ข่าว

'ครม.เงา'ปชป.ลุยสกัดรัฐฟอก'แม้ว'

'ครม.เงา'ปชป.ลุยสกัดรัฐฟอก'แม้ว'

14 ก.ย. 2554

ปชป. ระบุ 'ครม.เงา' จับตา รบ.หาช่องช่วย 'ทักษิณ' ชี้ สร้างความสับสน ขออภัยโทษ ลั่น เดินหน้าแจง รัฐมุ่งฟอก 'แม้ว' มากกว่าช่วยปชช.

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้เน้นย้ำ ให้ครม.เงาของพรรค ทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการ ของรัฐมนตรีในแต่ละกระทรวง โดยเฉพาะการทำผิดกฎหมาย และเกี่ยวกับการทุจริตในหน้าที่

          นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงพฤติกรรมของรัฐบาล ที่มีความพยายามช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เริ่มตั้งแต่การโยกย้ายข้าราชการ การหาช่องว่างทางกฎหมายเพื่อล้างมลทินให้พ.ต.ท.ทักษิณ รวมถึงการพยายามเสนอเปิดคุกการเมืองว่า ทั้งหมดเป็นการเร่งดำเนินการ เพื่อช่วยให้พ.ต.ท.ทักษิณ พ้นมลทินให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้

          ทั้งนี้ ในที่ประชุม คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้สอบถามถึงกรณีที่มีข่าวว่า ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ มีการเสนอพระราชกฤษฎีกา เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2553 ที่ออกในสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ซึ่งมีเนื้อหาในข้อกฎหมายบางส่วน ที่ระบุคุณสมบัติของนักโทษ ที่อาจเอื้อต่อการได้รับอภัยโทษ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ

          ด้าน นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรมว.ยุติธรรม กล่าวกับที่ประชุมว่า เรื่องดังกล่าวเสนอเข้ามาตอนที่เขาเป็นรมว.ยุติธรรม โดยเริ่มจากก.ยุติธรรม ทำเรื่องเสนอเข้ามา เนื่องจากเห็นว่า ในขณะนั้นมีนักโทษจำนวนมากอยู่ในเรือนจำ มีสภาพแออัด พูดง่าย ๆ คือ นักโทษล้นคุก และรัฐบาลมีงบประมาณ มีการดูแลนักโทษที่ไม่เพียงพอ ทางกระทรวงจึงได้เสนอเพื่อให้ขอมีพรฏ.ดังกล่าว โดยกำหนดอายุของนักโทษว่าสามารถขอพระราชทานอภัยโทษได้ต้องมีอายุ 70 ปีขึ้นไป และต้องติดคุกมาก่อน

          ทั้งนี้ เนื่องจากะเห็นว่า เป็นการเปิดโอกาส ให้กลับไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว และน้อยคนเมื่อมีอายุมากแล้ว จะกลับมาเป็นโจรอีก อย่างไรก็ตาม เมื่อเสนอเข้าครม. ก็มีการตัดเกณฑ์ลดอายุลงมาเหลือ 60 ปี

          อย่างไรก็ตาม ในกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งได้หลบหนีคำพิพากษาของศาลแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ตัดสินแล้ว ยังไม่เคยปรากฎมาก่อน ในการขอพระราชทานอภัยโทษ จึงถือเป็นคดีแรก ที่นักโทษหนีคดี จะทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ

          นอกจากนี้ คนที่จะถวายความเห็น ก็คือรมว.ยุติธรรม และขึ้นอยู่กับพระราชอำนาจว่า จะทรงวินิจฉัยอย่างไร แต่ส่วนตัวเห็นว่า คดีของพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้อยู่ในข่ายนี้ เป็นเพียงการสร้างประเด็นขึ้นมาเพื่อสร้างความสับสน โดยอาศัยข้อกฎหมาย 

          ทั้งนี้ ในที่ประชุม ได้มีการเน้นย้ำ ให้ส.ส.ในพื้นที่ ได้สื่อสารกับประชาชน ถึงสิ่งที่รัฐบาลตั้งใจจะทำคือ รัฐบาลเอาแต่ช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณมากกว่าช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งได้เน้นย้ำให้ส.ส.ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ให้ลงไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ด้วย