ข่าว

กห.แจงยังไม่ถึงขั้นอนุมัติซื้อเรือดำน้ำ

กห.แจงยังไม่ถึงขั้นอนุมัติซื้อเรือดำน้ำ

14 ก.ย. 2554

กห.แจงยังไม่อนุมัติซื้อเรือดำน้ำ เผยยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณา มีกระแส 'ทักษิณ' ไฟเขียว ทร. ซื้อ 'เรือดำน้ำ' ต่อสายตรง หลัง ทร.เข้ากลาโหม

           14ก.ย.2554 พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พิจารณาอนุมัติในการจัดซื้อจัดหาเรือดำน้ำไปแล้วว่า กระทรวงกลาโหม ขอเรียนชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนและไม่เป็นความจริง จึงขอสรุปว่า การจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรืออยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งกระทรวงกลาโหมได้จัดตั้งคณะกรรมการศึกษา โดยเชิญอดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้แทนเหล่าทัพ และนักวิชาการ ร่วมพิจารณา กระทรวงกลาโหมขอเรียนว่า โครงการนี้เป็นโครงการสืบเนื่องจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งได้มีการอนุมัติเตรียมการไปแล้ว โดยใช้งบประมาณของกองทัพเรืองบผูกพัน 5 ปี

            โครงการนี้เป็นโครงการใหม่ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพเรือให้มีความทันสมัย โดยเรือดำน้ำเป็นยุทโธปกรณ์เชิงยุทธศาสตร์ในการป้องกันอาณาเขตและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งมีความจำเป็นต้องมีไว้รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพไทยให้มีความทันสมัย เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ สุจริต พึ่งพาตนเองตามหลักความพอเพียง กระทรวงกลาโหมขอเรียนยืนยันว่า การพัฒนาศักยภาพของกองทัพไทยในทุกโครงการ มีคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน โดยยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง บนความจำกัดของงบประมาณ


          

'ทักษิณ'ไฟเขียวทร.ซื้อ'เรือดำน้ำ'

 

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ร.อ.ดำรงศํกดิ์ ห้าวเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ ในฐานะหัวหน้าคณะโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำมือสอง(ยู 206 เอ) จากประเทศเยอรมนี  ได้เข้าตอบข้อซักถาม ต่อคณะศึกษากรณีเรือดำน้ำเยอรมนี ภายหลัง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แต่งตั้งให้  พล.ร.อ.ประเสริฐ บุญทรง อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) เป็นประธานคณะศึกษาฯ ที่ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ และนักวิชาการ

           ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา คณะทร.ได้มาบรรยายสรุป ถึงความจำเป็น สาเหตุ ข้อดีข้อเสีย ความคุ้มค่าที่ต้องมีเรือดำน้ำ พร้อมฉายสไลด์ภาพประกอบ ต่อคณะศึกษาฯมาแล้ว โดยใช้เวลาการบรรยายกว่า 3 ชั่วโมง   

           แหล่งข่าวระดับสูงจากกองทัพเรือ เปิดเผยว่า  คณะกรรมการศึกษาฯจะใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 2 วัน โดยจะรวบรวมข้อคิดเห็นของคณะศึกษาฯแต่ละท่านว่า มีความคิดเห็นอย่างไร ในเรื่องเรือดำน้ำเยอรมนี ก่อนส่งรายงานทั้งหมดให้รมว.กลาโหม ประกอบการตัดสินใจว่า จะอนุมัติโครงการซื้อเรือดำน้ำมือสอง(ยู 206 เอ) จากเยอรมนีหรือไม่ โดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ เตรียมจะนำผลสรุปดังกล่าว เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

           ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งว่า ภายหลัง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ได้รับฟังการบรรยายสรุป จากกองทัพเรือในโครงการจัดหาเรือดำน้ำมือสอง และมีการตั้งคณะศึกษาฯ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ซึ่งกองทัพเรือ เกรงว่า อาจไม่ทันในช่วงสิ้นปีงบประมาณในปลายเดือนกันยายนนี้ ทำให้กลุ่ม ตท.10 ในกองทัพเรือ ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวไปยัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกฯ  เนื่องจากเกรงว่า จะมีปัญหาเรื่องการเตะถ่วงโครงการ

           รายงานแจ้งว่า กรณีดังกล่าว ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. เพื่อแจ้งให้กองทัพเรือสบายใจ โดยระบุว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุน หากเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์