พนังกั้นน้ำพังทะลักท่วมหลายแห่ง
พนังกั้นน้ำเทศบาลนครนครสวรรค์พังน้ำทะลักท่วมเขตเมือง ปริมาณน้ำ 3 เมตร 800 ครัวเรือนจมบาดาล เจ้าหน้าที่เร่งช่วยชาวบ้านขนสิ่งของอพยพขึ้นที่สูง
13 ก.ย.54 น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ล้นตลิ่งทำให้พนังกั้นน้ำของเทศบาลนครนครสวรรค์ที่วางกระสอบทรายยาวกว่า 2 กม. พังลงเป็นแนวยาวกว่า 5 เมตร ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วม ชุมชนสะพานเดชาฯ ชุมชนเทวดาสร้าง ชุมชนวัดเขาจอมคีรีนาคพรต และชุมชนวัดเขาโรงครัวบ้านเรือนแระชาชนกว่า 800 หลังคาเรือนน้ำท่วมจมมิดกว่า 3 เมตร ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายข้าวของหนีน้ำออกมาเป็นการด่วน ระดับน้ำที่ท่วมรวดเร็วทำให้ท่วมทรัพย์สิน เช่นรถยนต์ มอเตอร์ไซค์เสียหายจำนวนมาก ทางเทศบาลนครนครสวรรค์ต้องสร้างที่พักชั่วคราวให้จนกว่าน้ำจะลดลง
ชาวบ้านชุมชนวัดเขาโรงครัว กล่าวว่า น้ำที่ไหลบ่ามาตามแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงรวดเร็ว ทำให้น้ำใต้ดินแซะกระสอบทรายและคันดินกั้นน้ำที่ทางเทศบาลนครนครสวรรค์สร้างไว้พังลง ทำให้น้ำทะลักไหลเข้าท่วมชุมชนอย่างรวดเร็วระดับน้ำสูงกว่า 3 เมตร ทำให้ชาวบ้านเก็บข้าวของหนีน้ำไม่ทันนำท่วมทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก ซึ่งตนยังไม่สามารถนำเอารถจักรยานยนต์ออจากบ้านได้ ส่วนทรัพย์สินอื่นๆต้องเก็บไว้บนชั้นสองของบ้าน
ด้านนายจิตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครสวรรค์ กล่าวว่า ชุมชนดังกล่าวตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดและตลาดเทศบาลนครนครสวรรค์ ที่ไม่มีพนังคอนกรีตป้องกัน ทางเทศบาลฯได้เสริมแนวคันดินและกระสอบทรายป้องกันสูงกว่า 2 เมตร แต่ว่าน้ำได้แซะเข้าทางใต้ดินทำให้กำแพงที่เทศบาลฯทำไว้พังลงน้ำเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว
เบื้องต้น ทางเทศบาลได้เร่งขนย้ายทรัพย์สินมีค่าของชาวบ้านออกมายังที่ปลอดภัยก่อน และจัดหาสถานที่พักชั่วคราวให้ชาวบ้านและจะเร่งช่วยเหลือต่อไป
น้ำพังสันเขื่อนประตูน้ำบางบางแก้วอ่างทอง
เมื่อเวลา 04.00 น. ได้เกิดเหตุระทึกเมื่อบริเวณสันเขื่อนประตูน้ำบางแก้ว หน้าชุมชนบ้านรอซอย 2 ทนกับแรงดันของน้ำเจ้าพระยาไม่ไหวเกิดระเบิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างทำให้น้ำทะลักโหมเข้าสู่บ้านเรือนประชาชนในชุมชนบ้านรอ และชุมชนบ้านอิฐ ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง จากนั้นใช้เวลาไม่นานน้ำได้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร น้ำได้ไหลบ่าข้ามถนนลงสู่คลองชลประทานก่อนที่จะล้นข้ามไปท่วมบ้านเรือนประชาชนในชุมชนไลอ่อน ชาวบ้านหมู่ที่ 10 หมู่ที่ 11 ต.บ้านอิฐ อีกฝั่งอย่างรวดเร็ว ทำให้บ้านเรือนกว่า 1000 หลังคาเรือนจมน้ำทันที นอกจากนั้นกระแสน้ำยังพุ่งเข้าใส่ไปยังโรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ทำให้ต้องเร่งเก็บของกันจ้าระหวั่น น้ำยังทำให้ถนนจากหน้าวัดไพรวัลย์สู่งตัวจังหวัดถูกตัดขาดทันที ประชาชน สัตว์ต่างๆ ต้องหนีขึ้นบนถนนกันอย่างโกลาหล บ้างก็ต้องเร่งเก็บข้าวของหนี้น้ำกันวุ่นวาย โดยเฉพาะสุนัขแม่ลูกอ่อนตัวหนึ่งที่ใช้ปากคาบลูกเพื่อหนีตายแต่สุดท้ายลูกก็ต้องจมน้ำตายคาปากสร้างความหดหู่ให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก
