ข่าว

คลอดแพคเกจลดภาษีเอสเอ็มอี

คลอดแพคเกจลดภาษีเอสเอ็มอี

13 ก.ย. 2554

กระทรวงแรงงานหารือก.คลัง-อุตฯ ช่วยธุรกิจเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบค่าจ้าง300บ.ไฟเขียวส่วนต่างค่าจ้างลดหย่อนภาษีได้2เท่า แยกจากมาตรการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล7%

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 13 ก.ย.54  นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน (รง.) กล่าวหลังประชุมร่วมกับตัวแทนสมาคมวิชาชีพต่างๆ เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาศักยภาพแรงงาน เพื่อเพิ่มผลิตภาพในการทำงานรองรับรายได้ไม่น้อยกว่าวันละ 300 บาทว่า ที่ประชุมซึ่งมีตัวแทนสมาคมวิชาชีพต่างๆ เข้าร่วม 35 สมาคม เห็นด้วยกับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานไร้ฝีมือทั้งในกลุ่มของแรงงานที่มีอยู่เดิม และแรงงานที่รับเข้ามาทำงานใหม่ เพื่อให้ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ซึ่งจะครอบคลุมทั้งแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาทำงานในไทยโดยถูกกฎหมาย โดยจะดำเนินการในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพราะจะทำให้แรงงานสามารถผลิตชิ้นงานได้เพิ่มขึ้น และช่วยลดการสูญเสียของชิ้นงานลง อย่างน้อยร้อยละ 2-3 ก็น่าพอใจแล้ว ซึ่งจะทำให้นายจ้างรู้สึกสบายใจในการจ่ายค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน

          ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า นโยบายรัฐบาลต้องการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานอยู่แล้ว พร้อมสนับสนุนงบประมาณเต็มที่ ดังนั้นการรับแรงงานเข้าใหม่จะมีการปรับระบบจ้างงานใหม่ครั้งใหญ่ของประเทศ โดยจะมีการฝึกอบรมแรงงานก่อนรับเข้าทำงานให้มีความพร้อมในการทำงาน ไม่ใช่อยู่ๆ รับเข้าทำงานทันที อีกทั้งจะมีการอบรมพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานไร้ฝีมือที่มีอยู่เดิม ให้มีศักยภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น ส่วนระยะเวลาการฝึกอบรม จะทำในช่วงสั้นๆ เวลา 7-15 วัน ทั้งในเรื่องของนิสัยอุตสาหกรรม เช่น ความรับผิดชอบ อดทน ลดความสูญเสียของชิ้นงาน และทักษะฝีมือแต่ละสาขาวิชาชีพ และแรงงานที่รับเข้าใหม่นั้น จะมีการจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ด้วย แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเป็นจำนวนเท่าไหร่

          "กระทรวงแรงงานจะขอให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมวิชาชีพต่างๆ ช่วยรวบรวมสมาคมวิชาชีพแต่ละสาขาให้มากที่สุด แล้วแบ่งเป็นกลุ่มย่อย แต่ละสาขาอาชีพ หลังจากนั้นจะมีการหารือกันอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปในรายละเอียด โดยเฉพาะข้อกังวลของฝ่ายผู้ประกอบการองค์กรวิชาชีพที่ต้องการความชัดเจนในเรื่องงบประมาณช่วยเหลือ และกระบวนการฝึกอบรมที่เป็นรูปธรรมก่อนที่จะป้อนแรงงานเข้าสู่ภาคการผลิตในแต่ละสาขาอาชีพ" นพ.สมเกียรติ กล่าว

          ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อว่า นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน และตนได้ไปหารือกับ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลังและกระทรวงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับมาตราการด้านภาษี เพื่อช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการเพิ่มรายได้เป็นวันละ 300 บาท โดยเบื้องต้นได้วางกรอบมาตรการช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 200 ล้านบาท และมีพนักงานไม่เกิน 200 คน สามารถนำส่วนต่างของค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายปรับเพิ่มรายได้เป็นวันละไม่ต่ำกว่า 300 บาทไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี อย่างไรก็ตาม จะต้องหารือกันในรายละเอียดซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป

          "มาตรการช่วยเหลือลดหย่อนภาษีให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นมาตรการที่แยกออกมาจากมาตรการลดหย่อนภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 27% ในปีหน้า ซึ่งเป็นมาตรการสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ โดยธุรกิจเอสเอ็มอีไม่ได้รับอานิสสงส์จากมาตรการตัวนี้ เช่น เดิมลูกจ้างได้ค่าจ้าง 250 บาทต่อวันแล้วเพิ่มเป็น 300 บาทต่อวัน ส่วนต่าง 50 บาทสามารถนำมาไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าคือ 100 บาท" นพ.สมเกียรติ กล่าว

          นายอนันตชัย คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคธุรกิจทั้งด้านอาหาร สิ่งทอ โรงแรม ท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์และบริษัทรับเหมาช่วงจัดหางาน (ซับคอนแทร็ค) มีข้อเสนอให้เตรียมการรองรับปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดยขอให้รัฐบาลจัดงบประมาณช่วยเหลือในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อให้ผลิตชิ้นงานได้เพิ่มขึ้น ทำให้นายจ้างมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีกำลังในการจ่ายค่าจ้าง

          โดยงบดังกล่าวอยากให้จัดผ่านองค์กรนายจ้าง เพื่อให้ถึงมือนายจ้างอย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับความต้องการของนายจ้าง และให้มีมาตรการลดหย่อนภาษีแก่ธุรกิจเอสเอ็มอี นอกจากนี้ ในการรับแรงงานเข้าใหม่ ที่อยู่ระหว่างการฝึกงาน ทดลองงาน และพนักงานพาร์ทไทม์ รวมถึงเด็กและเยาวชนที่อายุ 15-18 ปี นักเรียนนักศึกษาที่หางานทำระหว่างปิดเทอมจะไม่จ่ายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท