
ก.ตร.และอ.ก.ตร.
ก.ตร.และอ.ก.ตร. : เลียบค่าย โดย คมพิทักษ์ราษฎร์
คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) อันประกอบไปด้วย กรรมการโดยตำแหน่ง คือ นายกรัฐมนตรี, ผบ.ตร., เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), จเรตำรวจแห่งชาติ และรอง ผบ.ตร.ทุกคน ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา30 (2) (ก) ของ พ.ร.บ.ตำรวจฯ มี 5 คน คือ พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ, พล.ต.อ.บุญฤทธิ์ รัตนะพร, พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ, พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช, พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง ซึ่งได้รับการเลือกตั้งมาจากนายตำรวจตำแหน่งผู้กำกับการขึ้นไป และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา 30 (2) (ข) ที่กรรมการโดยตำแหน่ง และตามมาตรา 30 (2) (ก) ร่วมกันคัดเลือก 6 คน คือ นายวิษณุ เครืองาม, นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์, นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์, นายศุภวุฒิ สายเชื้อ, รศ.ร.ต.อ.สรพลจ์ สุขทรรศนีย์, รศ.สุรชาติ บำรุงสุข
ก.ตร.ดังมีรายชื่อข้างต้น ได้พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพลในรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำที่ผ่านมา ผลงานเป็นอย่างไร? สมดังราคาคุยของกรรมการบางคนที่ออกมาประกาศจะให้ความเป็นธรรมหรือไม่? คงทราบกันดีอยู่แล้ว เพราะฟังจากเพื่อนนายตำรวจหลายคน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมือนเดิม คือได้แต่คุยโม้ จำยอมฝ่ายการเมืองเกือบทุกตำแหน่งสำคัญๆ
มาในรัฐบาลชุดนี้ ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ก็คงอีหรอบเดิม คือ ต้านฝ่ายการเมืองได้ยาก นายตำรวจระดับ ผบช.และผบก.ขั้วเดิมต้องหลุดปลิวเป็นสัจธรรม ก.ตร.ได้แต่ทำตาปริบๆ เช่นเดิม
มาดูรายชื่อคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (อ.ก.ตร.) ซึ่งมีอยู่ 7 คณะ ด้านวินัย, อุทธรณ์, ร้องทุกข์, กฎหมายและระเบียบ, ส่งเสริมจริยธรรมและการพัฒนาคุณธรรม, บริหารทรัพยากรบุคคล, การพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยมี ก.ตร.เป็นประธานในแต่ละคณะ อนุกรรมการบางคน ความรู้ประสบการณ์ไม่ถึง ทราบว่าเป็นการตั้งพรรคพวก หรือลูกน้องที่เคยใช้สอยมาเป็น ไม่ได้ยึดถือในเรื่องความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์เป็นหลัก ในการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติคราวนี้ สมควรสังคายนา อนุ ก.ตร.เสียใหม่ คัดคนที่มีศักยภาพจริงๆ มาทำหน้าที่
อย่าให้อับอายแก่ส่วนราชการอื่นนะ ท่านนายกฯ



