
'มาร์ค'ตอก'ฮุนเซน'มีสิทธิ์พูดถึงเขมร
'อภิสิทธิ์'ย้ำชัดความผิด'ทักษิณ'ไม่มีคดีการเมือง จี้ 'ปู'ตอบแนวทางยื่นฎีกาอภัยโทษพี่ชาย ข้องใจข่าวปล่อยย้ายข้าราชการรายวัน เชื่อหนนี้อธิบดีกรมคุกไม่พ้น เหตุเกี่ยวล้างความผิดนายห้างดูไบ
13 ก.ย.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวทางที่กระทรวงการต่างประเทศควรจะปฏิบัติ หากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมายังประเทศกัมพูชาในวันที่ 16 ก.ย.นี้ ว่า ต้องเริ่มจากหน่วยงานต่างๆทั้งกระทรวงการต่างประเทศ อัยการ ตำรวจ และกระทรวงยุติธรรม ต้องทำร่วมกันในการแจ้งไปให้ชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีสถานะในประเทศเป็นอย่างไร
ส่วนกัมพูชาจะมีท่าทีอย่างไรนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้รัฐบาลไมได้มีหน้าที่จะบอกว่าใครผิดหรือไม่ เพราะเป็นศาลที่จะทำหน้าที่นั้น รัฐบาลมีหน้าที่ปฏิบัติเพื่อให้คำพิพากษาของศาลบังคับใช้ได้
เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปกัมพูชาในวันที่ 15 ก.ย.นี้ และ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปวันที่ 16 ก.ย.นี้ จะมีการเจรจาที่ส่งผลประโยชน์ของชาติ หรือประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศ และตนได้ยินว่า สมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาพูดว่า ไม่ให้ตนพูดเรื่องกัมพูชา มันคงไม่ได้ เพราะที่พูดไม่ได้มีอะไรกับกัมพูชาแต่ต้องการปกป้องผลประโยชน์ประเทศ ตามสิทธิ์คนไทย นายกฮุนเซ็น ก็มีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของกัมพูชา
ทั้งนี้ เมื่อถามว่า สมเด็จฮุนเซ็น ระบุว่า จะไม่มีการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลมาหารือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลจะหยิบเรื่องมาหารือก็ต้องมีการทบทวนมติคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพราะถ้าจะพูดคุยกันก็ต้องเป็นกรอบใหม่ เพราะกรอบเดิมยังถูกแขวนอยู่ ดังนั้น ถ้าอยากจะยืนยันกรอบเดิมก็ต้องแก้มติครม.ก่อน โดยต้องมีเหตุผลชี้แจงให้ชัดเจน และหากมีการทบทวนมติ ครม.แล้ว อาจต้องให้กฤษฎีกานำเรื่องเข้าที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาอีกครั้งหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีประเด็นว่ามีขั้นตอนไหนบ้างที่จะนำเข้าที่ประชุมรัฐสภา
เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ที่จะมีการทำเรื่องนี้แบบลับๆ เหมือนสมัยรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช อดีนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าทำแบบนั้นก็ผิดกฎหมาย แต่ขณะนี้เรายังไม่ทราบว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร ดังนั้นควรมีความชัดเจนว่าจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาโดยใช้กรอบเดิมหรือจะเปลี่ยนกรอบ หากเปลี่ยนกรอบจะเปลี่ยนอย่างไร
'อภิสิทธิ์'จวกยับ'รบ.ปู'มุ่งเอื้อ'ทักษิณ'
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการโยกย้ายข้าราชการโดยเฉพาะตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ว่า การปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้นยังไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร แต่ตำแหน่งนี้จะมีความสำคัญเกี่ยวกับการทำความเห็นการได้รับพระราชทานอภัยโทษ และคงไม่ช่วยให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะบริหารงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เรื่องดังกล่าวเป็นการวนกลับมาที่เดิมทั้งเรื่องคือเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพวกพ้อง
ทั้งนี้ แต่ละวันรัฐบาลมักจะให้สัมภาษณ์และเคลื่อนขบวนในเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาของ พ.ต.ท.ทักษิณ กับเรื่องการบังคับใช้กฎหมายทั้งสิ้น ซึ่งไม่เป็นผลดี แทนที่จะมุ่งแก้ปัญหาประชาชน เหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างทั้งกลไกราชการ การบริหารงานบุคคลจะต้องไปรับใช้สิ่งเหล่านี้ซึ่งไม่เหมาะสม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้และอีกหลายเรื่องไม่ใช่เรื่องของส่วนรวม แต่ก็เห็นมีการแสดงความคิดเห็นตลอดเวลา วันนี้อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความสับสนเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ที่จะช่วยเหลือประชาชน ทั้งค่าครองชีพ การช่วยเหลือน้ำท่วม ในหลายจังหวัด
