้งเพื่อใช้เป็นอาหารโค กระบือ ในยามที่เกิดเหตุอุทกภัยรุนแรง ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการจัดเตรียมหญ้าแห้งที่ไว้ใช้เป็นอาหารสัตว์จำนวน 25 ตัน ไว้ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทันทีที่ได้รับการร้องขอ นอกจากนี้ยังได้มีการจัดเตรียมวัคซีนป้องกันโรคระบาดต่างๆ เพื่อเตรียมที่จะออกแจกจ่ายให้กับเกษตรกรทันที่ที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเช่นเดียวกัน
  
          นายรังสรรค์ ระวังสำโรง ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า พื้นที่ที่มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จำนวนมาก และต้องประสบกับปัญหาสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ โค กระบือ ขาดแคลนอาหารจากภาวะน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี อยู่ในพื้นที่ 3 อำเภอ ซึ่งประกอบด้วย อ.เมืองนครราชสีมา , อ.โนนสูง และ อ.โนนไทย ซึ่งในพื้นที่ 3 อำเภอนี้มีจำนวนโค-กระบือรวมกันมากกว่า 20,000 ตัว ที่ต้องขาดแคลนอาหารในช่วงที่เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ และอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การลำเลียงหญ้าแห้งที่ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา สนับสนุนเป็นอาหารสัตว์เหล่านี้ล่าช้าก็เนื่องจากมีรถยนต์ที่จะใช้ขนหญ้าไม่พอเพียงดังนั้นในปีนี้จึงได้สั่งการให้ทางสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอให้ประสานของรับการสนับสนุนรถยนต์ที่จะใช้ลำเลียงหญ้าแห้งจากทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ช่วยเหลือในการลำเลียงอาหารสัตว์ได้อย่างรวดเร็ว
  
          ส่วนปริมาณน้ำ ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในจ.นครราชสีมา ปัจจุบันนั้น อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำล่าสุดอยู่ที่ 239.560 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุกักเก็บทั้งสิ้น 324.39 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 73.85 % ของความจุ , อ่างเก็บน้ำลำมูลบน อ.ครบุรี ปริมาณน้ำอยู่ที่ 111.560 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุ 141.00 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 79.12 % , อ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี ปริมาณน้ำอยู่ที่ 233.840 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุทั้งสิ้น 250.00 ล้านลูกบาศก์เมตร  และอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย ปริมาณน้ำอยู่ที่ 94.32 ล้านลูกบาศก์เมตร  จากความจุทั้งสิ้น 109.63 ล้านลูกบาศก์เมตร  คิดเป็น 86 % ซึ่งในส่วนของอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัยนั้น ถือเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมมากที่สุดในช่วงนี้ เนื่องจากทางสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา รายงานว่ายังคงมีปริมาณน้ำจากเขาภูหลวง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง