
ละเลยภาษี'หุ้นชิน'ชาติสูญมหาศาล
สรรพากรละเลยเก็บภาษี 'หุ้นชิน' ชาติสูญเสียมหาศาล หาคนรับผิดชอบไม่ได้? โดย 'ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์'
ขณะที่สาธารณชนกำลังจับตาว่า อัยการสูงสุดจะยื่นฎีกาในคดีที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2554 ให้ยกฟ้องให้ยกฟ้องคุณหญิงพจมาน ชินวัตร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมานและให้รอการลงโทษจำคุก 2 ปีนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น ในคดีหลีกเลี่ยงการชำระภาษีการโอนหุ้นหุ้น บริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด จำนวน 546 ล้านบาท (รวมเบี้ยปรับ)จากหุ้น 4.5 ล้านหุ้น มูลค่า 738 ล้านบาท หรือไม่นั้น
สิ่งที่ไม่ค่อยพูดถึงกันเท่าไหร่คือ ความเสียหายหรือความสูญเสียจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นจากการไม่ยอมทำหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงในกรมสรรพากรทำให้ไม่สามารถเก็บภาษีที่เกิดขึ้นจากการโอนหุ้นบริษัทชินคอร์ปของครอบครัวชินวัตรได้แม้แต่บาทเดียว
คดีภาษีการโอนหุ้นของครอบครัวชินวัตรมีอยู่ด้วยกัน 2 คดี
คดีแรก เป็นการโอนหุ้นจาก น.ส.ดวงตา วงศ์ภักดี คนรับใช้ให้แก่นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จำนวน 4.5 ล้านหุ้น แต่ทำเป็นการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่า 738 ล้านบาท โดยคุณหญิงพจมาน สั่งจ่ายเช็คชำระค่าซื้อขายหุ้นเอง ซึ่งในทางกฎหมายได้ข้อยุติแล้วว่า หุ้นที่คุณหญิงพจมานโอนให้แก่นายบรรณพจน์เป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
แม้แต่ศาลอุทธรณ์ในคดีข้างต้นก็เห็นว่า นายบรรณพจน์หลีกเลี่ยงภาษีเงินได้พึงประเมิน 546 ล้านบาท เช่นเดียวกับคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมสรรพากร เพียงแต่ว่า กรมสรรพากรยุคที่มีนายศุภรัตน์ ควัฒนกุล เป็นอธิบดีและนายศิโรฒน์ สวัสดิพาณิชย์ เป็นรองอธิบดีในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ละเลยหรือช่วยเหลือไม่ยอมเก็บภาษีจำนวนดังกล่าว ทำให้การประเมินภาษีในภายหลังเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงไม่สามารถเรียกเก็บภาษีจำนวนดังกล่าวได้อีก
ต่อมาแม้นายศิโรฒน์และพวกรวม 5 คนถูกไล่ออกจากราชการ แต่ก็ยังไม่มีการสอบสวนหาผู้รับผิดชอบในทางแพ่ง
ตรงกันข้ามในยุครัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ก๊วนบุคคลและข้าราชการที่ช่วยเหลือให้ครอบครัวชินวัตรไม่ต้องเสียภาษีการโอนหุ้นได้รับการปูนบำเหน็จเป็นใหญ่ในรัฐบาลและได้เลื่อนตำแหน่งคุมกรมสำคัญในกระทรวงการคลังกันถ้วนหน้า
คดีที่สอง กรณี นายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตร พ.ต.ท.ทักษิณซื้อหุ้นบริษัทชินคอร์ป จำนวน 329.2 ล้านหุ้นจาก บริษัท แอมเพิลริช อินเวสท์เมนท์ จำกัด ใน ราคาหุ้นละ 1 บาท เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2549 นอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก่อนที่จะขายต่อให้แก่บริษัท เทมาเส็กโฮลดิ้ง ของสิงคโปร์ผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ในราคา 49.25 บาท ทำให้ได้ผลประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้นละ 48.25 บาท
ต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)ไต่สวน พบว่า เป็นการหลีกเลี่ยงภาษี จึงส่งให้กรมสรรพากรประเมินภาษีบุคคลทั้งสอง คนละ 5,675 ล้านบาทหรือเกือบ 12,000 ล้านบาท บุคคลทั้งสองจึงยื่นฟ้องกรมสรรพากร
ปรากฏว่า ในช่วงแรก ก่อนที่ คตส.จะส่งเรื่องให้กรมสรรพากรภาษีประเมินภาษีนั้น ทั้งผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงการคลัง กรมสรรพากร ต่างดาหน้าออกมาแถลงยืนยันว่า การโอนหุ้นดังกล่าวไม่ต้องเสียภาษี
แม้ต่อมาศาลภาษีอากรกลางจะให้นายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทาเป็นผู้ชนะคดีเมื่อปลายปี 2553 แต่เป็นการวินิจฉัยในประเด็นว่า นายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทา มิใช่เจ้าของหุ้นที่แท้จริง โดยอ้าง คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดียึดทรัพย์46,000 ล้านบาท ว่า บุคคลทั้งสองเป็นเพียงผู้ถือหุ้นแทน พ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่ได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาหุ้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังมีข้อถกเถียงในปัญหาข้อกฎหมายที่ยังไม่ยุติและกรมสรรพากรยังไม่เคยมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน แต่กรมสรรพากรกลับไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาอย่างค่อนข้างมีพิรุธ
เพราะที่ผ่านมา กรมสรรพากรมักตามไล่ล่าภาษีจากชาวบ้านแบบไม่ลดละไม่ว่าจำนวนเงินจะมากน้อยขนาดไหนก็ต้องสู้กันถึงศาลฎีกา
ตัวอย่างคือ คดีนางศิรินันท์ ศันสนาคม เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรมสรรพากรว่าจำเลยแจ้งการประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2542เพิ่มอีก 235.88 บาท เงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ที่คำนวณถึงวันที่ 30 เมษายน 2545 อีก 88.50 บาท ซึ่งในที่สุดชาวบ้านเป็นฝ่ายชนะคดี(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6220/2549)
เมื่อกรมสรรพากรไม่ยอมอุทธรณ์คดีดังกล่าว ทั้งๆที่ยังไม่มีการวินิจฉัยให้เป็นบรรทัดฐาน ขณะเดียวกันคงไม่มีผู้บริหารกรมสรรพากรหน้าไหนจะกล้าไปตามเก็บภาษีจาก พ.ต.ท.ทักษิณในฐานะ “ตัวการ”เพราะที่ผ่านมาทำตัวเป็นผู้รับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณอย่างซื่อสัตย์มาตลอด
อาจมีคำถามว่า จะหวังอะไรกับนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะผู้กำกับดูแลกรมสรรพากรได้หรือไม่
ใครที่ติดตามบทบาท นายธีระชัย มาตลอด คงตอบคำถามได้เป็นอย่างดี
...........
(หมายเหตุ : ที่มา : "สรรพากรละเลยเก็บภาษีหุ้นชิน ชาติสูญเสียมหาศาล หาคนรับผิดชอบไม่ได้?" โดย "ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์" http://www.prasong.com/)



