ข่าว

 ธรรมาภิบาลที่หายไป

ธรรมาภิบาลที่หายไป

13 ก.ย. 2554

ธรรมาภิบาลที่หายไป : เลียบค่าย ชัยกร ใบเงิน

           การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ จะมีวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มากน้อยขนาดไหนเชื่อว่า บรรดาผู้มีส่วนได้เสียคงลุ้นกันระทึก

           ที่จับตากันคือ ตำแหน่ง ผบ.ตร.ของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี จะโยกไปนั่งที่สภาความมั่นคงเลยหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ พล.ต.อ.วิเชียร ลาพักร้อน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. นั่งรักษาการเท่านั้น

           การทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย จึงติดขัดอยู่

           ถึงแม้ในแง่บริหารยังไม่ลื่นแต่วงในเริ่มรู้กันแล้วว่า ระดับรอง ผบ.ตร. ที่ว่างลงจะขยับ สบ 10 เข้ามา ส่วนผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็จะขึ้นไปพักที่ สบ 10 ก่อน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็ใช้ระบบอาวุโส ส่วนเก้าอี้ผู้บัญชาการก็มีรายชื่อส่งตรงจากต่างประเทศเกือบหมดแล้ว

           ระดับผู้บัญชาการ เหมือนเดิมใกล้ชิดพรรคเพื่อไทย เรียกได้ว่าแทบไม่มีพลิก และจะมีการสับเปลี่ยนอีกหลายตำแหน่ง

           เรียกว่าน้องๆ ล้างบางก็ไม่น่าจะห่างไกลนัก

           ความจริงองค์กรตำรวจมีปัญหาเรื่องแต่งตั้งมานานแล้ว ธรรมาภิบาลไม่ต้องพูดถึง บัญชีโยกย้ายแทบจำไม่ได้ว่า ใครข้ามหัวใคร ใครไปเตะเก้าอี้ตัวไหน มันผสมปนเปมั่วไปหมด

           พอเปลี่ยนรัฐบาลก็ดึงเอาคนของตัวเองขึ้นมา ระบบคุณธรรมการประเมินผลงานไม่มีอีกต่อไป

           การแต่งตั้งขึ้นอยู่กับนายตำรวจผู้นั้นมีที่มาอย่างไร เป็นเด็กในสายไหน เข้าออกบ้านนักการเมืองมานานเท่าไร ไม่เคยพิจารณาว่า ผลงานที่ผ่านมาทำอะไรให้หน่วยงาน บ้านเมืองบ้าง

           เชื่อมั้ยครับว่า นายตำรวจบางคนไม่เคยคลุกคลีกับลูกน้อง ไม่เคยรู้งาน แต่เอาชื่อมาแปะไว้ในหน่วย แล้วก็เดินตามนักการเมือง กลับประสบความสำเร็จในชีวิต

           แต่พอเกิดเรื่องขึ้นก็มาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ตัดพ้อว่าตำรวจต้นทุนต่ำ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ตำรวจไม่เคยลงทุน มีแต่หุ้นลมเอาแต่ผลประโยชน์อย่างเดียว จะบอกว่าต้นทุนต่ำตรงไหน

           ตำรวจทำอะไรให้สังคมน้อยมาก เมื่อเทียบกับอำนาจหน้าที่  เมื่อเข้ามานั่งคุมหน่วยสิ่งแรกที่ถามคือ ในพื้นที่มีอะไรบ้าง แทนที่จะสร้างความอบอุ่นใจให้ชาวบ้าน

           ส่วนตำรวจดีมีจิตสำนึก พวกนี้โนเนมห่างไกลผู้บังคับบัญชา อนาคตไม่มีหรอก

           สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นข้าราชการเกษียณอายุราชการถึงจุดด้อยของระบบราชการพบ 3 อันดับแรกคือ การเมืองแทรกแซง ทุจริตคอรัปชั่น การเล่นพรรคเล่นพวก

           ทั้ง 3 เรื่องนี้มีอยู่อย่างข้นคลั่กในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

           ตราบใดที่อนาคตตำรวจต้องเอาไปผูกไว้กับนักการเมือง ธรรมาภิบาล คงไม่เกิดและไม่มีอีกต่อไปสำหรับผู้มีอำนาจ!!