
ครม.ถกแก้น้ำท่วม-นายกฯสั่งแก้ต้นเหตุ
ครม. ถกแก้ปัญหาน้ำท่วม รมต. เห็นพ้อง แค่ข้อมูลสถิติ-วิชาการอย่างเดียวไม่พอ นายกฯ สั่ง ก.เกษตรฯ เร่งสำรวจต้นเหตุน้ำท่วมทะลัก
รายงานข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า ในการประชุมครม. นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สนใจเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และหารือกับครม.นานมาก ทั้งในช่วงการหารือ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม และการพิจารณาตามระเบียบวาระที่กระทรวงต่าง ๆ เพื่อเสนอขออนุมัติงบประมาณ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
ทั้งนี้ ในช่วงก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายกฯ ระบุว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาล ถือว่า ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากสภาพภูมิประเทศยังมีปัญหา โดยเฉพาะจุดรับน้ำที่มีแม่น้ำ 2 สายมาบรรจบกัน ทำให้แก้ไขได้ยากจึงมีปัญหา และปีนี้ปริมาณน้ำฝนมีมาก
รายงานระบุว่า นายกฯได้สอบถามขอความเห็นจากครม.ว่า ใครจะมีข้อเสนอแนะในการช่วยแก้ปัญหาอย่างไรเพิ่มเติมบ้าง ซึ่งนายธีระ วงส์สุมทร รมว.เกษตรฯ ได้ลุกขึ้นรายงานข้อมูลเชิงวิชาการเรื่องจุดรับน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และสถิติปริมาณน้ำที่กักเก็บในแต่ละเขื่อน รวมทั้งการปล่อยน้ำ จากปริมาณน้ำในเขื่อน โดยขณะนี้ประเมินแล้ว ยังไม่น่าวิตกว่า จะเกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เช่น นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย ได้แสดงความไม่เห็นด้วย โดยระบุว่า ข้อมูลสถิติอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ ซึ่งเขามีประสบการณ์แก้น้ำท่วมที่ จ.ปทุมธานี สำเร็จมาแล้ว ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้น้ำไหลลงทะเลเร็วที่สุด ความจริงถ้าเครื่องสูบน้ำของกระทรวงเกษตรฯมีประสิทธิภาพจริง มันก็น่าจะแก้ปัญหาได้
ทั้งนี้ ในที่ประชุม ครม. ได้แสดงความเห็นทิศทางเดียวกันว่า การแก้ปัญหาในเบื้องต้น การเข้าช่วยเหลือประชาชนรัฐบาลถือว่า ทำได้ในระดับที่พอใจทำได้ดีแล้ว แต่ก็ยังห่วงเรื่องผลกระทบทางจิตใจมากกว่า โดยขณะนี้ ควรจะเน้นการใช้โอกาสในช่วงน้ำทะเลลดลง หาทางดันน้ำให้ไหลลงสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด
ด้านนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ระบุว่า มีพื้นที่แห่งหนึ่ง ที่เคยใช้ในอดีตแถวจ.อยุธยา สิงหบุรี ได้ผล คือ การนำเรือหรือแพมาผูกติดกัน เพื่อดันน้ำให้ไหลเร็วและไหลลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น สำหรับกรุงเทพฯก็มีวิธีดันน้ำผ่านลงตามท่อออกไปสู่ทะเลให้เร็วที่สุดได้
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุก็ว่า นายธีระ ได้พยายามชี้แจงว่า การดันน้ำ เป็นวิธีหนึ่งที่ได้ทำอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ในช่วงที่รัฐมนตรีแสดงความเห็นกันอย่างเข้มข้น นายกฯ ได้สรุปว่า ถ้ารัฐมนตรีคนใดมีข้อเสนอแนะ ก็ให้ไปหารือกันอย่างบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วเสนอกลับเข้าสู่ครม.ต่อไป