เมื่อถามว่าที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะอ้างว่าการยื่นฎีกาเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับนโยบายได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การยื่นฎีกาเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ในการเป็น นายกรัฐมนตรี ที่จะต้องเป็นผู้รับการยื่นฎีกาจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะมีหน้าที่ในการถวายความเห็นซึ่งต้องทำอย่างตรงไปตรงมา จริงๆแล้วเมื่อประเด็นชัดเจนแล้ว โดย นายกรัฐมนตรี ก็ทราบว่าคืออะไร
ดังนั้น ถ้าอยากให้มีการส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่ารัฐบาลไม่เลือกปฏิบัติก็จะต้องมีนโยบายชัดเจนเช่นเดียวกัน
ส่วนกรณีที่ขณะนี้มีความพยายามบิดเบือนความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เป็นคดีทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีหรอกคดีทางการเมือง คดีที่เกิดขึ้นเป็นไปตามกฎหมายซึ่งคดีที่ตัดสินไปแล้ว ก็เป็นไปตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่วนที่ทุจริตก็เป็นคดีความทางอาญาทั้งสิ้น ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อหรือจุดยืนทางการเมืองเลย ประชาชนต้องการเห็นรัฐบาลมาทำงานให้ประชาชน ไม่ใช่ทำให้เฉพาะพวกพ้อง แต่กลับมาหยิบเรื่องส่วนตัวที่ไม่เป็นผลดีกับรัฐบาล
วิปฯค้าน เรียกร้อง นายกฯ ใช้เวลาแก้ไขปัญหาประชาชนมากกว่าเดินทางต่างประเทศ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฯ ฝ่ายค้าน) แถลงภายหลังการประชุมวิปฯ ฝ่ายค้าน ซึ่งหารือถึงข้อเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดทำหน้าที่ที่เอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลๆ เดียว รวมถึงการกระทำที่เป็นการล้างบางข้าราชกา และขอให้หยุดการเดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว เพื่อนำเวลามาแก้ไขปัญหาที่เร่งด่วนกับประชาชน เช่น น้ำท่วม ปัญหาค่าครองชีพ
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า วิปฯ ฝ่ายค้าน ได้จับตาการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พ ล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้แต่งตั้งว่าจะยึดหลักปฏิบัติที่ผ่านมา ต่อกรณีการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ที่หลบหนีคดี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด หรือ คดีทุจริตคอรัปชั่น ไม่เคยมีการขอพระราชทานอภัยโทษให้
"ปชป." จี้ ซ้ำรบ.เร่งออกมาตรการช่วยเกษตรกรช่วงรอยต่อก่อนเริ่มโครงการจำนำข้าว
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวตอบโต้กรณี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ได้ให้สัมภาษณ์ระบุรัฐบาลจะไม่จ่ายเงินส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้ เนื่องจากรอให้เริ่มโครงการจำนำข้าวในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ว่า เหมือนเป็นการโกงชาวนาทั้งนี้เพราะ 1. ช่วงรอยต่อระหว่างโครงการประกันรายได้และโครงการจำนำก่อนถึงวันที่ 7 ต.ค.นั้น รัฐบาลควรที่จะต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรก่อน เพราะหากถึงวันที่มีการรับจำนำแล้วอยากถามว่าเกษตรกรจะนำเอาข้าวจากไหนไปจำนำ เพราะในขณะนี้มีตัวเลขข้าวนาปีทั่วประเทศมีถึง 60 - 70 ล้านไร่ คิดเป็นผลผลิต 22 - 23 ล้านตัน จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนหลักคิดตรงนี้ เพราะเกรงว่าหากไม่เปลี่ยนชาวนาจะออกมาเรียกร้อง แต่ถ้าหากหลังวันที่ 7 ต.ค.รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นส่วนของรัฐบาล
นพ.วรงค์ กล่าวว่า 2.การเยียวยาพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งรัฐบาลระบุว่าจะให้เงินไร่ละ 2,222 บาทนั้น ขณะนี้ตนได้รับรายงานว่าได้เกิดขบวนการทุจริตเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.บางระกำ และ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ทั้งการเก็บค่าหัวคิวในอัตราแปลงละ 1 - 2 ไร่ และยังมีการเรียกเก็บหัวคิวในส่วนของบ้านที่ถูกน้ำท่วมที่จะได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาล 5,000 บาท แต่มีการเรียกเก็บหัวคิวหลังละ 100 บาทโดยคาดว่าเกิดจากการกระทำเป็นขบวนการของ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชน ในพื้นที่
“ อย่าให้บางระกำโมเดลที่รัฐบาลอ้างว่าจะใช้เป็นต้นแบบบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วม เป็นบางระกำโมเดลทุจริต ดังนั้นรัฐบาลต้องตรวจสอบเรื่องนี้ ” นพ.วรงค์กล่าว



