
16ก.ย.นี้คืนภาษีรถคันเเรก1เเสน
ครม.ไฟเขียวคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรก เผยเริ่มบังคับใช้ 16 ก.ย.นี้ สั่งตั้งงบ 3 หมื่นล้านคืนหลังตุลาคมปีหน้า พร้อมเห็นชอบขยายเวลาลดภาษีดีเซลอีก 3 เดือนถึงสิ้นเดือนธ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 13 กันยายน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีสนับสนุนการมีรถยนต์คันแรกตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยกรมสรรพสามิตจะคืนเงินภาษีให้สำหรับรถยนต์คันละไม่เกิน 1 ล้านบาท ขนาดไม่เกิน 1,500 ซีซี ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีเงื่อนไขว่า ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 21 ปีบริบูรณ์ และจะต้องไม่มีการโอนรถภายใน 5 ปี สามารถขอคืนภาษีได้ตามฐานคำนวนภาษีหลังถือครองครบ 1 ปี หรือเริ่มจ่ายคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป ซึ่งให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2554 เป็นต้นไป และสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2555
ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในระยะเวลา 1 ปีกว่าที่มาตรการมีผลบังคับใช้นั้น จะมียอดจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้สิทธิในมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรกประมาณ 5 แสนคัน โดยรัฐบาลต้องการให้เน้นที่ไปรถประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) รถยนต์นั่งขนาดไม่เกิน 1,500 ซีซี และรถปิกอัพที่มีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ทั้งนี้รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณสำหรับการชดเชยภาษีสรรพสามิตในปีถัดไปไว้ที่ 3 หมื่นล้านบาท และมั่นใจว่าจะไม่เป็นภาระงบประมาณ เพราะมาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลจะได้ประโยชน์จากการเก็บภาษีรถยนต์เพิ่มขึ้นด้วย
ขณะที่นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติมาตรการภาษีรถยนต์คันแรกแล้ว ตามที่กระทรวงการคลังเสนอพร้อมทั้งอนุมัติและจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ 2555 จำนวน 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ และเสนออนุมัติจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ 2556 จำนวน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคันละ 1 แสนบาท
นอกจากนี้ ครม.ได้อนุมัติในหลักการให้อธิบดีกรมสรรพสามิตหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายมีอำนาจอนุมัติให้คืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกให้แก่ผู้ซื้อ และเสนอ ครม.มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมให้ความร่วมมือกับกรมสรรพสามิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแสดงหลักฐานการครอบครองรถยนต์คันแรก การบันทึกข้อมูลห้ามจำหน่ายโอนรถยนต์ภายใน 5 ปี ตามมาตรการดังกล่าวของรัฐบาลต่อไป
"กรณ์"ทวิตวิจารณ์ภาษีรถคันแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รองนายกรัฐมนตรี(เงา) พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กถึงกรณีการลดภาษีรถยนต์คันแรกว่า ภาษีรถคันแรกสวนทางกับนโยบายแก้รถติด และประหยัดพลังงาน ผู้ได้ประโยชน์สูงสุด คือ รถนั่งส่วนบุคคลของคนชั้นกลางในเมือง คือโตโยต้า ฮอนด้า ที่ได้รับสิทธิ ได้ค่าภาษีคืนเต็มเม็ดเต็มหน่วย คือ 1 แสนบาท ส่วนรถกระบะที่สามารถใช้ประกอบการต่างๆ ของกลุ่มคนทำงานนอกเมืองได้คืนแค่ 2-6 หมื่นบาทเท่านั้น
“รัฐบาลแก้ไขจากการลดภาษีเป็นแจกเช็คแทนครับ เนื่องจากตอนแถลงนโยบาย ฝ่ายค้านแย้งไปว่า คนที่จะได้ลดภาษีจริงๆ มีน้อยมาก ซึ่งขอชื่นชมที่รับฟัง และคำแย้งนี้สามารถให้ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่า” นายกรณ์ กล่าว
ขยายเวลาลดภาษีดีเซล3เดือน
ด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับการขยายเวลาลดภาษีน้ำดีเซลนั้น วันเดียวกัน นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ออกไปอีก 3 เดือนหรือสิ้นสุดจากการเก็บ ภาษีปัจจุบันที่อยู่ระดับใกล้ศูนย์บาทต่อลิตร จะครบกำหนดในสิ้นเดือนกันยายน
ขณะที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การต่ออายุมาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นการช่วยเหลือลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน และภาคขนส่ง ซึ่งเมื่อใกล้ครบกำหนดในช่วงสิ้นปีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงานจะหารือกันเพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมต่อไป โดยให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง แต่ยืนยันว่า จะยังไม่ปรับภาษีสรรพสามิตน้ำมันทุกรายการ ในอีก 6 เดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากน้ำมันดีเซลเดิมในอัตราลิตรละ 5.30 บาท คิดเป็นรายได้เข้ารัฐปีละ 1 แสนล้านบาท แต่หลังจากรัฐบาลก่อนมีมาตรการลดการจัดเก็บภาษีดังกล่าว ซึ่งจะครบกำหนด 6 เดือนในวันที่ 30 กันยายนนี้ จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ราว 5 หมื่นล้านบาท และมติ ครม.ล่าสุดที่ให้ขยายเวลาออกไปอีก 3 เดือนจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้เพิ่มอีกราว 2.5 หมื่นล้านบาท