นอกจากนี้ ในช่วงที่ครม.พิจารณาการช่วยเหลือเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ นายกฯ ระบุว่า เป็นพื้นที่ที่ไม่เคยเกิดเหตุมาก่อน จึงขอให้กระทรวงเกษตรฯ ไปเร่งสำรวจดูจุดที่แม้น้ำไหลมาบรรจบกัน เพื่อเร่งหาทางป้องกันและแก้ไข และมอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละคน รับผิดชอบพื้นที่ ที่จะไปช่วยดูแลแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน
รายงานระบุด้วยว่า ที่ประชุม ครม. ได้พิจารณาการจ่ายเงินชดเชยผู้ประสบอุทกภัย ที่จ.นครศรีธรรมราช อ.ท่าศาลา ที่ยังตกค้างอยู่ 1,523 ครัวเรือนด้วย
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ แสดงความเห็นว่า ไม่ว่าเป็นปัญหาค้างเก่ามาตั้งแต่รัฐบาลก่อนรัฐบาลนี้ก็ช่วยเหลือ แต่ขอให้โฆษกประจำสำนักนายกฯไปแถลงให้ดี ๆ เพราะเดี๋ยวนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะว่าเอา เพราะเมื่อสัปดาห์ก่อน ยังเห็นทะเลาะกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่เลย
ด้านนายอำพน กิตติ อำพน เลขาธิการครม. ได้ชี้แจงว่า ปัญหาความล่าช้าเรื่องนี้ เพราะมีปัญหาผิดพลาดจากรัฐบาลที่แล้ว โดยเฉพาะการสื่อสารส่งข้อมูลผ่านอีเมล์มายังธนาคาร ที่ต้องอนุมัติจ่ายเงินล่าช้า ซึ่งต้องทวงไปถึง 3 ครั้ง ก็ยังไม่ได้ส่งเงินไปให้ชาวบ้าน
นายกฯยังไม่ทูลเกล้า 11 รายชื่อกสทช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 2 โดยมีนายวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน ได้พิจารณาปัญหาข้อกฎหมายเรื่องการนำรายชื่อ 11 ว่าที่คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ขึ้นทูลเกล้าฯ
ทั้งนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกา มีความเห็นว่า ตามกฎหมายพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องนำรายชื่อ กสทช.ขึ้นทูลเกล้าฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ตามปกติหากเป็นกรณีอื่นๆเมื่อมีการกล่าวหาและพบข้อบกพร่อง นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ใช้อำนาจฝ่ายบริหารอำนาจยับยั้งได้ แต่กรณีกสทช.นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจยับยั้งไม่ได้
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 2 เห็นว่า นายกรัฐมนตรีต้องนำเรื่องทูลเกล้าและในฐานะผู้ใช้อำนาจฝ่ายบริหาร มีสิทธิในการนำเสนอข้อมูลเรื่อง กสทช.ทั้งหมด เกี่ยวกับการสรรหา กสทช. พร้อมทำความเห็นของนายกรัฐมนตรี ขึ้นประกอบการทูลเกล้าฯได้
ด้านนายบัญฑูรย์ สุภัควณิชย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ เขาไม่ยังไม่ได้รับรายชื่อ ของว่าที่คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) จากวุฒิสภาแต่อย่างใด แต่ยืนยันว่า หากรายชื่อมาถึง ก็จะนำเรื่องให้นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯทันที
ขณะที่ น.ส.ฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้รายชื่อว่าที่คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ยังไม่ได้ส่งมายังนายกรัฐมนตรี หรือ นายอำพล กิตติอำพล เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แต่อย่างใด
"หากมีการส่งเรื่องมาแล้ว ทางเลขาฯครม.ต้องยื่นมาให้นายกรัฐมนตรีเซ็นลงนามเสียก่อน จึงจะสามารถนำส่งสำนักราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง โดยที่เลขาธิการสำนักพระราชวังจะยื่นเรื่องต่อสำนักองคมนตรีก่อนที่จะยื่นทูลเกล้าฯต่อไป ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดนี้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์" นางฐิติมา ระบุ



