ข่าว

'อดุลย์'เผยถูกโยกนั่งเลขาฯป.ป.ส.

'อดุลย์'เผยถูกโยกนั่งเลขาฯป.ป.ส.

13 ก.ย. 2554

'อดุลย์' เผย 'ประชา' ขอตัวไปช่วยราชการนั่งเก้าอี้ เลขาฯ ป.ป.ส. ควบตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. เริ่มวันที่ 1 ต.ค. ลั่นพร้อมลุยงานเต็มที่

          13 ก.ย.54 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ถูกทาบทามให้โยกไปช่วยรักษาราชการแทนในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แทน นางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการ ป.ป.ส. ที่ถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรมว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ทาบทามตนไปเป็นเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นระยะเวลา 1 ปี

          โดยเป็นการให้ไปช่วยราชการแทนเท่านั้น ไม่มีพันธะสัญญาใดๆ ไปทำหน้าที่เพื่อวางระบบ ให้การทำงานดำเนินการไปพร้อมกันได้ทุกๆ ด้าน และก็ประสานการปฏิบัติกับทางตำรวจอย่างใกล้ชิด โดยจะเริ่มทำงานวันที่ 1 ต.ค. โดยไม่ต้องเข้าที่ประชุมครม.เป็นการขอตัวและมอบหมายให้ ซึ่งยังคงดำรงตำแหน่งเป็นรอง.ผบ.ตร. อยู่ ไปช่วยราชการเท่านั้น

          พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า การไปช่วยราชการในตำแหน่งเลขาป.ป.ส.เพื่อดูแลเรื่องงานปราบปราบยาเสพติด ซึ่งเป็นงานที่ต้องบูรณาการหลายหน่วยงานซึ่งตนเองมั่นใจว่าสามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้เป็นอย่างดี ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ อย่างเรื่องเรื่องเกี่ยวกับการสกัดยาเสพติดตามแนวชายแดน ต้องใช้กำลังทหารและฝ่ายตำรวจเป็นตัวหลักบทบาทส่วนเรื่องการนำผู้เสพที่เป็นผู้ป่วยมาบำบัดเป็นบทบาทของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณะสุข

          สำหรับมาตรการด้านการปราบปรามจะต้องเป็นบทบาทของตำรวจ รวมทั้งมาตรการที่เป็นเรื่องของกระทรวงยุติธรรม ทั้งเรือนจำและยึดทรัพย์ คือจะใช้หลายๆ หน่วยงานในการที่จะเข้าไปแก้ปัญหา เลขาป.ป.ส. จึงมีบทบาทที่จะเข้าไปบูรณาการตามแผนและยุทธศาสตร์ที่ได้รับนโยบายจากรัฐบาล นำนโยบายรัฐบาลมาขับเคลื่อนเพื่อปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายและให้ทุกหน่วยงานที่เป็นเสาหลักของชาติมาทำงานอย่างเป็นเอกภาพ ให้โอกาสทุกฝ่าย ในทุกมิติของงาน

          “ผมเชื่อว่าการไปทำงานในตำแหน่งเลขาป.ป.ส.จะไม่มีแรงต้านจากเจ้าหน้าที่ในป.ป.ส.เพราะที่ผ่านมาก็มีตำรวจที่ไปทำหน้าที่เลขาป.ป.ส.หลายท่าน อาทิ พล.ต.อ. เภา สารสิน, สุวิทย์ แก้วมณี, พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์, พล.ต.อ.กฤษณะ ผลอนันต์การที่ให้ตนเองไปช่วยราชการก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”พล.ต.อ.อดุลย์กล่าว

          พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ตอนนี้ได้เริ่มทำงานและประชุมเบื้องต้นแล้ว เมื่อเช้าก็ได้เรียก พล.ต.ท.อติเทพ ปัญจมานนท์ ผบช.ปส.มาพบ เพื่อรับทราบเกี่ยวสถานการณ์ยาเสพติดและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เป็นการศึกศศข้อมูลอย่างละเอียดก่อนทำงานด้านยาเสพติด และในคำสั่งกำหนดให้เป็นเลขาธิการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) ซึ่งเป็นศูนย์ที่เพิ่งเปิดใหม่

