ข่าว

'ถวิล'ยื่นหนังสือกพค.เด้งไม่เป็นธรรม

'ถวิล'ยื่นหนังสือกพค.เด้งไม่เป็นธรรม

12 ก.ย. 2554

'ถวิล' ยื่นหนังสือร้อง กพค. หลังโดนเด้งไม่เป็นธรรม หวังจะได้รับการพิจารณาโดยเร็ว โวยเสียใจที่ไม่ได้ทำงาน เพราะต้องมารักษาสิทธิของตัวเอง

          12 ก.ย.54 เวลา 15.30 น. นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ  เเละอดีตเลขาธิการสมช.เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมของข้าราชการพลเรือน(ก.พ.ค.)  ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานกพ.ถนนพิษณุโลก  ได้ทางมายื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมกรณีถูกโยกย้ายจากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) โดยนางสายสุนีย์ ธูปทอง หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป ก.พ.ค. ได้มารับหนังสือร้องเรียน 

          นายถวิล กล่าวภายหลังยื่นหนังสือว่า คู่กรณีที่มีชื่อในการร้องเรียนคือ  นายกรัฐมนตรีเพราะเป็นผู้มีอำนาจในการบังคับบัญชาตนโดยตรง ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ก็รอว่าก.พ.ค.จะดำเนินการอย่างไรต่อไป อาจจะมีการเรียกตนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกก็แล้วแต่คณะกรรมการ หนังสือนี้เป็นการร้องทุกข์ที่ตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการโยกย้าย เพราะเห็นว่าการใช้อำนาจของนายกฯไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม

          เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ที่ในอดีตมีการยื่นแบบนี้ แต่ก.พ.ค.ไม่รับพิจารณา เพราะเป็นอำนาจของการบริหาร นายถวิล. กล่าวว่า ก.พ.ค.เป็นที่พึ่งของข้าราชการได้ ซึ่งตนก็มายื่นหนังสือ แต่ผลเป็นอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และตนหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากคณะกรรมการ ไม่ได้หวังผลว่าจะแพ้ชนะ แต่ขอให้ได้ต่อสู้เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างที่ก.พ.ค.พิจารณาเรื่องนี้  จะไปรับตำแหน่งใหม่หรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า ตนไปรายงานตัวแล้ว เพราะต้องปฏิบัติตามมติครม.และนายกฯก็สั่งการแล้ว  ตนก็ต้องไป

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านใดบ้าง นายถวิล กล่าวว่า เท่าที่ทราบได้รับมอบให้ดูแลงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแผนการบริหารราชการแผ่นดินด้านความมั่นคง ซึ่งตอนที่ทำงานด้านนี้   ตนก็ทำงานด้านนี้อยู่แล้ว

          เมื่อถามว่า ข้อต่อสู้หลักที่ยื่นร้องขอความเป็นธรรมคืออะไร นายถวิล กล่าวว่า เอาไว้ก่อน

          ผู้สื่อข่าวถามว่าในคำร้องมีข้ออ้างทางกฎหมายอะไรบ้าง นายถวิลกล่าวว่า ในคำร้องที่ยื่นก็เป็นเรื่องใหม่ เพราะก.พ.ค.เพิ่งมีมาเมื่อปี 2551 และมีการตั้งกรรมการมาเมื่อ 2 ปีเศษ  จึงมีเรื่องพิจารณาไม่มากนักและถือเป็นเรื่องใหม่ของข้าราชการ ซึ่งในแบบคำร้องของก.พ.ค.เพียงแต่ให้ระบุถึงการที่ไม่ได้ความเป็นธรรมอะไรบ้างและต้องการให้ก.พ.ค.ช่วยเหลือและแก้ไขอะไรบ้าง

          "ผมเสียใจอยู่นิดเดียว ว่าช่วงเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาแทนที่จะได้ทำงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบ  ก็ต้องมาเสียเวลาดูแลสิทธิของตัวเอง เรื่องของระบบคุณธรรมต่างๆก็เสียใจไม่อย่างนั้นผมก็จะได้ทำงานในสิ่งที่ผมถนัด ที่ผมรับผิดชอบอยู่"นายถวิลกล่าว

          เมื่อถามว่า กรณีที่ข้าราชการสมช.ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯคัดค้านการนำคนนอกมาเป็นเลขาธิการสมช. นายถวิล กล่าวว่า  ตนเห็นเหมือนข้าราชการเหล่านั้นเพราะตนก็เป็นลูกหม้อของสมช.  เรื่องแบบนี้เห็นมานานแล้วว่าที่เติบโตมาตามสายงาน เจ้าหน้าที่ก็ต้องมีขวัญกำลังใจและเจ้าหน้าที่ก็ต้องมีขวัญกำลังใจ   เพราะนอกจากเรื่องอื่นแล้วก็มีเรื่องการเติบโตตามสายงานไปจนถึงขั้นสูงสุดในองค์กร ซึ่งถ้าตำแหน่งเหล่านั้นมาจากคนนอกอยู่เรื่อย ๆ และประจำ ข้าราชการก็ขวัญเสียเพราะไม่สามารถมองเห็นอนาคตของตัวเอง เป็นเรื่องปกติธรรมดา

          ต่อข้อถามที่ว่า  หากผู้บังคับบัญชามาจากสายงายอื่นจะเป็นปัญหาหรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ก็เป็นปัญหาไม่สบายใจ หากเป็นตัวบุคคลก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ด้วยระบบจะไม่สามารถทำให้ข้าราชการในหน่วยนั้นเติบโตได้

          ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีพรรคประชาธิปัตย์ให้ข้าราชการยึด "ถวิล โมเดล"เป็นบทเรียน นายถวิล กล่าวว่า แต่ละกรณีแตกต่างกันออกไป จะไปใช้กรณีนี้เทียบเคียงกับกรณีอื่นไม่ได้เพราะต้องดูตามข้อเท็จจริงแต่ละเรื่อง แม้กระทั่งกรณีของอธิบดีกรมการปกครองก็ไม่เหมือนกับตน ที่เหมือนกันอย่างเดียวคืออธิบดีกรมการปกครองกับตนมาร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งอธิบดีกรมการปกครองได้รับการคุ้มครองแล้ว แต่ตนอยู่ระหว่างการดำเนินการ

          เมื่อถามว่า อยากให้กรณีนี้เป็นบรรทัดฐานระหว่างการทำงานร่วมกันของข้าราชการกับนักการเมืองหรือไม่ นายถวิลกล่าวว่า ไม่ทราบว่าจะเป็นบรรทัดฐานได้หรือไม่ แต่ความจริงแล้วฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำก็ต้องทำงานร่วมกันเพื่อชาติบ้านเมืองทั้งสองฝ่าย และหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายก็มีขอบเขตความรับผิดชอบ แต่เมื่อตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็มาร้องขอ ซึ่งก็มีองค์กรคือก.พ.ค.รับเรื่องเหล่านี้