
มท.1ลุยช่วย'ทักษิณ'คืนความเป็นธรรม
'ยงยุทธ' เผยเดินหน้าช่วย 'ทักษิณ' คืนความเป็นธรรม อ้างหลักสิทธิมนุษยชน ระบุ ไม่ใช้วิธีแก้กฎหมาย หากจำเป็นก็ต้องติดคุกก่อน โวคนรัก "ทักษิณ"เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยัน ไม่มีอุบัติเหตุกับพรรคเป็นครั้งที่ 3
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษกับเครือเนชั่น ถึงการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรีว่า ต้องพูดว่า เราเคารพประชาธิปไตย ซึ่งมีความหมายรวมหลายอย่าง รวมถึงเรื่องการปกครองโดยกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ
"อะไรที่อยู่ในเงื่อนไขของประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน เราจะเดินหน้า แต่ไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว เป็นเรื่องส่วนรวม ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง ต้องดูว่า ท่านมีสิทธิประการใดบ้าง ในฐานะที่เป็นมนุษย์ เป็นคนไทยก็ต้องพิทักษ์รักษา เรื่องนี้เป็นข้อกังวลมาโดยตลอด ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น หากแต่เกิดขึ้นมาตลอด ตั้งแต่รัฐประหารเลือกตั้ง และวันนี้ก็ยังมีเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมืองตลอดเวลา เรามั่นใจว่า ประชานส่วนใหญ่ไม่โง่เหมือนเดิม"
ต่อกรณีที่ถูกตั้งคำถามว่า รีบทำเกินไปหรือไม่ นายยงยุทธกล่าวว่า คิดได้หลายแง่ ถ้าเราระมัดระวังบรรยากาศทางการเมืองมาก ก็เป็นไปได้ที่คนจะเกิดความคิดแบบนั้น แต่คนที่รู้สึกอย่างนั้น ก็เคยรู้สึกแบบนี้มาแต่อดีต
เขาบอกว่า คนที่เกลียด พ.ต.ท.ทักษิณในอดีต วันนี้ก็ยังเกลียด แต่จำนวนไม่มากขึ้น อาจจะเท่าเดิม หรือลดน้อยลง แต่คนเข้าใจรักและห่วงใยสงสาร พ.ต.ท.ทักษิณไม่น้อยกว่าเดิม ซ้ำยังขยายตัวมากขึ้นในปริมาณที่น่าตกใจ เพราะฉะนั้นคนที่เข้าใจจะรู้ว่า ความยุติธรรมบางทีวันเดียวก็ช้าไป ขั้นตอนที่ทำกันมา ไม่ใช่ขั้นตอนใหม่บางทีก็ช้าเกินไป
นายยงยุทธ ระบุว่า ที่ผ่านมา ความเป็นธรรมถูกล่วงละเมิด ประวิงนานเกินไป เรื่องเดียวกันแต่พอเปลี่ยนรัฐบาล กลับเดินหน้าได้ แสดงว่า ฝ่ายหนึ่งไม่เป็นกลาง ภาพแบบนี้ทำให้คนรัก พ.ต.ท.ทักษิณมากขึ้นเรื่อย ๆ
"สิ่งที่ท้าทายความรู้สึกในใจเราอยู่ที่ว่า ฝ่ายหนึ่งถูกอ้างว่า กระทำผิดงกฎหมาย เพื่อดำเนินการ แต่อีกฝ่ายทำผิดชัดเจนมาก ๆ คือการล้มล้างรัฐธรรมนูญ โดยการรัฐประหารอย่างชัดเจน แต่ไม่มีใครติดตามทวงถามเอาใจใส่ แต่หากเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ แค่กระดิกตัวแม้ยังไม่ชัดเจน ก็ถูกจับตา กระบวนการไหนจะบอกว่า ผิดหรือถูก
หากเป็นหนังคาวบอยมีคนทำผิดก็จะจับแขวนคอเลย นายอำเภอยังยอมตายเพื่อเอาผู้ร้ายไปขึ้นศาล แต่ของเราถ้าพวกหนึ่งไม่เป็นไร อีกพวกแขวนคอเลย แต่สังคมกลับต้อนรับและชื่นชม" นายยงยุทธกล่าว
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะอธิบายเกี่ยวกับคำตัดสินของศาล และการขออภัยโทษอย่างไร นายยงยุทธ กล่าวว่า ต้องดูกฎหมายว่า กำหนดว่า ต้องรับโทษก่อนหรือไม่ นี่คือเกณฑ์ในการตัดสินใจ หากใช้ความรู้สึกว่า ต้องถูกลงโทษก่อน ก้ต้องดูว่า กฎหมายเขียนอย่างไร หากกฎหมายบอกว่าไม่จำเป็นต้องลูกลงโทษก่อน ก็ไม่จำเป็น แต่หากกฎหหมายบอกว่า ต้องถูกลงโทษเสียก่อน ก็ต้องถูก
