ข่าว

ฮุน เซนแฉ'มาร์ค'ขอถกลับน้ำมัน

ฮุน เซนแฉ'มาร์ค'ขอถกลับน้ำมัน

13 ก.ย. 2554

"ฮุน เซน" ป้อง"ทักษิณ" จัดหนัก "สุเทพ-อภิสิทธิ์" เปิดหมดเจรจาลับน้ำมัน ยุใช้มาตรา ๑๙๐ ตรวจสอบ “จตุพร” ยันฟาดแข้งเขมร ๒๔ ก.ย.แน่

          ๑๓กันยายน๒๕๕๔ เว็บไต์ฟิฟทีนมูฟรายงาน โดยอ้างอิงหนังสือพิมพ์กัมพูชาใหม่ หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพและเว็บไซต์สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่รายงานคำกล่าวของสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างพิธีมอบปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยการจัดการ ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าเกาะเพชร วันที่ ๑๒ กันยายน กรณีการเดินทางเยือนกัมพูชาของพ.ต.ท.ทักษิน ชินวัตร ที่จะถึงกัมพูชาในวันที่ ๑๖ กันยายน หนึ่งวันให้หลังการเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทยและกรณีกล่าวโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เรื่องการเจรจาลับแบ่งผลประโยชน์น้ำมันในพื้นที่อ่าวไทยว่า


          สมเด็จฯฮุน เซน กล่าวถึงการให้การต้อนรับพ.ต.ท.ทักษิณซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีโทษจำคุก ว่า “ผมจะเปิดสำนักนายกรัฐมนตรีต้อนรับ ผมรับทักษิณอย่างเป็นทางการ รับในนามเป็นมิตรแท้อย่างหนึ่ง และจะรับในฐานะวิทยากรคนหนึ่งสำหรับการสัมมนาเกี่ยวกับเศรษฐกิจเอเชีย แล้วขออย่ามาสั่งให้ผมจับทักษิณ ไม่ว่าพรรคฝ่ายค้านไทย ไม่ว่ารัฐบาลไทย คือไม่ได้เลย เพราะนี่เป็นดินแดนเขมร ที่เป็นสิทธิของผม” สมเด็จฯฮุน เซน กล่าวต่อว่า “ทักษิณมาตามคำเชิญในการสัมมนาที่เตรียมการโดยราชบัณฑิตยสภากัมพูชา1 ที่มีพรรคประชาธิปไตยนิยมกลางสากล 2 เข้าร่วมด้วย หรือกล่าวคือเขามาเป็นวิทยากรที่กัมพูชา ผมเป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ผมจะไม่รับเขาที่บ้านของผม ผมจะรับเขาที่สำนักนายกรัฐมนตรี แล้วจะมีการเลี้ยงรับรองที่สำนักนายกรัฐมนตรี”

          นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวว่า จะมีการประดับเหรียญเกียรติยศแก่ผู้ทรงเกียรติจำนวนหนึ่ง ที่ได้เริ่มต้นก่อตั้งการประชุมนานาชาติพรรคการเมืองเอเชีย (ICAPP) ซึ่ง ดร.ทักษิณ จะได้รับเหรีญด้วย อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศไทย (นพดล ปัทมะ) ก็ได้รับด้วย พร้อมกับนักการเมืองอีกจำนวนหนึ่ง ผู้ได้รับเชิญร่วมประดับเหรียญคือ อดีตประธานสภาฟิลิปปินส์ และรองประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย

