
ฮุนเซนเผย'แม้ว'เข้าเขมร16-24ก.ย.
"ฮุน เซน" รับ "ทักษิณ" เข้ากัมพูชา 16-24 ก.ย.นี้ ยันจะเจรจาผลประโยชน์น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ กับรัฐบาลไทยเท่านั้น "รัฐบาล" แจงที่ประชุมวุฒิเตรียมเสนอกรอบการจรจาเขตแดนทะเล ไทย-กัมพูชา ผ่านรัฐสภาตามรธน.190
สำนักข่าวซินหัว อ้างคำกล่าวของสมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในพิธีสำเร็จการศึกษาของนักศึกษา 4,100 คนที่มหาวิทยาลัยบริหารจัดการแห่งชาติ ในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 12 ก.ย.นี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย จะเดินทางเยือนกัมพูชาในวันที่ 16 และพำนักจนถึงวันที่ 24 กันยายน เพื่อร่วมประชุมอนาคตเศรษฐกิจเอเชีย ซึ่งจัดโดยราชสมาคมกัมพูชา มิใช่เพื่อเจรจาในประเด็นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
ผู้นำกัมพูชา กล่วว่า แผนการเยือนกัมพูชาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกกำหนดขึ้นก่อนแผนการไปเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในวันที่ 15 กันยายน และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีหน้าที่เจรจาทำความตกลงเรื่องน้ำมันและก๊าซ รวมถึงประเด็นอื่นๆกับกัมพูชาใดๆทั้งสิ้น เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทย
สมเด็จ ฮุน เซน กล่าวด้วยว่า จนถึงขณะนี้ การเจรจาว่าด้วยน้ำมันและก๊าซระหว่างไทยกับกัมพูชา ยังไม่เคยถึงขั้นบรรลุข้อตกลงใดๆ
ระหว่างการเยือนกัมพูชาพ.ต.ท.ทักษิณ จะบรรยายหัวข้อเศรษฐกิจเอเชีย ที่วังสันติภาพ ในวันที่ 17 กันยายน จากนั้น นายกรัฐมนตรีฮุน เซน จะให้การต้อนรับพ.ต.ท.ทักษิณอย่างเป็นทางการที่วังสันติภาพ และหารือเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังมีแผนตีกอล์ฟกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 18 ส่วนในวันที่ 24 กันยายน จะเป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่างสมาชิกรัฐสภาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาและไทย ที่สนามโอลิมปิค ในกรุงพนมเปญ
รายงานระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีกำหนดเดินทางไปยังเมืองเสียมราฐ ในวันที่ 20 กันยายนนี้ด้วย
"อภิสิทธิ์"โยนศาลพิจารณาปล่อยเสื้อแดงไปเขมร
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปกัมพูชาว่า เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกับจับตาดู ว่ามีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพราะเป็นที่ทราบกันดีในเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจของพ.ต.ท.ทักษิณที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลส่วนกระทรวงการต่างประเทศนั้นก็ควรจะปฏิบัติตามหน้าที่ และการที่แกนนำคนเสื้อแดงที่มีคดีอยู่ ออกมายื่นคำร้องต่อศาลขอเดินทางออกนอกประเทศนั้น ก็เป็นเรื่องของศาลที่จะใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา
เมื่อถามว่าการที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาระบุพรรคประชาธิปัตย์ พยายามจะดึงเอาเรื่องโทษและความผิดในคดีที่ดินรัชดา ของพ.ต.ท.ทักษิณ มาเป็นเกมทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ศาลตัดสินไปแล้ว มีแต่ฝ่ายรัฐบาลที่พยายามหยิบยกเรื่องเงื่อนไข และพยายามจะดูช่องทาง พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงลบล้างคำพิพากษาของศาลได้หรือไม่
“คุณนพดล มองมาผิดที่แล้วควรจะไปเตือนพรรคพวกตัวเองว่าเรื่องไหนที่ยุติแล้วขอให้เคารพศาล และควรจะบอกคุณทักษิณว่า มาปฏิบัติตัวให้เหมือนคนไทยคนอื่น ที่อยู่ภายใต้กฎหมาย” นายอภิสทธิ์ กล่าว
ส่วนที่มีรายงานว่ามีเตรียมคุกที่ ร.ร.พลตำรวจบางเขน ไว้ขังนักโทษทางการเมืองซึ่งอาจรวมถึงพ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบว่ามีนักโทษการเมืองที่ไหน เรามีคดีอาญา คดีคอร์รัปชั่น ไม่ได้มีแค่คดีการเมือง ส่วนจะเป็นที่จัดไว้สำหรับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ตนไม่ทราบ
“นพดล”ไม่วิจารณ์พรฎ.อภัยโทษปี53 เป็นคุณกับ“ทักษิณ”