เมื่อถามย้ำว่า มีการยกประเด็นว่า อาจะไม่ต้องรับโทษก่อนจะขอพระราชทานอภัยโทษ นายยงยุทธกล่าวว่า "อะไรเป็นหลัก บอกว่า ทำได้ก็ทำได้ แต่จะไม่มีการแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของคนคนเดียวเป็นอันขาด"
นายยงยุทธ กล่าวต่อว่า สื่อเองก็มีความสำคัญ บางสื่อได้รับสัมปทานจากรัฐ ก็ไม่มีทางออกนอกจากสุมไฟ หากจะมองภาพว่า ต้องทำลายทักษิณ ทำลายกลุ่มพวกที่อยู่กับเรา คนส่วนหนึ่งมีอยู่ยังสนุกกับรถไฟสายอภิสิทธิ์ชน ขณะที่อีกขบวนหนึ่งโตอย่างคิดไม่ถึง
"เหตุใดคนอย่างยงยุทธ หรือยิ่งลักษณ ชินวัตร ที่เพิ่งเข้าสู่การเมืองถึงชนะถล่มทลาย ถ้าไม่ถูกโกง ก็จะได้ 300 เสียงขึ้น โดยไม่ต้องซื้อเสียงแแต่บาทเดียว ผมไปพบประชาชน ประชาชนก็ตะโกนบอกว่า หัวหน้าขอบคุณมากนะ ที่จับเบอร์หนึ่งให้ดิฉัน พรรคของเราเป็นพรรคของมวลชน หากไม่มีก็หาคนมาใหม่ ก็ไปได้อยู่ดี"
นายยงยุทธ ระบุว่า คนบางคนไม่ได้สัมผัสประชาชน แต่พรรคเพื่อไทย พลังประชาชน ไทยรักไทย สัมผัสประชาชน เห็นความเติบใหญ่ ที่มาจากการรักประชาธิปไตยหวงแหนสิทธิ วันนี้มีรถไฟสองขบวน ขบวนหนึ่งจะเป็นอภิสิทธิชน ทีมีชนชั้นปกครอง สื่อ นายทุน ผลประโยชน์ อาจารย์มหาวิทยาลัย อาวุธ เป็นขบวนที่วิ่งมานาน อีกขบวนของความเปลี่ยนแปลง เป็นขบวนการของคนรักประชาธปไตยรักความเป็นธรรม เราไม่อยากให้สองขบวนนี้ชนกัน เพราะเป็นอันตรายกับสังคมไทย
"ก็แข่งกันสิ อยู่บนพื้นฐานของประชาชน ไม่ใช่มาทำลายขบวนหนึ่งตลอดเวลา การทำลายมีแต่เพิ่มแรงม้า เพิ่มผู้โดยสาร ที่ผ่านมาเฉี่ยวหลายครั้ง เขาเชื่อว่า ขบวนประชาชนต้องพังพินาศที่ไหนได้ไม่พัง มันมีกำลังมากขึ้น" นายยงยุทธกล่าว
นายยงยุทธ กล่าวว่า จากการเลือกตั้ง สรุปได้ว่า ต่อจากนี้การเมืองจะเป็นระบบพรรคใหญ่สองพรรค ซึ่งพรรคเล็กต้องพิจาณาว่า ทำอย่างไร และยังเห็นว่า การเมืองไทยเริ่มมีเสถียรภาพ โดยประชาชนดูนโยบายเป็นเรื่องสำคัญ ประชาชนไม่เชื่อเรื่องกล่าวหา นี่คือประชาธิปไตย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่า ตำแหน่งของนายยงยุทธ จะเป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรี หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น นายยงยุทธกล่าวว่า ประเด็นนี้ ไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะอุบัติเหตุรถชนคนตายเยอะ เกิดกับเรามาสองครั้งแล้ว เพราะฉะนั้น การเกิดขึ้นครั้งที่สามจะไม่มี เราต้องใช้ความระมัดระวังทุกจังหวะ ออกจากบ้าน หยิบกุญแจระวังทุกฝีก้าว เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้น
ส่วนที่กังวลว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจจะถอดใจ ขอยืนยันว่า ไม่มี เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้เสนอตัวเป็นนายกฯ และก็ดำเนินการมาตลอด ทั้งนโยบายและตัวตน ประชาชนก็เลือกฉันทานุมัติตรงนี้จะมีอะไรมาทดแทนได้