          ต่อกระแสข่าวที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเยือนกัมพูชาเพื่อเจรจาเรื่องผลประโยชน์น้ำมันในอ่าวไทย บนพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อน นั้น สมเด็จฯฮุน เซน กล่าวว่า “ผมมีข้อห้าม ผมไม่คุยกับทักษิณเรื่องปัญหาผลประโยชน์ในประเทศทั้งสอง แล้วทักษิณก็มีข้อห้ามด้วย เราดึงทักษิณมาเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจจากเขา ส่วนภารกิจเจรจาเป็นภารกิจของรัฐบาลไทย ก่อนหน้าคือรัฐบาลอภิสิทธิ์ ปัจจุบันนี้คือรัฐบาลยิ่งลักษณ์” สมเด็จฯฮุน เซน กล่าวต่อว่า “ผมขอยืนยันว่า ทักษิณไม่มีภารกิจที่จะเจรจาในเรื่องใดทั้งสิ้น ในเรื่องผลประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องระหว่างกัมพูชา-ไทย เพราะนี่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทย ไม่ใช่หน้าที่ของ ฯพณฯ ทักษิณ”

          นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวถึงกรณีแถลงการณ์ขององค์การปิโตรเลียมแห่งชาติกัมพูชา เมื่อปลายเดือนสิงหาคม ที่เปิดเผยข้อมูลการเจรจาลับระหว่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น กับนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เรื่องผลประโยชน์น้ำมัน ว่า เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านไทยยกประเด็นขึ้นมา ต่อมาองค์การปิโตรเลียมกัมพูชาได้ประกาศข่าวเกี่ยวกับการเจรจาลับ มีสมาชิกสภาฯ พรรคประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ พร้อมกับคนอีกจำนวนหนึ่ง โจมตีพ.ต.ท.ทักษิณว่า พ.ต.ท.ทักษิณเจรจามีผลประโยชน์กับกัมพูชา ในยุคพ.ต.ท.ทักษิณได้เปิดการเจรจาอย่างเปิดเผย โดยมีคณะกรรมการร่วม ๒ คณะ คือ คณะหนึ่งสำหรับกำหนดเขตแดน และอีกคณะเกี่ยวกับพื้นที่พัฒนาร่วม การเจรจานั้นจนมาถึงเวลานี้ ไม่ว่ากับรัฐบาลไหนก็ตาม ยังไม่มีความเห็นชอบอะไรทั้งสิ้น ในนั้นมีการแบ่งส่วนออกเป็น ๓ โซน ตรงกลางแบ่ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ที่อยู่ใกล้ไทยกว่า ตอนแรกแบ่ง ๑๐-๙๐ ต่อมาเอา ๒๐-๘๐ ส่วนพื้นที่ข้างกัมพูชา ๘๐-๒๐ ส่วนกัมพูชาเสนอกลับไปว่าให้แบ่งเป็นบล็อค ๆ แล้วจับฉลากเลือก

          สมเด็จฯฮุน เซน กล่าวว่า “สิ่งที่เราต้องการยืนยันในที่นี้คือ ไม่ว่าจะมีการเจรจาเปิดเผยหรือเจรจาลับ แต่การเจรจาทั้งหมดยังไม่เกิดเป็นผลแต่อย่างใด แล้วก็ไม่สามารถมีเรื่องผลประโยชน์ซ่อนเร้นอย่างหนึ่งอย่างใด อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยกขึ้นกล่าวหาได้” แล้วต่อว่า “ผมต้องแจ้งเรื่องนี้ให้ฝ่ายไทยได้ทราบ ผู้ใดเปิดการเจรจาลับ?” สมเด็จฯฮุน เซน  กล่าวอีกว่า “ในยุคของทักษิณ การเจรจาก็ทำอย่างเปิดเผย ส่วนสมัคร สุนทรเวช มากรุงพนมเปญก็พูดกับผมเปิดเผยในการเจรจา หากแต่ต่างจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เขาว่าเป็นรัฐบาลโปร่งใส ผมไม่ได้เตรียมตัวหารือกับสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบฝ่ายความมั่นคงของไทย และรัฐมนตรีกว่าการกระทรวงกลาโหม ประวิตร วงษ์สุวรรณ แต่อย่างใด”

          นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวย้อนความจำไปถึงนายสุเทพว่า “นายสุเทพมากัมพูชาสามครั้ง เขาคงลืมไป ครั้งแรกในเดือนเมษา ตอนนั้นมาไกล่เกลี่ยเพื่อรับรองให้ผมไปพัทยาร่วมการประชุมอาเซียน หลังจากมีเรื่องในสภาไทยที่นายกษิต ภิรมย์ เรียกผมว่าเป็นนักเลง ต่อมาก็มีทำหนังสือขอโทษ ภายหลังนายสุเทพก็มากัมพูชาอีกพร้อมกับรัฐมนตรีกลาโหม  แล้วก็ได้มีการหารือเรื่องนั้นเรื่องนี้ โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องน้ำมันเลย วันที่ ๒๗ มิถุนายน ภริยาผมทำอาหารเลี้ยงส่วนตัวคือทำแกงเลียงให้เขารับประทาน หากแต่เรื่องที่แปลกคือ นายสุเทพได้เอาเอกสารแผนที่เกี่ยวกับบล็อคน้ำมันในทะเลมาด้วย แล้วเขาได้แจ้งว่า นายอภิสิทธิ์ได้แต่งตั้งเขาให้มาเจรจากับสมเด็จฯ ให้เสร็จภายในสมัยของนายกรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์ ดังนั้น เขาไม่ต้องการเจรจากับรองนายกรัฐมนตรี ซก อาน เขาต้องการเป็นคู่เจรจากับ ฮุน เซน เท่านั้น”

          สมเด็จฯฮุน เซน กล่าวต่อว่า “ผมได้แจ้งกลับไปว่า ผมมีรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเจรจาเรื่องนี้ ไม่สามารถเป็นคู่เจรจากับ ฯพณฯ ได้” พร้อมกล่าวต่อว่า “สุเทพต้องการยกตัวให้เสมอกับฮุน เซน เรื่องการเจรจาบนพื้นที่ทางทะเล ซึ่งการเจรจาเบื้องต้นได้เกิดขึ้นที่ตาเคมา4 จ.กัณดาล5 ที่ตอนนั้น เราได้ต้อนรับเขาด้วยแกงเลียง แล้วก็ขณะที่มาพบนั้นไม่มีประเด็นอื่นอีก การเจรจาลับเริ่มต้นจากตาเคมา ส่วนการเจรจาที่ฮ่องกงและที่คุนหมิง ประเทศจีน เป็นเรื่องถัดมา”

          สมเด็จฯฮุน เซน กล่าวพาดพิงถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า “อภิสิทธิ์ ถ้าไม่ชัดเจนก็อย่าพูด นำคนต่อต้าน ผมไม่ต้องการพูดถึง หรือว่าผมต้องสอนอภิสิทธิ์อีก เมื่อตอนที่เป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน ผมก็สอนแล้วสอนอีก ตอนนี้ผมยังต้องสอนอีกหรือ ผมขอแนะนำไปถึงอภิสิทธิ์และสุเทพที่กรุงเทพฯ ว่า ใครคนไหนหอบเอาเอกสารมาที่บ้านผมที่ตาเคมา สุเทพรับรู้เรื่องนี้” และกล่าวต่อว่า “ใครคนไหนหอบเอาเอกสารไปที่ตาเคมา ผมไม่รับรู้ด้วย ดังนั้น ขอให้ฝ่ายไทยไปดูไปตรวจสอบให้ถูกต้องถึงมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญไทย เรื่องที่มาลักลอบเจรจาลับอย่างนั้น ”

          นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวอีกว่า “ตอนนี้ ตั้งแต่ออกจากตำแหน่ง อภิสิทธิ์ก็มาโจมตีว่าเนื่องจากรัฐบาลไทย (ยุคอภิสิทธิ์) ไม่สนองผลประโยชน์ของกัมพูชาทำให้ไม่ถูกกัน ผมก็จะแจ้งกลับไปที่อภิสิทธิ์ว่า ถ้ารัฐบาลก่อนไม่ถูกกันแล้ว ใครคนไหนที่ส่งคนมาเจรจาลับ ไอ้ที่ลับเป็นอะไร?” แล้วกล่าวต่อว่า “เขาต้องการรู้เรื่องลับนี้ไหม ถ้าต้องการรู้ว่าลับหรือไม่ลับ ต้องเริ่มต้นที่ตาเคมา จ.กัณดาล ฟังให้ชัด..ผู้นำเอกสารมา คือ ประวิตร วงษ์สุวรรณ เตีย บัญ ลี ยงพัต และคำปูน ซท6 ได้เห็นเอกสารนี้”