          “ที่จริงตนอยู่หลายหน่วยงานมาก เป็นทั้งตชด. รองผบช.น. จราจร จึงถึงรองผอ.ฝ่ายปราบปราม และหัวหน้าศูนย์ปราบปรามยาเสพติด เมื่อปี 47 และไปเป็นผบช.ภาค 9 มา 3 ปีครึ่ง มีหลายประสบการณ์ที่จะเอามาใช้ งานพวกนี้ต้องใช้แผนและบทบาทในการบูรณาการหลายหน่วยงาน ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ย้ำว่ายุทธศาสตร์แรกทุกมาตรการต้องทำพร้อมกัน ”พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

 

'สุวณา'โวน้อมรับถูกโยกเป็นรองปลัด

          นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ  เปิดเผยว่า รู้สึกยินดีในกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติโยกย้ายตนไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม  เนื่องจากตนเองอยู่ในวาระการดำรงตำแหน่งอธิบดีมาแล้วถึง 5 ปี ได้รับการต่ออายุในตำแหน่งมาแล้ว 1 ครั้ง หากถูกโยกย้ายก็เป็นเรื่องของการย้ายตามวาระ

          ซึ่งตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม อาจไม่เหมือนกับกระทรวงอื่นตรงที่มีภารกิจให้ทำมากมาย ไม่ใช่การถูกเด้งเข้ากรุ โดยเชื่อว่าตนจะได้รับมอบหมายให้ดูแลงานในภาพรวมของกรมต่างๆ ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าตนถูกกย้ายเป็นเพราะไม่ตอบสนองในเรื่องการช่วยเหลือทางคดีให้กับกลุ่มเสื้อแดงได้นั้น ไม่เป็นความจริง โดยที่ผ่านมาตนได้เร่งยื่นขอประกันตัวตามสิทธิ์ของผู้ต้องหา  แต่การอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของศาล

          นางสุวณา  กล่าวถึงกรอบวงเงิน 8,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงยุติธรรมวางกรอบช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบว่า ขณะนี้ยังต้องรอให้คณะกรรมการตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป.) สรุปผลและรายงานความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีก่อน  จากนั้นจะนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยา สำหรับผู้ต้องขังกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยื่นเรื่องขอรับการช่วยเหลือเรื่องการประกันตัวจำนวน 100 ราย

          โดยกรมคุ้มครองสิทธิฯได้พิจารณาแล้ว 64 ราย อนุมัติให้ช่วยเหลือ 52 ราย ไม่อนุมัติ 12 ราย และยังค้างอยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 17 ราย ส่วนการให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองจำนวน 107 ราย  ได้รับเสียหายกว่า 2,200 ล้านบาท ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและการส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)เร่งให้ความช่วยเหลือในการฟ้องคดีต่อไป

          รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับนายพิทยา จินาวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯคนใหม่ เป็นลูกหม้อสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยจัดเป็นหนึ่งในสายเหนือ เนื่องจากคร่ำหวอดอยู่กับงานปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาค 5 และได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาป.ป.ส.ระดับ 10 ก่อนจะถูกดึงเข้ามารับตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม จากการเสนอชื่อเข้าที่ประชุมครม.นัดสุดท้ายของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรมว.ยุติธรรม

 

ครม.มีมติแต่งตั้งวิปฯรบ.“อุดมเดช”ปธ.

 

           นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการในการบริหารราชการแผ่นดินขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.) ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอ โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ นายวิทยา บุรณศิริ ที่เป็น ปรึกษาคณะกรรมการ, นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ,

           นายอุดมเดช รัตนเสถียร เป็นประธานกรรมการ, นายไพจิต ศรีวรขาน เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1, นายพีรพันธุ์ พาลุสุข เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 2, นายนพคุณ รัฐผไท เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 3, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นรองประธานคณะกรรมการคนที่ 4 นายวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นรองประธานคณะกรรมการคนที่ 5, นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ เป็น รองประธานกรรมการคนที่ 6, นายชยุต ภุมมะกาญจนะ เป็น รองประธานกรรมการคนที่ 7, นายสันต์ศักย์ จรูญงามพิเชษฐ์ เป็น รองประธานคณะกรรมการคนที่ 8, นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นเลขานุการ, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช เป็นผู้ช่วยเลขานุการ และน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็น ผู้ช่วยเลขานุการ