
ตกลงระหว่างนักการเมืองกับข้าราชการใครใหญ่กว่ากัน
ตกลงระหว่างนักการเมืองกับข้าราชการใครใหญ่กว่ากัน : ประชาธิปไตยที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ [email protected]
เรื่องของการโยกย้ายข้าราชการในช่วงนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ และทำท่าว่าสังคมและสื่อค่อนข้างจะหลงทางพอสมควร เพราะงานนี้เปิดหน้าเล่นอยู่ที่เรื่องของการโยกย้าย ผบ.ตร. ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
ซึ่งไปๆ มาๆ ทำให้งงว่าตกลงเรื่องของการโยกย้ายข้าราชการนั้นเป็นเพราะหาที่ลงให้อดีต ผบ.ตร.ไม่ได้ หรือเป็นความตั้งใจเดิมที่จะโยกย้ายอยู่แล้วนั่นแหละ แต่อุบเอาไว้ (ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าที่โยกย้ายนั้น เป็นการ "แก้ไข" หรือ "แก้แค้น" กันแน่)
หรือว่าสื่อมวลชนไม่ได้สนใจเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ทั้งที่น่าจะคุ้ยว่าใครบ้างอยู่ในจุดอันตราย
พูดให้ดูขำๆ ก็คือถ้าคุณวิเชียรแค่ขอลาออกจากตำแหน่งไปนอนเล่นที่บ้าน ก็คงไม่เดือดร้อนกันไปหมดขนาดนี้ (อันนี้ผมก็เชื่อว่าไม่จริง)
แต่ก็เอาล่ะครับ เรื่องที่น่าสนใจกลับอยู่ที่ว่า สื่อเองจนถึงวันนี้ก็ไม่ได้โหมกระแสข้าราชการการเมืองรังแกข้าราชการมากนัก
พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าเทียบกับบรรยากาศคลื่นลมก่อนรัฐประหารโดยทั่วไปแล้ว คราวนี้คลื่นลมไม่ได้พัดแรงขนาดนั้น
แต่คำถามก็คือ ตกลงที่สื่อไม่ได้เทไปในทางนั้นแปลว่าสื่อเห็นด้วยกับเพื่อไทยจริงไหม? หรือว่าสื่อก็รับไม่ได้กับประสิทธิภาพและประสิทธิผลของข้าราชการและระบบราชการที่เป็นอยู่
ซึ่งอันนี้แหละครับที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประเด็นอยู่มิใช่น้อย และเท่าที่จับความรู้สึกได้ก็คือ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ชอบระบอบทักษิณ ไม่ชอบนักการเมือง แต่เขาไม่ประทับใจการทำงานของระบอบอำมาตย์ด้วย นับตั้งแต่รัฐประหารเป็นต้นมา
เรื่องนี้ผมคิดว่าสำคัญไม่น้อย เพราะถ้าสังคมไม่ได้เห็นภาพในเรื่องการรังแกข้าราชการประจำอย่างรุนแรงจริง กระแสที่กดดันหรือคาดหวังจากกระบวนการยุติธรรมก็อาจจะไม่เพียงพอ
กล่าวโดยสรุป ผมคิดว่ามีหลายประเด็นที่น่าจะตั้งข้อสังเกตเอาไว้
หนึ่ง คุณเฉลิมจะมีบทบาทฝ่ายรุกได้อีกนานแค่ไหน ที่จะไม่ถูกด่าว่าเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่าย (รังแก) ข้าราชการประจำ
สอง ถ้าข้าราชการอ้างว่าถูกรังแก เขาจะถูกตรวจสอบจากอะไรได้ เขาจะแค่ถูกตรวจสอบกันเองภายใต้ข้ออ้างเรื่อง "ระบบคุณธรรม" ได้ไหม
คำตอบหนึ่งที่สำคัญนั้นก็คือเรื่องราวของข้อถกเถียงอันเป็นอมตะข้อหนึ่งของการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ นั่นก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างการเมือง กับการบริหาร
นั่นหมายความว่าตกลงนักการเมืองและการเมืองนั้นมันคืออะไร มีเป้าหมายอยู่ตรงไหน และการบริหาร หรือการบริหารราชการ/ข้าราชการ หมายถึงอะไร
ในบ้านเรา เรารู้สึกว่า ข้าราชการนั้นก็ถูกรังแก และขณะเดียวกัน นักการเมืองก็เป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้หลายๆ ครั้ง
แต่เราเข้าใจผิดไปหรือเปล่า ว่าความเป็นที่พึ่งของนักการเมืองหมายถึงว่าต้องรังแกข้าราชการประจำได้ หรือต้องใหญ่กว่าเหนือกว่าข้าราชการประจำในความหมายที่ว่าย้ายข้าราชการประจำได้
ถ้าไม่ใช่คืออะไร? คำตอบก็คือ ถ้าเรามองว่าประชาธิปไตยนั้นเป็นคุณค่าที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องการเมืองกับการบริหาร การเมืองหรือนักการเมืองย่อมมีความเหนือกว่าข้าราชการและการบริหาร ในความหมายที่ว่าการเมืองนั้นหมายถึงการตัดสินใจ เลือกเป้าหมายของสังคม ดังนั้นถ้าเป้าหมายผิด เขาก็ต้องรับผิดชอบต่อสังคมโดยการลาออก หรือไม่ถูกเลือกตั้งเข้ามาใหม่
แล้วการบริหารล่ะ? การบริหารราชการก็คือ การไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้ โดยเป้าหมายนั้นจะถูกตั้งและรับผิดชอบโดยฝ่ายการเมือง ดังนั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าถ้าเขาตั้งเป้าหมายแล้วเขาคิดว่าข้าราชการทำไม่ได้ก็ต้องย้ายเพื่อความเหมาะสม
แต่ขณะเดียวกันถ้าเป้าหมายมันผิด นักการเมืองก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน เช่นถ้าเปลี่ยนข้าราชการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ผิดเราก็ต้องค้านและทักท้วง แต่ถ้าการโยกย้ายข้าราชการทำไม่ได้เลย ด้วยอ้างว่าละเมิดคุณธรรมมันก็มากเกินไปเหมือนกัน
เรื่องมันถึงซับซ้อน เพราะบางยุคข้าราชการก็มาตั้งเป้าหมายเอง ก็เลยตรวจสอบโดยประชาชนไม่ได้ และอีกหลายครั้งนักการเมืองก็ตั้งเป้าหมายผิด และกระบวนการตรวจสอบก็อ่อนแอเกินไป และสุดท้ายเรามองเรื่องการตรวจสอบตัวเอง และองค์กรอิสระ ว่าถูกตรวจสอบได้แค่ไหนด้วย (รวมทั้งสื่อด้วย และนักเขียนแบบผมด้วย และเสียงทั้งข้างมากและข้างน้อยด้วย)
ประเด็นสำคัญจึงเป็นเรื่องของการตรวจสอบ ไม่ใช่การมาเบ่งว่าใครมีอำนาจมากกว่าใคร เพราะเป้าหมายสำคัญของสังคมก็คือประชาธิปไตย ที่ต้องเป็นทั้งเป้าหมายและวิธีการด้วยครับ



