ข่าว

ใต้เสี่ยงดินถล่มวัดดวงเขาแกรนิต-ดีบุก

ใต้เสี่ยงดินถล่มวัดดวงเขาแกรนิต-ดีบุก

14 ก.ย. 2554

ใต้...เสี่ยงภัยดินถล่มวัดดวง...เขาแกรนิต-ดีบุก : โต๊ะภูมิภาค สำนักข่าวเนชั่นรายงาน

          ซากความเสียหายจากภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มจากอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำพัดปกคลุมพื้นที่ทำให้เกิดฝนตกหนักทั้งที่อยู่ในช่วงฤดูร้อนเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมต่อเนื่องเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยังคงตามหลอกหลอนประชาชนในสามจังหวัดของภาคใต้คือ กระบี่ สุราษฎร์ธานี และ นครศรีธรรมราช ซึ่งประสบภัยพิบัติครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี

           กลิ่นสาบแห่งความสูญเสียจากภัยพิบัติครั้งดังกล่าวยังไม่ทันจางหาย ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยดังกล่าวอาจต้องผจญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอีกครั้ง ในช่วงฤดูมรสุมซึ่งจะเข้าปกคลุมภาคใต้ราวปลายเดือนกันยายนไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนนี้

           "ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายนร่องมรสุมจะพัดเข้าปกคลุมพื้นที่ภาคใต้ คาดว่าฝนจะตกหนักกว่าทุกปี อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มใน จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และกระบี่ ซึ่งเพิ่งประสบพิบัติภัยจากอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำปกคลุมพื้นที่เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปให้ความรู้กับประชาชนในสามจังหวัดเพื่อลดความสูญเสียแล้ว" นายอติชาติ สุรินทร์คำ โฆษกกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผย

           นายอติชาติขยายความว่า ก่อนหน้านี้กรมทรัพยากรธรณีจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมดินถล่มระดับชุมชนใน 17 จังหวัด ซึ่งมี กระบี่ สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช รวมอยู่ด้วย ซึ่งทั้ง 3 จังหวัดเสี่ยงเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากสูง เพราะเคยเกิดภัยพิบัติร้ายแรงมาก่อน โดยเฉพาะพื้นที่ติดภูเขา ประชาชนในพื้นที่ควรสังเกตสัญญาณเตือนภัยทางธรรมชาติ เช่น สีน้ำ และติดตามวัดปริมาณน้ำฝนด้วยกระบอกที่กรมทรัพยากรธรณีแจกให้ และให้อพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยทันทีหากปริมาณน้ำฝนเกิน 100 มิลลิเมตรต่อวัน

           ด้าน นายสุวัฒน์ชัย หลานไทย ผู้ใหญ่บ้านบ้านต้นหาร ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ หนึ่งในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ยอมรับว่ากรมทรัพยากรธรณีแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก คาดว่าฝนจะตกหนักมากกว่าทุกปี ทั้งนี้ได้จัดเตรียมที่หลบภัย เสบียง เครื่องมือสื่อสาร และเฝ้าติดตามวัดปริมาณน้ำฝนอยู่ตลอดเวลา หากพบว่ามีน้ำฝนเกิน 100 มิลลิเมตรต่อวันทุกคนก็พร้อมจะอพยพทันที

           ตามแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและดินถล่มระดับชุมชนของกรมทรัพยากรธรณี ระบุว่า จ.กระบี่ มีพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง 3 อำเภอ คือ เขาพนม เมือง และ อ่าวลึก โดยใน อ.เขาพนม มีพื้นที่เสี่ยงภัย 2 ตำบล คือ ต.หน้าเขา 8 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหน้าเขา บ้านบางส้าน บ้านต้นพงษ์ บ้านเขาดิน บ้านนา บ้านห้วยน้าแก้ว บ้านต้นหาร และบ้านเขาวัวพลัด ที่ ต.เขาพนม 6 หมู่บ้าน คือ บ้านห้วยพลู บ้านควน บ้านใหญ่ บ้านหนองน้ำแดง บ้านทับพล และบ้านเทพพนม

           อ.เมือง มีพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูงใน 2 ตำบล คือ ต.กระบี่น้อย 5 หมู่บ้าน คือบ้านทับหัวกา บ้านกระบี่น้อย บ้านห้วยเหรียง บ้านสองแพรก และบ้านหว่างคลองไทย และที่ ต.ทับปริก 5 หมู่บ้านคือ บ้านห้วยโต้ บ้านทับปริก บ้านคลองใหญ่ บ้านวังหิน และบ้านท่าคลอง ส่วนที่ อ.อ่าวลึก มีพื้นที่เสี่ยงภัยคือบ้านช่องไม้ดา ต.คลองหิน