          นอกจากนี้สมเด็จฯฮุน เซนพูดถึงกำหนดการของพ.ต.ท.ทักษิณว่า จะไปถึงประเทศกัมพูชาวันที่ ๑๖ กันยายน โดยจะเข้าร่วมการบรรยายเกี่ยวกับอนาคตเศรษฐกิจเอเซียในวันที่ ๑๗ กันยายน ที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจแห่งชาติ ส่วนวันที่ ๑๘ อาจจะร่วมเล่นกอล์ฟกัน ช่วงเช้าวันที่ ๑๙ พ.ต.ท.ทักษิณจะร่วมบรรยายในการสัมมนาที่อาคารมิตรภาพกับวิทยาการอื่น ๆ และในช่วงบ่าย จะเข้าร่วมในพิธีประดับเหรียญผู้ทรงเกียรติซึ่งพรรคประชาธิปไตยนิยมกลางสากลจัดขึ้น จากนั้นในวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปยังจังหวัดเสียมราฐ ส่วนการเตะฟุตบอลกระชับมิตรนั้น สมเด็จฯฮุน เซน  เปิดเผยว่าทีมของฝ่ายกัมพูชาได้เริ่มฝึกซ้อมมาตั้งแต่วันที่ ๑๑ กันยายน แล้ว

(หมายเหตุที่มา- http://15th.me/nZpjGl)

 


 “จตุพร”ยันฟาดแข้งเขมร24ก.ย.แน่


           ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแข่งขันฟุตบอลกระชับความสัมพันธ์ระหว่างส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช.กับรัฐบาลกัมพูชาในวันที่ 24 ก.ย.ว่า ตนได้สอบถามนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช.แล้ว โดยนายจตุพรยืนยันว่าจะเดินทางไปแข่งขันอย่างแน่นอนในวันที่ 23 ก.ย. นอกจากนี้ จะเชิญสื่อมวลชนไปด้วย ทั้งนี้มีส.ส.ได้แจ้งชื่อว่าจะขอร่วมลงแข่งขันด้วยในขณะนี้ประมาณ 50 คนแล้ว

           ส่วนกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช. ยื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศนั้น เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่จะพิจารณา ตนไม่สามารถไปก้าวก่ายดุลยพินิจของศาลได้ อย่างไรก็ตาม หากศาลไม่อนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศก็ยังมีคนอื่นที่ไปแข่งขันแทนได้

 

"ณัฐวุฒิ- เจ๋ง"เตรียมขอศาลไปกัมพูชา14ก.ย.

 

            นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความรับผิดชอบแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตให้แกนนำ นปช. เดินทางออกนอกประเทศเพื่อร่วมงานการแข่งขันฟุตบอลนักการเมืองที่ประเทศกัมพูชา ว่า ในวันที่ 14 ก.ย.) เวลา 09.00 น. ตนจะเดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลอาญา รัชดาภิเษก เพื่อขออนุญาตให้ นายณัฐวุฒิ  และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ผู้ช่วยเลขานุการ รมช.มหาดไทย ซึ่งเป็นแกนนำ นปช. และจำเลยคดีร่วมกับ 19 แกนนำ ก่อการร้าย เดินทางไปยังประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 16-18 ก.ย.นี้ก่อนที่จะร่วมงานแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรของนักการเมือง ซึ่งหากศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้ ทีมทนายความก็ได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 600,000 บาทเพื่อจะวางเป็นหลักประกันต่อศาล และจะนำหนังสือรับรองตำแหน่ง ส.ส. และตำแหน่งการเมืองของทั้งสอง มายื่นต่อศาลด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้ในการปล่อยตัวชั่วคราวศาลได้กำหนดเงื่อนไขไว้ห้ามออกนอกประเทศ