นายนพดล ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเนชั่นถึงกรณีที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา ระบุว่า พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษพ.ศ. 2553 ที่เกิดขึ้นสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลนั้น ได้มีการแก้ไขถ้อยคำให้เป็นผู้ได้รับการปล่อยตัวต้องอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี โดยตัดถ้อยคำว่าได้รับโทษ 1 ใน 3 ก่อนออกไป ทำให้เป็นคุณกับพ.ต.ท.ทักษิณมากขึ้นว่า ตนไม่อยากแสดงความเ ห็นเรื่องการยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับพ.ต.ท.ทักษิณในช่วงนี้ เพราะเป็นเรื่องของกระทรวงยุติธรรมที่จะดำเนินการ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการจะดีกว่า เพราะการถกเถียงกันผ่านหน้าสื่อนั้นมีแต่จะทำให้ประชาชนสับสน ดังนั้นตนจึงไม่อยากทำให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามจะแก้ปัญหาให้กับพ.ต.ท.ทักษิณมากกว่าการแก้ปัญหาให้กับประชาชน
รบ.เตรียมเสนอกรอบการจรจาเขตแดนทะเลไทย-กัมพูชาผ่านรัฐสภา
ในการประชุมวุฒิสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ได้ตั้งกระทู้ถามด่วน เรื่อง กรอบการเจรจากับกัมพูชาในการร่วมลงทุนผลิตก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในเขตพื้นที่ที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทย ว่า ขอสอบถามความชัดเจนจากรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานี้และจะใช้หลักเกณฑ์ใดในการเจรจาในเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้วมีมติคณะรัฐมนตรีให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิทับซ้อนซ้อนกันพ.ศ.2544ไปแล้วเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2552
"ยอมรับว่าปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชานั้น มีมานานและควรหาแนวทางเพื่อให้เกิดการแก้ไขที่เป็นระบบ ดังนั้นตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อนำองค์ความรู้จากประชาชนที่เห็นด้วยกับแนวทางแก้ไขของรัฐบาลหรือเห็นต่าง มาทำเป็นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ได้แก่ เขตแดนทางบก, เขตแดนทางทะเล, การแสวงหาผลประโยชน์ทางพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลอ่าวไทย" นายคำนูณ กล่าว
ด้านนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า รัฐบาลยึดถือตามแนวทางของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลค.ศ.1982 ที่กำหนดให้รัฐที่มีฝั่งทะเลตรงข้ามหรือประชิดกันกำหนดเขตทางทะเลด้วยการตกลงระหว่างกันเพื่อให้บรรลุผลเที่ยงธรรม และหากไม่สามารถบรรลุผลการตกลงระหว่างกันได้จะต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้มีข้อตกลงชั่วคราวร่วมกัน สำหรับใช้ปฎิบัติโดยจะไม่ต้องกระทบต่อการกำหนดเขตแดนทางทะเลในขั้นสุดท้าย
" ไทยและกัมพูชาได้ต่างอ้างสิทธิ์ในไหล่ทวีปและเขตแดนทางทะเลในอ่าวไทยมาตั้งแต่พ.ศ. 2515 - 2516 โดยมีการเจรจามานานกว่า 30 ปีแต่ยังไม่ได้ข้อยุติ รัฐบาลทั้งสองประเทศจึงได้ทำข้อตกลงร่วมกันเมื่อปี 2544 เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการเจรจาระหว่างกันแบ่งเขตแดนให้ชัดเจน และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดนี้จะทบทวนมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับเอ็มโอยู 2544 นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาข้อดีข้อเสียและขั้นตอนแนวทางการเจรจาเอาไว้แล้ว ยืนยันว่ารัฐบาลจะยึดประโยชน์ของประเทศ และจะเสนอกรอบการเจรจาให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190" นายยงยุทธ กล่าว
นายยงยุทธ กล่าวว่า ตอนนี้มีพื้นที่ทับซ้อนกัน 2.6 หมื่นตารางกิโลเมตร ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์การอ้างสิทธิ์อธิปไตยของตัวเองและไทยกัมพูชาก็ต่างไม่ยอมสิทธิ์การอ้างเส้นเขตแดนทางทะเลระหว่างกันแต่ปัญหาพื้นที่ทางทะเลจะต้องแก้ไขด้วยการเจรจาเหมือนกับที่เคยใช้แนวทางนี้กับประเทศมาเลเซียจนเป็นผลสำเร็จเมื่อปี 2522 ดังนั้น การเจรจาจะต้องไม่กระทบสิทธิ์ของแต่ละประเทศ



