
แนะอภัยโทษ'แม้ว'เริ่มต้นใหม่ดีสุด
รายการ"คมชัดลึก" ถก "ลงโทษ-อภัยโทษ ... ทักษิณ" "มานิตย์" ชี้ "แม้ว" ไม่มีความผิดไม่จำเป็นต้องรื้อคดี อดีตเลขาฯสภาทนายความแนะอภัยโทษเริ่มต้นกระบวนใหม่ดีที่สุด และต้องทำให้ถูกขั้นตอน
12ก.ย.2554 นายมานิตย์ จิตจันทร์กลับ ที่ปรึกษา รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา อีดตผู้พิพากษาศาลอาญา แกนนำและที่ปรึกษา นปช. กล่าวในรายการคมชัดลึกทางเนชั่นทีวีเรื่อง"ลงโทษ-อภัยโทษ ... ทักษิณ" ว่า ตนไม่ได้คุยกับพรรคเพื่อไทยถึงการขออภัยโทษพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งการที่จะพิจารณาเรื่องกฎหมายไม่ใช่อยู่ๆ จะจับเหตุการณ์ตรงนี้ แต่ต้องย้อนไปยังเหตุการณ์ 19 ก.ย.2549 ที่ยึดอำนาจ และมีการออกกฎหมายเอง และองค์กรต่างๆ ก็อยู่ภายใต้ คมช. สภาพบังคับอยู่ภายใต้กองทัพ ต่างจากระบอบประชาธิปไตยที่ต้องมีการสอบสวน สืบสวน เอาตัวเข้าเรือนจำ
อยากจะถามว่าคดีของพ.ต.ท.ทักษิณเกิดขึ้นภายใต้ระบอบอะไร สำหรับตัวเลขของคนที่เข้าชื่อยื่นทูลเกล้าฯถวายฎีกานั้น คนที่ยื่นนั้นไม่ได้ยื่นตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะรู้ว่าขณะนั้นไม่ได้ปกครองภายใต้ระบอบอประชาธิปไตย ดังนั้น คนที่ยื่นทูลเกล้าฯถวายฎีกามี 2 พวกคือ พวกที่รู้กฎหมาย อีกพวกคือชาวบ้าน ที่เป็นการยื่นฎีการ้องทุกข์
ทั้งนี้การจะนำ พ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้านก็ไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะพ.ต.ท.ทักษิณไม่ผิด ให้หลบภัยอยู่ที่นั่นก่อน แค่ทำบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ก่อน และไม่จำเป็นต้องรื้อฟื้นคดีอะไรเพราะไม่มีคดีอะไรจะรื้อฟื้น อย่างไรก็ตาม ในการประชุมพรรคเพื่อไทยวันที่ 13 ก.ย. ตนจะพูดว่าเรื่องอย่างนี้ไม่ว่าใครก็ตามอย่าเอาไปพูด เพราะเป็นเรื่องปวงชนชาวไทยต้องนำมาพูดในพรรค เพื่อจะได้ไม่เกิดเป็นประเด็นไปพูดกัน
นายเสงี่ยม บุญจันทร์ อดีตเลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการขอพระราชทานอภัยโทษ ตาม ม.259 วิอาญา ดังนั้น การที่บุคคลอื่นจะยื่นเข้าชื่อจึงไม่เกี่ยวกัน และเกรงว่าจะเป็นการไปบีบ หากยึดถือกฎหมายที่ใช้กันปัจจุบัน ต้องยื่นต่อ รมต.ยุติธรรม
"หากจะแนะนำอยากให้เริ่มต้นใหม่จะดีที่สุด เพราะกฎหมายตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 บอกว่าห้ามผู้ใดรับกฎหมายที่ผิดฎีกา และกรณีที่ไปก้าวล่วงต่างๆ ห้ามไปพูดในเรื่องศาลว่าตัดสินไม่ถูก และต้องยื่นต่อ รมต.ยุติธรรม เพราะรมต.ยุติธรรมมีหน้าที่ถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ หากจะให้รมต.ยุติธรรมทำเองก็ต้องเป็นกรณีที่ไม่มีผู้ใดถวายเรื่องราว และรมต.ยุติธรรมจะเป็นผู้ถวายเรื่องราวเอง ไม่เช่นนั้นจะเป็นข้อตำหนิได้ ซึ่งเป็นไปตาม ม.261 วรรคสอง" อดีตเลขาสภาทนายความ กล่าวและว่า เรื่องความเหมาะสม ต้องระวังอย่าก้าวล่วงเบื้องบนและต้องทำให้ถูกขั้นตอน
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าคณะทำงานกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลายสิ่งที่ดูแล้วกังวลใจทั้งการแทรกแซงสื่อ องค์กรอิสระ การรื้อฟื้่นคดีขึ้นมาใหม่ การนิรโทษกรรม ซึ่งก็รู้กันอยู่ว่ามีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2488 และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกราบบังคมทูล ซึ่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ญาติ เมียไม่ได้ขอ และยังไม่สำนึกผิด ซ้ำยังด่าศาลว่าสองมาตรฐาน และยื่นไม่ถูกต้อง ตนเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยมีนักกฎหมายเยอะ หากเจ้าตัวไม่ลงชื่อยื่นไม่ได้ เราเป็นประเทศที่ใช้กฎหมายเป็นนิติรัฐ ไม่ใช่รัฐตำรวจ ดังนั้นกระบวนการยื่นทูลเกล้าฯถวายฎีกามีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ วิอาญา ธรรมนูญยุติธรรม และธรรมนูญศาล และกฤษฎีกาทูลเกล้าฯ ดังนั้นหากใครยื่นเรื่องนี้ถือว่าผิดหน้าที่ เมื่อยื่นไม่ถูกต้องก็ต้องตีตก ซึ่งตนเกรงว่ามีจะการนำไปบิดเบือนหมิ่นสถาบัน นำมาซึ่งการลุกฮือของประชาชน
นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า หากบอกว่าคดีของพ.ต.ท.ทักษิณไม่ชอบคงไม่ได้ เพราะรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ก็มาจาก คมช. หลังจากรธน.2540 จะอย่างไรก็ไม่ได้ไปลบล้างศาล การปฏิวัติรัฐประหารไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียว ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองก็มาจาก รธน.2540 อย่างไรก็ตาม หากคิดว่า รธน.2550 ไม่ชอบ รัฐบาลนายสมชาย รัฐบาลนายสมัคร รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ต้องไม่ชอบเช่นกัน และการไปยื่นตรงผ่านราชเลขาธิการก็ต้องไม่ชอบ
"ดังนั้น ต้องติดคุก ลงชื่อเอง สำนึกผิด ไม่ใช่ยังบอกว่าสองมาตรฐาน ที่สำคัญต้องเดินให้ถูกช่องทางที่ รมต.ยุติธรรม ที่จะต้องทำความเห็นผ่านไปยังราชเลขาธิการ องคมนตรี หากไม่ถูกขั้นตอนก็จะผิดหน้าที่ตามกฎหมายอาญา ทั้งนี้ได้คุยกันในพรรคว่าเมื่อนายกฯประกาศว่าไม่ได้ทำเพื่อหนึ่งคนใด แต่ที่ออกมาการย้ายพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการ สมช. แก้รธน. รวมทั้งการยุบองค์กรอิสระ จึงถือว่าไม่ได้เพื่อคนคนเดียวไม่ได้ เมื่อได้เสียงจากประชาชนแล้วทำไมไม่วางแผนป้องกันน้ำท่วม และต้องไม่ลืมว่าทักษิณคิด เพื่อไทยทำ " นายวิรัตน์ กล่าว