            นายวิญญัติ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันในวันที่ 19 ก.ย. ทีมทนายความ เตรียมยื่นคำร้องขออนุญาตให้ 8 แกนนำ นปช. ซึ่งตกเป็นจำเลยร่วมคดีก่อการร้าย ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ , น.พ.เหวง โตจิราการ , นายก่อแก้ว พิกุลทอง , นายนิสิต สินธุไพร , นายขวัญชัย ไพรพนา , นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท , นายยศวริศ ชูกล่อม , และนายภูมิกิตติ สุขจินดาทอง เดินทางไปประเทศกัมพูชาอีกครั้งระหว่างวันที่ 22 - 27 ก.ย. ที่จะต้องไปร่วมงานแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรวันที่ 24 ก.ย.นี้

            ทั้งนี้ นายวิญญัติ ยังกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนเคยยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อขอลดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกประเทศ จากเดิมที่ศาลกำหนดห้ามกระทำการยั่วยุ ก่อความวุ่นวาย พร้อมทั้งห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่ได้รับอนุญาต แต่ศาลพิจารณาแล้ว ให้ยกร้องเนื่องจากเห็นว่ายังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง อย่างไรก็ดีประเด็นนี้ทีมทนายความ ยังไม่ได้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์แต่อย่างใด โดยจะใช้แนวทางที่จะยื่นคำร้องขออนุญาตเพื่อเดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้ง ๆ ไป

 

ภท.สวดรัฐบาลช่วยแต่"ทักษิณ"เมินน้ำท่วม 

 

             นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและส.ส.พรรค ว่าในที่ประชุมพรรคได้แสดงความเป็นห่วงว่ารัฐบาลไม่ให้น้ำหนักในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนจองประชาชนโดยเฉพาะเรื่องเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่กลับไปให้ความสำคัญกับการดำเนินการทางการเมืองโดยเฉพาะการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ในขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็เดินทางไปเยือนเพื่อนบ้านประเทศอาเซียน แม้จะเป็นเรื่องจำเป็น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนถ้าเปรียบเทียบกับความเดือดร้อนของประชาชน

             โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ขณะนี้ส.ส.ในพื้นที่ แจ้งมาว่า นโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาน้ำท่วม “บางระกำโมเดล” เป็นเพียงแค่วาทะกรรมที่ฟังรื่นหูเท่านั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยเฉพาะที่ อ.บางระกำ ก็ยังมีปัญหาน้ำท่วมอยู่ ซึ่งพรรคจะนำปัญหานี้ไปสอบถามนายกรัฐมนตรีในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงเรื่องปัญหาค่าครองชีพที่จะรัฐบาลระบุว่าจะมีการ “กระชาก” ลงมา แต่วันนี้ก็ยังไม่ดำเนินการอย่างที่พูด

 

ชี้หาก"ยิ่งลักษณ์"พบ"ทักษิณ"ไม่จับถือละเว้นปฏิบัติหน้าที่

 

              ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมายังประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 16-24 ก.ย.นี้ ซึ่งใกล้เคียงกับนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางเยือนในวันที่ 15 ก.ย. โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ต้องถามนายกรัฐมนตรีทราบข่าว ที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะไปหรือไม่ และถ้าหากทราบจะดำเนินการอย่างไร เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ต้องหาหนีคดีอาญาหลังศาลฎีกาตัดสินจำคุก 2 ปี นายกรัฐมนตรีจะสั่งการให้สืบค้น จับกุม พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ตนจึงขอตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีผ่านสื่อมวลชนว่า จะดำเนินการเรื่องอย่างไร ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการจับกุมจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายประมวลอาญา มาตา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ และจะชี้แจงต่อสังคมอย่างไร