           ทั้ง 3 อำเภอ ติดกับเขาพนมเบญจา ซึ่งมีความสูงชัน ชั้นดินเป็นหินตะกอนจำพวกหินดินดานและหินปูนแทรกด้วยหินแกรนิตมีแร่ดีบุกปะปนผุพังเร็ว แม้จะมีป่าสมบูรณ์ปกคลุมก็สามารถซับน้ำได้น้อย หากฝนตกเกินกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวันดินจะอุ้มน้ำไม่ไหวพังทลายลงมาตามกระแสน้ำที่มีลำคลองไหลผ่านหลายสายพัดเข้าใส่บ้านเรือนของประชาชน ซึ่งในอดีตเคยเกิดภัยพิบัติร้ายแรงมาแล้ว 2 ครั้งคือเมื่อปี 2505 พายุแฮเรียตพัดผ่านทำให้เกิดฝนตกหนักจนดินถล่มเกิดน้ำป่าไหลหลากคร่าชีวิตประชาชนไป 20 ศพ และครั้งล่าสุดเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาร่องความกดอากาศต่ำปกคลุมพื้นที่ทำให้เกิดฝนตกหนักกว่า 400 มิลลิเมตรต่อวันนานติดต่อกัน 6 วัน ทำให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงกว่า 1,000 มิลลิเมตร ทั้งที่อยู่ในช่วงฤดูร้อน จนดินอุ้มน้ำไม่ไหวถล่มทับบ้านเรือนของประชาชนทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 11 คน สูญหาย 1 คน ทรัพย์สินและบ้านเรือนเสียหายไปจำนวนมาก

           ขณะที่ จ.นครศรีธรรมราช มีพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง 3 อำเภอ คือ อ.นบพิตำ ที่ ต.กรุงชิง 11 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านนบ บ้านห้วยพาน บ้านพิตา บ้านเปียน บ้านสวนปราง บ้านปากลง บ้านห้วยตง บ้านทับน้าเต้า บ้านห้วยแห้งบ้านสองแพรกและบ้านหวายช่อ ใน ต.นบพิตำ 8 หมู่บ้าน คือ บ้านโรงเหล็ก บ้านเขาเหล็ก บ้านสวนกลาง บ้านพังหรัน บ้านควนสวนปัด บ้านหัวโคก บ้านทุ่งใน และบ้านเขาโพธิ์ และ ต.นาเหรง 9 หมู่บ้าน คือ บ้านท่าพุด บ้านวังเลา บ้านนาเหรง บ้านในตูล บ้านนานอน บ้านย่านยาว บ้านคลองโชน บ้านหน้าถ้ำ และบ้านยอดเหลือง เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหุบเขาแคบ ชั้นดินเป็นหินตะกอนจำพวกหินดินดานสลับด้วยหินทรายเม็ดละเอียด หินปูน ถูกแทรกดันด้วยหินอัคนี ซึ่งถล่มง่ายและไม่อุ้มน้ำ

           อ.สิชล มีพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มระดับสูงใน ต.เทพราช ทั้ง 15 หมู่บ้าน ต.ฉลอง ทั้ง 11 หมู่บ้าน ต.เขาน้อย ทั้ง 7 หมู่บ้าน และ ต.สีขีด ทั้ง 13 หมู่บ้าน เนื่องจากเป็นที่ราบเชิงเขามียอดเขาสูงชันหลายลูกซึ่งชั้นดินเป็นดินปนทรายจากการแตกตัวของหินอัคนีผุพังง่าย ประกอบกับในพื้นที่มีลำน้ำไหลผ่านหลายสาย เมื่อเกิดดินถล่มจะไหลลงสู่ลำน้ำแล้วพัดเข้าทับบ้านเรือนของประชาชนได้ง่าย

           อ.ขนอม มีพื้นที่เสี่ยงดินถล่มระดับสูงใน ต.ขนอม 4 หมู่บ้านคือ บ้านในเพลา บ้านเขาดิน บ้านเปร็ต และบ้านท่าสำเภา และเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 2 หมู่บ้าน คือ บ้านนาคลอง และบ้านวัดใน ที่ ต.ควนทอง เสี่ยงดินถล่ม 2 หมู่บ้านคือ บ้านหน้าเหมืองและบ้านคลองเหลง เนื่องจากชั้นดินเป็นหินดินดานสลับหินทราย และถูกแทรกดันด้วยหินอัคนี ไม่ซับน้ำ

           ส่วน จ.สุราษฎร์ธานี เสี่ยงภัยดินถล่มระดับสูง ใน อ.กาญจนดิษฐ์ ที่ ต.คลองสระ 7 หมู่บ้านคือ บ้านในอ่าว บ้านสวนปราง บ้านคอกเสือ บ้านเขาอุ้มลูก บ้านเขาหินปูน บ้านกงตอ และบ้านปากฮาย เนื่องจากติดกับภูเขาขุนปลายสระ เขาคีโหมด เขานาง และเขาวังพุง ซึ่งสูงชันชั้นดินเป็นหินแกรนิตผุพังง่าย และมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 2 หมู่บ้านคือบ้านม่วงลีบ และบ้านวังรี เพราะเป็นพื้นที่รับน้ำจากภูเขาสูง ที่ ต.ป่าร่อน เสี่ยงดินถล่ม 2 หมู่บ้าน คือบ้านคีรีรอบ เพราะตั้งอยู่ในร่องเขาโคกหงายกับเขาขุนห้วยสิทธิ์ ซึ่งชั้นดินเป็นหินแกรนิตถล่มง่าย

           ขณะที่บ้านวังไทร บ้านวัดสวาด และบ้านเขาล่าง เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากเพราะมีคลองกระแดะไหลผ่าน ขณะที่ 4 หมู่บ้านของ ต.กรูด คือบ้านกรูด บ้านท่าเฟือง บ้านปากคู และบ้านท่าเฟือง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันเพราะเป็นที่รับน้ำของคลองกระแดะ ส่วนที่ ต.ปากหมาก อ.ไชยา เสี่ยงดินถล่ม 2 หมู่บ้านคือ บ้านท่าไม้แดง และบ้านเขาหลัก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงและสลับซับซ้อน