ด้านนายสมชาย อนะวัชกุล นายอำเภอเมืองอ่างทอง กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนนี้ถือว่าวิกฤตมากทางเราพยายามป้องกันชุมชนบ้านรอและชุมชนบ้านอิฐอย่างเต็มที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก็ทนกับแรงดันน้ำไม่ไหว ทำให้แนวสันเขื่อนเกิดระเบิดขึ้นสุดที่จะป้องกันไว้ ซึ่งตอนนี้ก็ต้องเร่งป้องกันศาลากลางจังหวัดและในตลาดอ่างทอง ที่น่าเป็นห่วงมากเพราะเหลืออีกประมาณ 50 ซ.ม. ก็จะล้นกำแพงเขื่อนเข้าท่วมแล้ว ซึ่งได้ออกเสียงตามสายบอกประชาชนพ่อค้าแม่ค้าให้เตรียมเก็บของแล้ว
สำหรับความเสียหายนั้นตอนนี้ น้ำเข้าท่วมแล้ว 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก,อ.เมืองอ่างทอง,อ.ไชโย,อ.วิเศษชัยชาญ,อ.โพธิ์ทอง รวม 45 ตำบล 197 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,906 คน บ้านเรือนเสียหาย 5,676 ครัวเรือน มีผู้อพยพ 394 คน มีเกษตรกรที่ประสบภัย 1,298 ราย พื้นที่การเกษตร 24,767 ไร่ ปลา 72 กระชัง ตะพาบ 80 บ่อ สัตว์เลี้ยง 702 ตัว แปลงหญ้า 702 ไร่ ถนน 42 สาย วัด 14 แห่ง โรงเรียน 6 แห่ง สถานที่ราชการ 4 แห่ง วัด 14 แห่ง ประกอบด้วย วัดนรสิงห์,วัดอ่างทองวรวิหาร,วัดมะขาม,วัดน้ำพุสิทธาราม,วัดสี่ร้อย,วัดบางจัก,วัดเสาธงทอง,วัดป่าโมกวรวิหาร,วัดอัมพวัน,วัดพานิช,วัดแจ้ง ป่าโมก,วัดตาลเจ็ดช่อ, วัดปลดสัตว์,วัดแจ้ง ตลาดกรวด โรงเรียน 6 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์ฯเด็กเล็ก ม.2 โผงเผง, ร.ร.ราษฎร์นิยม,ร.ร.วัดตาลเจ็ดช่อ,ร.ร.วัดน้ำพุ,ร.ร.วัดไทรยืด,ร.ร.วัดจำปาหล่อ สถานที่ราชการ 4 แห่ง คือ สอ.บางจัก,สภ.บางจัก,สภ.เมืองอ่างทอง,สนง.บำรุงทาง
สภาองค์กรชุมชนบ้านกุ่มกรุงเก่ากำหนดแผนรับมือน้ำท่วม
นายพงศ์พาณิช ตนุพันธ์ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านกุ่ม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมซึ่งสร้างความเสียหายให้กับชาวตำบลบ้านกุ่ม 1,320 ครัวเรือน รวม 3,885 คน สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านกุ่มร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และเทศบาลตำบลบางบาลจึงได้จัดโครงการฟื้นฟูชุมชนผู้ประสบภัยโดยแจกถุงยังชีพให้แก่ทุกครัวเรือนและซ่อมแซมปลูกสร้างบ้านแก่ผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนที่สุดเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าส่วนระยะยาวซึ่งไม่ใช่เรื่องของการสร้างเขื่อนหรือคั้นกันน้ำที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากแต่จะเป็นการวางแนวทางที่จะอยู่กับปัญหาโดยได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เช่นการสร้างศูนย์เตือนภัยระบบเสียงตามสาย การซ้อมรับมือภัยพิบัติ การฟื้นฟูอาชีพ โดยเป็นการแสวงความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีต่างๆ
นางสาวมาลินี อินฉัตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งร่วมกิจกรรมแจกถุงชีพครั้งนี้กล่าวว่า สิ่งที่เห็นในวันนี้ทำให้ได้รู้ว่าแม้จะมีภัยพิบัติเกิดขึ้นแต่ชาวชุมชนก็ไม่ได้เพียงแค่รอคอย โดยยังสามารถลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาของตนเองได้เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นว่าชุมชนและองค์กรปกครองส่วท้องถิ่นสามารถจัดการกับข้อมูลงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์จากแหล่งต่างๆให้เป็นประโยชน์กับผู้ประสบภัยได้มากที่สุด
นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) กล่าวว่า พอช.สนับสนุนงบประมาณกว่า 1.7 ล้านบาทให้แก่โครงการฟื้นฟูชุมชนผู้ประสบภัยหลังน้ำท่วม ต.บ้านกุ่มเพื่อให้ขบวนองค์กรชุมชนได้แก่สภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน บ้านมั่นคง เป็นแกนหลักในกระบวนการจัดการตนเองให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติน้ำท่วมได้ทุกเวลาเพื่อเชื่อมโยงและประสานการทำงานกับตำบลอื่นๆให้เกิดการตระหนักและลุกขึ้นมาจัดการปัญหาด้วยตนเองเพื่อสร้างพื้นที่รูปธรรมองค์ความรู้ที่สมรถเผยแพร่สู่พื้นที่ข้างเคียง
น้ำป่าทะลัก5หมู่บ้านอุตรดิตถ์สูงกว่า1เมตร
นายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดอุตรดิตถ์ยังไม่คลี่คลาย ล่าสุดเช้าวันนี้ (13 ก.ย.) ได้รับรายงานจากทางอำเภอเมือง ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 12 กันยานที่ผ่านมา กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต.บ้านด่านนาขาม รายงานว่าได้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้ทางตอนเหนือของอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ น้ำป่าไหลหลากบริเวณหมู่ที่ 6 บ้านห้วยตั้ง หมู่ 7 บ้านไฮฮ้า หมู่ 8 บ้านห้วยสัก หมู่ 10 บ้านปางต้นผึ้ง และหมู่ 13 บ้านป่าว่าน
โดยน้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ระดับน้ำท่วมสูง 1 เมตร ทำให้รถไฟสายเหนือและถนนในหมู่บ้านไม่สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ และน้ำกำลังไหลเข้าสู่ชุมชนแล้ว ซึ่งอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเร่งให้ความช่วยเหลือราษฎร พร้อมกันนี้ ยังได้อพยพประชาชนโดยเฉพาะเด็ก คนป่วย และคนชรา ไปอยู่ที่ปลอดภัยบนพื้นที่สูง เนื่องจากปริมาณน้ำไหลแรงและเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มที่ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด ที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 9 กันยายน เวลาประมาณ 01.00 น. มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 705 ครัวเรือน กว่า 2,028 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย สูญหาย 2 คน บาดเจ็บ 1 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 43 หลัง เสียหายบางส่วน 48 หลัง อาคารเรียนเสียหายบางส่วน 1 โรง จำนวน 3 หลัง สะพานชำรุด 15 แห่ง ลำห้วย 4 แห่ง ประปาหมู่บ้าน 8 แห่ง โรงเรียน 1 แห่ง และวัด 2 แห่ง
ในส่วนของการดำเนินการช่วยเหลือนั้นได้ส่งเจ้าหน้าที่เพิ่มทีมสุนัขดมกลิ่นและค้นหาเข้าร่วมปฏิบัติงานจำนวน 2 ชุด ทหาร 11 นาย สุนัข 5 ตัว ค้นหาผู้สูญหาย พร้อมกันนี้ยังได้จัดคณะทำงานแบ่งชุดย่อยลงสำรวจพื้นที่หมู่บ้านต่างๆ รวม 4 ชุด เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายของบ้านที่เข้าหลักเกณฑ์ พร้อมกับเร่งทำประชาคมกำหนดพื้นที่ก่อสร้างบ้านสำหรับผู้ที่ต้องการ โดยกำหนดให้แล้วเสร็จวันที่ 15 กันยายน
น้ำชีทะลักซัดฝายแตก 30 หมู่บ้านชัยภูมิถูกตัดขาด
ขณะที่ จ.ชัยภูมิสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ตั้งแต่เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ต้นกำเนิดแม่น้ำชีบริเวณบ้านโหล่น ต.นางแดด อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เกิดทะลักเข้าล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎรเริ่มได้รับความเสียหายจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเวลา 01.00 น.เป็นต้นมา นายอดิเทพ กมลเวชช์ นายอำเภอหนองบัวแดง ต้องเร่งเข้าสำรวจความเสียหายและเข้าช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่รอยต่อถนนสายหนองบัวแดง-บ้านโหล่น ช่วงบ้านนาเจริญ ต.นางแดด ซึ่งแม่น้ำชีเกิดทะลักล้นตลิ่งเข้าท่วมถนนสูงกว่า 1 เมตร กินระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร ทำให้ประชาชนในพื้นที่ 2 ตำบล ต.วังชมภูและต.นางแดด ถูกตัดขาดกว่า 20 หมู่บ้าน และไม่สามารถนำทุกชนิดผ่านเข้าออกมายังตัวอำเภอหนองบัวได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งช่วยเหลือเป็นการด่วนแล้วซึ่งระดับน้ำยังคงไหลผ่านถนนรุนแรงต่อเนื่อง
รวมทั้งบริเวณถนนสายหลักอีกแห่ง สายอ.หนองบัวแดงเชื่อมผ่านไปยังอ.ภักดีชุมพล ช่วงหมู่บ้านวังชมพู ต.แหลมทอง อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ ก็ถูกแม่น้ำไหลทะลักไหลผ่านเข้าท่วมถนนสูงกว่า80 ซม. ระยะทางยาวกว่า 200 เมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านสัญจรไปมาได้เช่นกันและฝากประกาศเตือนให้รถเล็กทุกชนิดควรหันเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นไว้ก่อนช่วงนี้
นอกจากนี้ยังขอเตือนประชาชนที่จะใช้เส้นทางถนนนผ่านสายจากทางลงเขาพังเหย (ผาเกิ้ง) ต.ห้วยต้อน อ.เมืองชัยภูมิ ผ่านเข้าช่วงบ้านนาคันหัก ต.กุดชุมแสง อ.หนองบัวแดง ควรต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการใช้เส้นทางผ่านเพราะมีน้ำป่าไหลหลากลงผ่านถนนดังกล่าวต่อเนื่องสูงกว่า 50 ซม.ด้วยเช่นกัน
ขณะที่ด้านชาวบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้ลำน้ำชีไหลผ่านช่วงอ.บ้านเขว้า และอ.จัตุรัส ตั้งแต่เวลา 01.30 น.วันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา นายประจวบ ครอบบัวบาน รองนายก อบต.ส้มป่อย อ.จัตุรัส ต้องประกาศเร่งระดมเจ้าหน้าที่และขอความช่วยเหลือจากทางอำเภอกว่า 100 นายเป็นการด่วน เพื่อมาช่วยกันน้ำกระสอบทรายไปกั้นฝายน้ำล้นอ่างเก็บน้ำท่าเกวียน หมู่ 7 เกิดแตกเนื่องจากถูกแม่น้ำชีทะลักล้นตลิ่งซัดพนังกั้นน้ำขาดตลอดทั้งสายช่วงไหลผ่านตำบลส้มป่อย ไหลทะลักเข้ามาซัดฝายดังกล่าวแตกเสียหายซ้ำอีกชั้นอีก ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมที่นาราษฎรเสียหายแล้วกว่า 11 หมู่บ้าน ขยายวงกว้างกว่า 3,000 ไร่ แล้ว และมีบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร อีกไม่น้อยกว่า 700 หลังคาเรือน และมีชาวบ้านถูกตัดขาดอีกกว่า 5 หมู่บ้าน ในหมู่ 7 บ้านบุตามี,บ้านโนนเชือก,บ้านกุดตูม,บ้านซาด และบ้านห้วยน้อย อีกว่า 100 หลังคาเรือนถูกตัดขาด จากถนนสายสันฝายขาดยาวกว่า 50 เมตร ซึ่งได้เร่งเข้าช่วยเหลือเป็นการด่วนแล้ว
ซึ่งทาง อบต.ส้มป่อยได้ประกาศแจ้งเตือนอพยพคนออกนอกพื้นที่มาอยู่ในความปลอดภัยได้ทั้งหมดตั้งแต่รุ่งเช้าวันนี้แล้ว ซึ่งยังคงต้อคอยติดตามสถานการณ์น้ำจากแม่น้ำชีอ.หนองบัวแดง ยังคงไหลเข้ามาสมทบอีกจำนวนมากและขอให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงอีกจำนวนมากให้อพยพขนสิ่งออกออกจากบ้านมาขึ้นอยู่ในที่สูงไว้ก่อนในขณะนี้ด้วย ซึ่งทางอบต.ส้มป่อย ได้ตั้งศูนย์ค่อนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.แล้วขณะนี้ หากชาวบ้านในพื้นที่ใดประสบปัญหาต้องการความช่วยเหลือขอให้รีบประสานมาที่ 089-5851512 ได้ตลอด 24 ชม.จากนี้ไปด้วย
ศภช.เตือนด่วน 14 จังหวัด เตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ(ศภช.) แจ้งว่า ในวันนี้ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มต่อเนื่องออกไปอีกในบริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องระมัดระวังในพื้นที่เสี่ยงภัยและพื้นที่ประสบภัยและติดตามข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง
“ปู”เปิด"บ้านพิษณุโลก"หารือเพื่อน"วตท.12"ช่วยน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น ก่อนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาร่วมประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางไปยังบ้านพิษณุโลก เพื่อหารือร่วมกับนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงสถาบันวิทยาการตลาดทุน(วตท.) ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นประธานรุ่นวตท.12 ถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยใช้เวลาหารือร่วมกันประมาณ 30 นาที นอกจากนี้ ในวันที่ 14 ก.ย.นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเป็นประธานเปิดโครงการรวมพลังไทยช่วยภัยน้ำท่วม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลอีกด้วย
รัฐจัดงานระดมทุนช่วยน้ำ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่าที่นายกรัฐมนตรี กำชับคณะรัฐมนตรีทุกคนลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกจังหวัด อีกทั้งให้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่เกิดปัญหา โดยให้ น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจัดงานระดมทุม “รวมพลังไทยช่วยภัยน้ำท่วม” ในวันพุธที่ 14 ก.ย. นี้ ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป
สำหรับพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ไม่ได้ถือเป็นพื้นที่น้ำท่วมมาก่อน ปัญหาที่พบคือระบบเตือนภัยที่ยังไปสามารถเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ ดังนั้นจึงตั้งคณะกรรมการที่จะเข้ามาช่วยเหลือในระยะยาวต่อไป โดยให้รัฐมนตรีเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการ อย่างไรก็ตามสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลได้เน้นย้ำในการแก้ไขปราบปรามปัญหายาเสพติด เพื่อน้อมนำพระราชดำรัสและพระราชเสาวนีย์ให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในการกำจัดยาเสพติดให้สิ้นหมดไป โดยรัฐบาลได้จัดตั้งเป็นศูนย์ ศพส. โดยให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธานศูนย์ในการรับผิดชอบต่อไป
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังมีมติแต่งตั้ง นายอุกฤษ มงคลนาวิน เป็นประธานกรรมการอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ พ.ศ....ในร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ครม.ไฟเขียวงบฉุกเฉิน300ล้านกว่าช่วยน้ำท่วมอยุธยา-ชัยนาท-อุตรดิตถ์
นางฐิติมา แถลงต่อว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 13 ก.ย.ว่า จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ชัยนาท ขอรับการสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยตามระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2554 รายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ยังไม่ได้รับงบประมาณช่วยเหลือในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 47,078 ครัวเรือน จำนวนเงิน 261,645,314.83 บาท และ จ.ชัยนาท จำนวน 6,009 ครัวเรือน จำนวนเงิน 54,227,081 บาท รวมเป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น 315,872,395,83 บาท อย่างไรก็ตามได้คณะรัฐมนตรีกำชับให้กระทรวงมหาดไทยจ่ายเงินช่วยเหลือต่อไป
จ.อุตรดิตถ์ ได้งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2554 เพื่อสนับสนุนเช่นเดียวกัน จากเหตุการณ์กรณีอุทกภัยและดินโคลนถล่ม ที่ตำบลบ้านน้ำไผ่ อำเภอน้ำปาด ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการในการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเงินสำรองจ่าย ครัวเรือนละ 5,000 บาท ตามข้อมูลครัวเรือนผู้ที่ประสบภัยเบื้องต้นใน จ.อุตรดิตถ์นั้น จำนวน 705 ครัวเรือน จำนวน 3,525,000 บาท



